แฉ ครูวา นางฟ้าบิ๊กไบก์ คือ สาวสอง ที่ชอบหลอกตุ๋นเงินหนุ่มๆ

ช่อง 7 อัพเดต 17 พ.ย. 2562 เวลา 09.52 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2562 เวลา 09.52 น. • Ch7
แฉ ครูวา นางฟ้าบิ๊กไบก์ คือ สาวสอง ที่ชอบหลอกตุ๋นเงินหนุ่มๆ
แฉ ครูวา นางฟ้าบิ๊กไบก์ คือ สาวสอง ที่ชอบหลอกตุ๋นเงินหนุ่มๆ

ลูกชายเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กเล็กชื่อดังในจังหวัดชุมพร เผย"ครูวา"ฉายา"นางฟ้าบิ๊กไบก์" ความจริงคือ"สาวสอง"และไม่ได้เป็นครูจริง มีพฤติกรรมชอบหลอกเชิดเงินจากหนุ่มๆที่เข้ามาติดพัน เผยเคยมาทำงานกับแม่ แล้วปลอมลายเซ็นไปรับเงินผู้ปกครอง จึงโดนแจ้งความก่อนหลบออกหนีไปอยู่กรุงเทพฯ และนำภาพเก่าไปโพสต์หลอกเป็นครู ขณะที่ "พ่อ" ครูวาเปิดใจ วอนขอให้ลูกออกมาพูดและยอมรับความจริง
มีเหยื่อโผล่แสดงตัวมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับ"ครูวา"สาวประเภทสอง ที่ตีเนียนเป็นหญิงแท้ จนกลายเป็นขวัญใจหนุ่มๆ ชาวบิ๊กไบก์ใน จ.สมุทรปราการ ได้รับฉายาในวงการว่า "นางฟ้าบิ๊กไบก์" ที่เป็นข่าว ก่อนถูกหนุ่มที่ตกเป็นเหยื่อเสียเงินและทรัพย์สินเปิดโปงว่า ไม่ได้เป็นครู แค่เอาเครื่องแบบมาสวมแล้วโพสต์โชว์ทางสื่อออนไลน์
วันนี้ นายศุภสินธุ (สงวนนามสกุล)อายุ 28 ปี ลูกชายของนางพรรณี(สงวนนามสกุล)เจ้าของสถานที่รับเลี้ยงเด็กและสอนเด็กเล็กก่อนปฐมวัยชื่อดัง ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา นายภานุพงศ์ หรือ นายปพิชญา หรือ นายธัญญฐิชา หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า"ครูวา"เคยมาสมัครทำงานที่สถานที่รับเลี้ยงเด็กของแม่ตนได้ประมาณปีเศษ แต่หลังจากทำงานได้ไม่นานกลับมีพฤติกรรมไม่ดี ไม่มีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่
ตนเองซึ่งได้รับมอบหมายจากคุณแม่ให้ดูแลกิจการและกวดขันระเบียบวินัยภายในสถานที่รับเลี้ยงเด็ก ตลอดจนไปถึงดูแลเรื่องการเงินที่ผู้ปกครองจะนำมาจ่ายเป็นค่าเทอมด้วย โดยมีครูวาเป็นผู้รับมาจากผู้ปกครอง ในช่วงแรกๆ ก็รับเงินมาส่งให้กับตนด้วยดีไม่มีปัญหา แต่ระยะหลังเริ่มไม่นำเงินมาส่ง อ้างโน่นอ้างนี่ไปเรื่อย จนกระทั่งตนมาจับได้ว่า“ครูวา”ได้ปลอมลายเซ็นชื่อของคุณแม่ตน ลงนามในบิลรับเงินค่าเทอมจากผู้ปกครอง แล้วเอาเงินค่าเทอมไปเป็นของตนเอง
นอกจากนั้นยังเอาเอกสารสำคัญของคุณแม่ตนไปปลอมลายเซ็นทำใบเครดิตอีกด้วย หลังจากที่ทางเราจับได้แต่ยังไม่ทันจะเรียกครูวาพูดมาคุยก็หนีออกไปเสียก่อน หลังจากตรวจสอบจนชัดเจนคุณแม่ได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองชุมพรแล้ว
สำหรับภาพถ่ายที่ทาง“ครูวา”นำไปโพสต์เพื่อหลอกเหยื่อว่าเป็นครู หลายภาพที่ปรากฏเป็นรูปในสถานรับเลี้ยงเด็กของคุณแม่ตนช่วงที่ “ครูวา” ทำงานอยู่ โดยทำในลักษณะแบบพาร์ตไทม์ ไม่ได้ทำประจำ แต่พฤติกรรมมักจะถ่ายรูปโชว์ทำตัวเหมือนคนมีงานยุ่งมาก ส่วนเงินที่ได้ไปก็โกงไปเพียงหลักหมื่นเท่านั้น เพราะทางเราตรวจสอบจับได้เร็วจึงยับยั้งไว้ได้ก่อน จึงไม่เกิดความเสียหายมาก
บ้านของ“ครูวา”อยู่ในหมู่บ้านเขาการ้อง หมู่ที่ 1 ตำบลวังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร ทางไปจังหวัดระนอง อยู่ห่างจากถนนสายเพชรเกษม เข้าไปในหมู่บ้านประมาณกว่า 5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนนลูกรัง โดยเป็นบ้านปูนชั้นเดียว มองดูสะอาดสะอ้าน อยู่ใกล้เชิงเขาล้อมรอบด้วยสวนยางพารา พบกับ นายน้อย (นามสมมติ) ผู้เป็นพ่อพร้อมกับสอบถามในกรณีที่“ครูวา”ลูกชายที่ไปก่อเหตุกลายเป็นข่าวอยู่ขณะนี้ ซึ่งก็ยอมให้สัมภาษณ์พูดคุยกับผู้สื่อข่าวเป็นอย่างดี แต่ขอปิดบังใบหน้า
นายน้อย (นามสมมติ) พ่อของ“ครูวา”กล่าวว่า ตนเองเพิ่งจะเห็นข่าวดังกล่าว เพราะปกติตนเองไม่ได้ติดตามข่าวสารอะไรโดยเฉพาะสื่อโซเชียลทั้งหลาย เนื่องจากบ้านตนอยู่ในป่าใกล้ภูเขา ห่างไกลความเจริญ ไม่มีสัญญาณสื่อสารใดๆ วันๆ ได้แต่ทำมาหากิน จึงเหมือนคนตาบอดไม่รู้เรื่องโลกภายนอก“ครูวา”ลูกชายตนเองชื่อเล่นว่า“โจ๊ก”เป็นลูกชายคนโตและมีลูกสาวอีกคน สำหรับ“โจ๊ก”ลูกชายนั้นได้ออกจากบ้านไปนานกว่า 10 ปีแล้ว และไม่ค่อยได้ติดต่อกันเลย นานๆ ครั้งที่ลูกชายจะโทรมาหาถามไถ่ และบอกเพียงว่าตนเองเป็นครูอยู่แถวดอนเมืองเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นตนไม่รู้เลย
ช่วงเด็กๆ“โจ๊ก”เป็นผู้ชายเหมือนชายอื่นๆ ทั่วไป แต่พอเริ่มโตขึ้นก็เริ่มมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนจากเพศชายมาชอบแต่งตัวเป็นผู้หญิง ซึ่งตนเองยอมรับว่าไม่ชอบ และต่อว่าลูกหลายครั้ง แต่ก็ไม่ฟัง ทำให้ตนโกรธมากจึงไล่ให้ออกจากบ้านไป และโจ๊กก็ออกจากบ้านไปจริงๆ ไปอยู่กับยายซึ่งมีบ้านอยู่ห่างกันหลายกิโลเมตร และหลังจาก“โจ๊ก”ลูกชายไปอยู่กับยาย ก็ไม่เคยได้สนใจและเค้าก็ไม่เคยแวะเวียนมาหาอีกเลย กระทั่งเมื่อประมาณ 13 ปีที่แล้ว“โจ๊ก”ลูกชายได้กลับมาหาตนที่บ้าน แต่มาครั้งนี้รูปร่างเปลี่ยนไปกลายเป็นผู้หญิงเต็มตัว และบอกว่าได้แปลงเพศมาเรียบร้อยแล้ว และจะได้แต่งงานกับแฟนหนุ่มที่จะมาสู่ขอ ซึ่งเป็นคนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ตอนนั้นตนเองก็ยังมึนงงกับเรื่องดังกล่าว แต่ยอมรับสภาพ แล้วรับปากรับคำว่าดีแล้ว จากนั้นทั้งคู่ก็ได้มาจัดพิธีแต่งงานกัน ณ สถานที่แห่งหนึ่งใน จ.ชุมพร มีแขกเหรื่อมาร่วมงานมากพอประมาณ แต่หลังจากแต่งงานได้ราว 3-4 ปี ทั้งคู่ก็เลิกรากันไป ส่วน"โจ๊ก"ก็กลับมาอยู่บ้านและไม่เคยช่วยทำงานสวนเลย ชอบเที่ยวเตร่ ตนจึงได้ต่อว่าไปและพูดคำขาดว่า อยากจะเที่ยวก็ให้ออกจากบ้านไปแล้วไม่ต้องกลับมาอีก
จากนั้น“โจ๊ก”ก็ออกจากบ้านและหายไปเลย นานๆ ครั้งจะโทรมาหาและถามไถ่ความเป็นอยู่ตน จนกระทั่งวันนี้ก็มารู้ข่าวว่า“โจ๊ก”ลูกชายตนไปก่อเรื่องสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่น อยากให้ลูกชายออกมาพูด ออกมาเคลียร์ปัญหาทั้งหมด จะผิดถูกก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ใครทำอะไรก็ต้องชดใช้สิ่งที่ทำลงไป ส่วนตนไม่มีเงินพอที่จะไปช่วยเหลือเยียวยาใครได้ เพราะเป็นชาวสวนจนๆ คนหนึ่งเท่านั้น
วันเดียวกันนี้"ครูวา"หลอกให้อดีตแฟนหนุ่มขี่ จยย. Z900 ไปคืนเหยื่อ จนถูกจับกุมแทน จากการสอบสวนพบว่าเป็นเหยื่ออีกคนที่ถูก"ครูวา"ฉกทองไปและให้ขี่นำจยย.มาส่งมอบโดยอ้างเสร็จแล้วจะคืนทองให้
นายบี(นามสมมติ) หนุ่มนักนิยมบิ๊กไบก์ ใน จ.ฉะเชิงเทรา เป็นผู้เสียหายที่ถูก"ครูวา"หลอกเอารถ จยย. Z900 มูลค่ากว่า 4 แสนบาท ที่"ครูวา"มาขอซื้อต่อตั้งแต่เดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา รับรถไแแล้วหายลับไปกับ"ครูวา"และเงินยังไม่ได้แม้แต่บาทเดียว ถูกไฟแนนซ์ติดตามทวงหนี้ได้รับความเดือดร้อนและได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา
ต่อมา"ครูวา"ได้ติดต่อกลับมา นัดหมายจะนำรถจักรยานยนต์มาคืนให้ในช่วงเที่ยงของวันที่ 17 พ.ย. แต่เมื่อถึงเวลานัด"ครูวา"กลับเบี้ยวไม่มาตามนัด โดยหลอกให้นายเอ (นามสมมุติ) อดีตแฟนอีกคนเป็นผู้ขับขี่รถจยย. Z900 มาคืน ให้เจ้าของที่สภ.เมืองสมุทรปราการ จนถูกตำรวจจับและเชิญตัวไปคุยที่โรงพัก สอบสวนทราบว่า นายเอเป็นอดีตแฟนของครูวาอีกคนที่ถูกฉกทองและเงินสดหายไป โดย"ครูวา"ติดต่อให้นายเอมาเอารถที่ไปจอดทิ้งไว้ห่างจากจุดนัดพบ 200 เมตร ขี่มาส่งให้นายบี โดย"ครูวา"หลอกนายเอว่า ส่งรถเสร็จจะคืนทองให้ โดยอ้างว่ากำลังป่วยเลยขี่รถไปส่งนายบีไม่ได้

ดูข่าวต้นฉบับ