"แตงโม" ลูกโต ๆ หวาน ๆ ได้รับประทาน ระวังมีโทษ!

LINE TODAY เผยแพร่ 02 ส.ค. เวลา 17.00 น.
ภาพโดย 煜翔 肖 / unsplash.com
ภาพโดย 煜翔 肖 / unsplash.com

"แตงโม" ผลไม้ยอดฮิตประจำเมืองร้อนที่นำมาพลิกแพลงเป็นอะไรก็อร่อย ยิ่งนำไปแช่เย็นก่อนกินก็ยิ่งฟิน ทั้งคลายร้อน ทั้งช่วยเติมน้ำให้ร่างกายสดชื่นสุด ๆ !

และในโอกาส "วันแตงโมสากล" LINE TODAY จึงขอรวบรวมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่อาจเป็นประโยชน์ต่อนักกินแตงโม ว่าด้วยเรื่อง "โทษ" ของแตงโมที่หลายคนอาจคิดไม่ถึง ว่าผลไม้ทานง่ายอย่างแตงโมเนี่ยนะ จะส่งผลเสียต่อร่างกายด้วย? ไปสำรวจอีกมุมของ "แตงโม" ที่คนรักสุขภาพไม่ควรพลาดค่ะ!

แตงโมทำให้ท้องเสีย?

แตงโมมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก ทั้งยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์ที่ช่วยให้การขับถ่ายไหลลื่นแบบไม่มีอะไรมากั้น ดังนั้นหากกินแตงโมในประมาณมากเกินไป นอกจากทำให้เกิดอาการท้องเสียแล้ว ยังทำให้มีแก๊สและตัวบวมอีกด้วย เอาเป็นว่าหากมีงานสำคัญในวันถัดไป หลีกเลี่ยงการกินแตงโมแบบเกินพิกัดเอาไว้ก่อนจะดีกว่า

แตงโมเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด?

นอกจากฉ่ำไปด้วยน้ำแล้ว แตงโมยังเต็มไปด้วยน้ำตาลหวาน ๆ อีกด้วย หากคุณเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวาน แตงโมจึงจัดว่าเป็นผลไม้อันตรายที่ควรปรึกษาแพทย์หากต้องการกินทุกวัน

ภาพโดน Rusty Watson / unsplash.com
ภาพโดน Rusty Watson / unsplash.com

แตงโมอาจทำให้ตับอักเสบ?

ข้อนี้สำหรับคนที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำโดยเฉพาะ เพราะแตงโมมีส่วนผสมของไลโคปีน (Lycopene) สารสีเข้มที่มักพบในผักผลไม้สีส้มและแดง ซึ่งหากกินในจำนวนมากเกินไป แตงโมจะทำปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์และส่งผลต่อตับให้เกิดการอักเสบหรือร้ายแรงกว่านั้นได้

แตงโมส่งผลต่อเลือดในร่างกาย?

อาการนี้เกิดจากน้ำในแตงโมอีกแล้ว การกินแตงโมมาก ๆ ในคราวเดียวอาจทำให้เกิด "สภาวะดื่มน้ำมากเกินไป" (Over-hydration) ทำให้ระดับโซเดียมในร่างกายต่ำ ซึ่งอาจเพิ่มปริมาณเลือดในร่างกาย ในกรณีที่ร้ายแรงมาก ๆ จะทำให้ขาบวม เหนื่อยอ่อน รุนแรงจนถึงไตเสื่อมเลยทีเดียว

แตงโมทำให้มีปัญหาหัวใจ?

ประโยชน์หลักอีกอย่างของแตงโมคืออุดมไปด้วยโพแทสเซียม ที่เป็นสารอาหารสำคัญในการทำให้ร่างกาย หัวใจ กระดูก และกล้ามเนื้อแข็งแรง อย่างไรก็ตาม หากกินแตงโมมากเกินไป สารโพแทสเซียมที่ควรจะทำหน้าที่ช่วยเหลือร่างกาย จะกลายเป็นโทษ ทำให้หัวใจเต้นไม่ปกติ หรือส่งผลให้ชีพจรเต้นอ่อนแรงได้

แล้วกินแตงโมเท่าไหร่ถึงจะดี?

ผลไม้ชุ่มน้ำอย่างแตงโม มีสัดส่วนของน้ำถึงร้อยละ 90 แปลว่าต่อให้กินเยอะแค่ไหนก็อาจจะรู้สึกสบาย ๆ ไม่อิ่ม แต่อย่าลืมว่าแตงโมมีน้ำตาลถึงร้อยละ 6 ยิ่งกิน ยิ่งหวาน ยิ่งส่งผลต่อปริมาณน้ำตาลในร่างกายให้สูงปรี๊ดโดยที่เราไม่รู้ตัว ดังนั้นแพทย์และนักโภชนาการจึงแนะนำให้กินแตงโมวันละ 100 - 150 กรัมก็พอ ไม่เยอะและไม่น้อยเกินไปให้ร่างกายได้สดชื่นพอประมาณ

แตงโมไม่ได้มีโทษร้ายแรงหรือน่ากลัว แต่ของมีประโยชน์ทุกอย่างก็อาจกลายเป็นให้โทษได้หากเราบริโภคในปริมาณมากหรือผิดวิธี ดังนั้นก่อนกินของอร่อยทุกครั้งก็ควรยั้งใจและเลือกกินในปริมาณที่พอดี เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและยั่งยืนนะคะ

-

อ้างอิง

food.ndtv.com

theasianparent.com