แบรนด์ Sussex Royal มีมูลค่าเท่าไหร่? เจ้าชายแฮร์รี่-เมแกนจะสูญเสียแค่ไหนหากถูกห้ามใช้แบรนด์

Positioningmag อัพเดต 21 ม.ค. 2563 เวลา 15.19 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2563 เวลา 09.17 น.
เรื่องราวทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ทั่วโลกเมื่อเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน มาร์เคิลถูกถอดฐานันดรศักดิ์ HRH (His/Her Royal Highness) หลังทั้งคู่ประกาศถอยห่างออกจากการเป็นสมาชิกราชวงศ์ชั้นสูง งดปฏิบัติหน้าที่แทนพระราชินี โดยที่จะไม่รับเงินภาษีจากประชาชน ทำให้สื่อต่างคาดการณ์ว่าทั้งคู่จะใช้แบรนด์ 'Sussex Royal' เป็นแหล่งหารายได้เพื่อดำรงชีวิตแทน แต่แบรนด์นี้มีมูลค่ามากแค่ไหน? และถ้าหากราชวงศ์วินด์เซอร์สามารถ 'ริบคืน' แบรนด์ได้ เจ้าชายและเมแกนจะสูญเสียเท่าไหร่กัน?

ปัจจุบันแบรนด์Sussex Royal ปรากฏบนเว็บไซต์ทางการ sussexroyal.com และบัญชีอินสตาแกรม @sussexroyal ซึ่งมีผู้ติดตามถึง 11 ล้านคน ทั้งเว็บไซต์และอินสตาแกรมเป็นช่องทางเผยแพร่ข่าวกิจกรรมของ เจ้าชายแฮร์รี่ และ เมแกน มาร์เคิล พระชายา โดยในเว็บไซต์แบ่งออกเป็น 3 หมวดกิจกรรมคือ สนับสนุนชุมชน, ปฏิบัติหน้าที่ราชวงศ์ และ เสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือจักรภพ แต่เมื่อสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่สอง ประกาศถอดฐานันดรศักดิ์ HRH ของทั้งคู่ไปแล้ว ทำให้ทั้งสองจะเหลือยศเพียง ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ เท่านั้น และเป็นไปได้ว่าแบรนด์ Sussex Royal ซึ่งเจ้าชายแฮร์รี่ไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์ไว้เมื่อเดือนมิถุนายน 2019 'อาจจะ' ถูกทางสำนักพระราชวังบักกิงแฮมริบคืนด้วย

  View this post on Instagram  

A post shared by The Duke and Duchess of Sussex (@sussexroyal) on Jan 8, 2020 at 10:33am PST

ทางสำนักพระราชวังยังไม่ได้มีแถลงการณ์เป็นทางการ แต่ Thomas Woodcock หนึ่งในข้าหลวงของ สำนักพระราชวังบักกิงแฮม ผู้สอดส่องดูแลไม่ให้มีการใช้สัญลักษณ์ราชวงศ์ในเชิงพาณิชย์อย่างผิดประเพณี เขาให้สัมภาษณ์กับ The Times ว่า เหตุการณ์นี้ 'ไม่น่าพึงใจ' และ "บุคคลหนึ่งไม่สามารถเป็นสองสิ่งได้ในเวลาเดียวกัน คุณต้องเป็นเชื้อพระวงศ์หรือไม่เป็นเชื้อพระวงศ์อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น" Woodcock กล่าว สถานการณ์นี้สั่นคลอนสถานะทางการเงินของดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์อย่างมาก ไม่ว่าในอนาคต แบรนด์ Sussex Royal จะยังอยู่ในมือเจ้าชายและภรรยาหรือไม่ก็ตาม  

Sussex Royal แบรนด์เซเลบตัวท็อป

สเตซี่ โจนส์ ประธานบริษัท Hollywood Branded เอเจนซี่การตลาดในลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เปิดเผยกับ สำนักข่าวThe Independent ว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ชื่อของแฮร์รี่และเมแกนปรากฏในสื่อต่างๆ มากกว่า 90,000 ครั้ง คิดเป็นจำนวนการมองเห็น (impressions) มากกว่า 3 พันล้านครั้ง แปลงเป็นมูลค่าสื่อถึง 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ!! (ประมาณ 4.5 แสนล้านบาท) มูลค่าสื่อไม่ได้แปลว่าพวกเขาทั้งคู่จะได้รายได้เท่านี้เป๊ะๆ แต่เป็นการตีมูลค่าเพื่อสะท้อนว่าตัวแบรนด์มีคุณค่ามากแค่ไหน ซึ่งโจนส์ประเมินโดยคร่าวว่า 

ปัจจุบันแบรนด์ Sussex Royal มีมูลค่าหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐ และมีโอกาสจะสูงขึ้นไปถึงหลักพันล้านเหรียญได้ในอนาคต หรือถ้าประเมินราคาเพียงแค่การลงภาพโปรโมตภาพเดียวในอินสตาแกรม น่าจะเรียกราคาได้ถึง 1 ล้านเหรียญ (ราว 30 ล้านบาท) ทั้งนี้ ในข้อมูลการจดลิขสิทธิ์แบรนด์เมื่อปีที่แล้ว ทั้งคู่จะมีสิทธิ์ใช้แบรนด์สำหรับผลิตเสื้อผ้า เครื่องประดับ แคมเปญสาธารณะ องค์กรการกุศล รวมถึงสิ่งพิมพ์ต่างๆ เช่น หนังสือ ตำรา นิตยสาร โปสต์การ์ด

  View this post on Instagram  

A post shared by The Duke and Duchess of Sussex (@sussexroyal) on Jan 10, 2020 at 8:36am PST

"การตัดสินใจของทั้งคู่ที่จะเป็นอิสระทางการเงินช่วยเปิดประตูไปสู่กระแสรายได้มหาศาลผ่านลิขสิทธิ์หนังสือ ร่วมงานการกุศล ผลิตสารคดี รับงานว่าจ้างกล่าวปาฐกถา เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ หรือการปรากฏตัวต่อสาธารณะ รวมถึงการลงทุนผ่านมูลนิธิของพวกเขาเอง" โจนส์กล่าว นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่ทั้งคู่จะรับงาน "เป็นหน้าตาให้กับแบรนด์" ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ของตัวเองหรือเป็นผู้สนับสนุนแบรนด์อื่นๆ ผ่านแคมเปญการตลาด โจนส์มองเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า ลักษณะการหารายได้ของทั้งคู่จะเหมือนกับคู่เซเลบสามีภรรยาที่วางภาพลักษณ์ตัวเองไปในเชิงการกุศล เช่น บารัคและมิเชล โอบาม่า, จอร์จและอามาล คลูนีย์, บียอนเซ่และเจย์ ซี หรือ บิลและเมลินดา เกตส์ 

คู่รักเซเลประดับท็อป "บียอนเซ่" และ "เจย์-ซี" ตัวอย่างความเป็นไปได้ในการใช้ชื่อเสียงและภาพลักษณ์เพื่อสร้างรายได้ของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน (Source : Facebook JAY-Z)

"การรับรู้แบรนด์นี้อยู่ในระดับที่เซเลบชาวอเมริกันมากมายได้แค่ฝันถึง" โจนส์กล่าว "มีคู่รักเซเลบเพียงหยิบมือที่สามารถสร้างมูลค่าแบรนด์ระดับปรากฏการณ์ได้แบบเมแกนและแฮร์รี่ ทั้งคู่สามารถเรียกความสนใจจากสาธารณชน สื่อมวลชน รวมถึงพันธมิตรองค์กรที่มีศักยภาพ" 

ส่วนการวางแผนสื่อนั้น ทั้งคู่เปลี่ยนไปเข้าหาองค์กรสื่อของสามัญชนแทน Royal Rota ระบบเดิมของพระราชวังที่ให้หน่วยงานกลางของกลุ่มสื่อมวลชนและเครือข่ายโทรทัศน์บางแห่ง เช่น BBC, Sky News, ITN เท่านั้นที่ได้ทำข่าวและถ่ายภาพ ซึ่งโจนส์มองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะสื่อใหม่มีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลมากกว่า ทำให้เจาะกลุ่มเป้าหมายคือคนรุ่นเจนซี (คนที่เกิดช่วงปี พ.ศ. 2539-2553) และเจนวาย (คนที่เกิดช่วงปี พ.ศ. 2523-2538) ได้ดีกว่า  

กระทบหนักหากถูกตัดขาดจากราชวงศ์

ณ ขณะนี้เรายังไม่รู้ว่าเจ้าชายแฮร์รี่กับเมแกนจะเดินต่อไปอย่างไรกับแบรนด์ Sussex Royal หรือสำนักพระราชวังมีอำนาจริบคืนหรือไม่ แต่การถูกถอดฐานันดร HRH และท่าทีของราชวงศ์วินด์เซอร์ที่'ห่างเหิน' กับทั้งคู่มากขึ้นดูจะไม่เป็นผลดีกับแบรนด์เลย โจนส์กล่าวเอาไว้ว่า ความสัมพันธ์ที่ยังคงมีอยู่กับราชวงศ์ของเจ้าชายแฮร์รี่คือ "จุดสูงสุดที่จะช่วยรับประกันความสำเร็จของแบรนด์" และ "ชื่อเสียงของเมแกนในอดีตนั้นยังมีบทบาทอยู่ แต่ความเป็นสมาชิกราชวงศ์ของเจ้าชายแฮร์รี่คือหางเสือที่แท้จริงของอนาคตทางการเงิน"

  View this post on Instagram  

A post shared by The Duke and Duchess of Sussex (@sussexroyal) on Nov 14, 2019 at 1:22am PST

นอกจากการรักษาภาพความเป็นเชื้อพระวงศ์แล้ว แฮร์รี่และเมแกนยังจะต้องระมัดระวังไม่ใช้แบรนด์ไปกับสินค้าหรือโครงการใดๆ ที่ทำให้แบรนด์ดู 'ไม่แพง' 

ขณะเดียวกัน หากร่วมงานกับแบรนด์ซึ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์การกุศลก็จะทำให้แบรนด์มั่นคงขึ้น Hollywood Branded มองว่า หากทั้งคู่ตัดสินใจย้ายถิ่นพำนักมาอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือเป็นหลักน่าจะมีประโยชน์กว่า (ขณะนี้ทั้งคู่ประกาศว่าจะย้ายไปพำนักในแคนาดา) เพราะอย่างไรเสีย คนอเมริกันก็ยังรู้สึกว่าวัฒนธรรมอังกฤษนั้นมีเสน่ห์ ทั้งจากการเสพสื่อภาพยนตร์ ทีวี และการรับชมเรื่องราวเกี่ยวกับราชวงศ์ 

"เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน มาร์เคิลจะเป็นเรื่องราวภาคต่อที่ได้รับความสนใจต่อไป…พวกเขายังคงให้ความรู้สึกเป็นชนชั้นสูงและเหมือนคนที่มาจากโลกอื่นอันห่างไกล ในขณะเดียวกันก็ดูใกล้ชิดและเข้าถึงได้" โจนส์กล่าวสรุปถึงกุญแจหลักที่ทำให้แบรนด์ Sussex Royal จะยังเป็นที่ต้องการ 

Source: The Independent, Dailymail*

ดูข่าวต้นฉบับ