"แบงค์ แคลช" ร่ายยาวหลังถามชาวเน็ต "ผมเป็นคนอย่างไร จงอธิบาย"

NATIONTV อัพเดต 25 ม.ค. 2563 เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. 2563 เวลา 10.10 น. • Nation TV
แบงค์ แคลช ร่ายยาวหลังถามชาวเน็ต ผมเป็นคนอย่างไร จงอธิบาย

จากก่อนหน้าที่ "แบงค์ แคลช" ได้มีการโพต์ถามเเฟนคลับภา่พในไอจีว่า "ผมเป็นครนอย่างไรในมุมมองคุณ" จงอธิบาย ซึ่งมีเหล่าเเฟนคลับมากมายเข้ามา ต่างเข้ามาให้ความคิดเห็นชื่นชมกันมากมาย

ต่อมาล่าสุด"แบงค์ แคลช" ได้โพสต์ให้คำตอบกับคำถามที่ว่าจากคำถามในโพสวันก่อนที่ว่า "ผมเป็นคนอย่างไร จงอธิบาย" …….ผมไม่ได้เป็นแบบที่คนส่วนใหญ่คิดในมุมมองส่วนตัวของผมเองในปี 2020 ซึ่งเจ้าตัวได้โพสต์ระบุข้อความไว้ว่า……….

จากคำถามในโพสวันก่อนที่ว่า "ผมเป็นคนอย่างไร จงอธิบาย" …….ผมไม่ได้เป็นแบบที่คนส่วนใหญ่คิดในมุมมองส่วนตัวของผมเองในปี 2020 นี้

1. ผมไม่มีการศึกษาเท่าที่ควร ฝั่งหนึ่งผมดีใจที่รู้ตัวเองเร็ว…อีกฝั่งหนึ่งผมเสียใจที่ทำตามรูปแบบของลูกชายคนโตได้ไม่ครบถ้วน และไม่ "สง่างาม" ในการศึกษาร่ำเรียนที่ผ่านมา…สิ่งนั้นเองที่ทำให้ผมอ่านหนังสือมากมายและอ่านหนังสือพิมพ์จนจบเล่มเสมอเพื่อเติมเต็ม แต่ในวันนี้ต้องแยกแยะอ่านเพื่อเป็นกลาง และต้องฉลาด

2. ผมไม่ใช่คนอบอุ่น ผมไม่เคยส่งดอกไม้หรือกระเช้าในวันเทศกาลใดๆให้กับผู้ใหญ่หรือรุ่นพี่ที่รักแบบคนทั่วไปทำ…ดูไม่ใส่ใจไร้ซึ่งอารยะ แต่ผมมักให้หัวใจไปก่อนเสมอ…แล้วผมไม่เอาคืน ผมไม่กอดใครง่ายๆนอกจากแฟนเพลงครอบครัววงแคลชเท่านั้น

3. ผมไม่ใช่คนโลกส่วนตัวสูง ผมเพียงแค่เลือกคนคบ….ถ้าผมไม่ได้ไปไหนเลย หมายความว่า "ไม่มีเพื่อนดีๆให้ผมไปด้วยเลยเพราะเขาเหล่านั้นไม่ว่าง" และผมทำกิจกรรมคนเดียวได้อย่างดีมาก บ้านคือความร่มใจ คุณย่ายืน 1 หมา 2 ตัว แมว 5 นาย….ผมจะเหงาได้อย่างไร

4. ผมไม่ใช่คนหล่อเหลาอะไรทั้งนั้น จมูกที่บานขนาดเอานิ้วโป้งใส่เข้าไปได้โดยไม่ลำบาก ผิวสีเเทนที่ผมรักเพราะแม่ให้มาบวกกับความเหลี่ยมของหน้าที่ไม่สมทรงในจริตของสาวไทย….นี่คือคำตอบ

5. ผมไม่ใช่คนเข้าถึงยาก เพราะผมไม่ให้ใครเข้าถึงก็เพียงเท่านั้น เฉกเช่นข้อ 3 ผมไม่มีม่านหมอกมาฉาบหลอก….มีเเค่ 2 อย่างคือเปิดและปิด….และแน่นอนเวลาผมเปิดใจให้ใคร 30% มักจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองเสมอ….ยกเว้นแฟนๆครอบครัววงแคลชซึ่งผมจะเปิดแง้มไว้เสมอเพื่อพร้อมง้างออก….และวันนี้ผมยิ้มเยอะขึ้นมาก

6. ผมไม่ใช่คนดี ความใส่ใจและกตัญญูต่อพ่อแม่ที่มีหลายคนชื่นชมนั้นผมไม่ได้ภูมิใจอะไรเพราะมันเป็นเรื่อง "ธรรมดาทั่วไป" ของมนุษย์ที่ต้องทำ….ไม่ใช่เรื่องพิเศษ….รางวัลลูกกตัญญูแห่งชาติผมไม่สมควรได้รับ เพราะผมพ่ายแพ้ให้กับเด็กน้อยที่ช่วยแม่ขายอาหารในตลาดก่อนไปโรงเรียนในตอนเช้า เด็กๆเหล่านั้นสมควรได้ไม่ใช่คนมีชื่อเสียง มีสิ่งเดียวที่ผมมั่นใจคือความเป็นธรรมชาติของผม ยิ้มเมื่ออยากยิ้ม นิ่งเมื่อข้นคิด ดีดเมื่อผ่อนคลาย ความไม่เฟคเป็นข้อเดียวที่ดีของปรีติ….และผมลืมคำหนึ่งไปแลัวกับคำที่ว่า "ก็ผมเป็นของผมแบบนี้ใครจะทำไม" โนววววววว…..ผมจะต้องเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิมสิ

คิดถึงนะพิมพิศา…..ไก่จ๋า

ดูข่าวต้นฉบับ