แฉเส้นทางอภิมหาบ่อน กราดยิง 4 ศพเส้นใหญ่ปึ๊ก “เสี่ยตี้”ลูกรักของตำรวจใหญ่ วงเงินสะพัดสีกากี/สีเทา เดือนละ 500 ล้าน ** จับตาคณะตรวจสอบ"คดีบอส" ชุด "วิชา มหาคุณ"กำลังเช็กเส้นทางการเงินของผู้ที่เกี่ยวข้อง ..งานนี้มีหนาว !!

Manager Online เผยแพร่ 04 ส.ค. เวลา 22.01 น. • MGR Online

ข่าวปนคน คนปนข่าว

**แฉเส้นทางอภิมหาบ่อน กราดยิง 4 ศพเส้นใหญ่ปึ๊ก “เสี่ยตี้” เจ้าเก่าบ่อนธนิยะ ลูกรักของตำรวจใหญ่ใกล้ชิด “บิ๊ก ป.”วงเงินสะพัดสีกากี/สีเทา เดือนละ 500 ล้าน !!

“บ่อนพนันกับตำรวจก็เหมือนแมวไล่จับหนู”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกกับนักข่าวแบบนั้น..จับสัญญาณท่านผู้นำประเมินได้ว่า เหตุการณ์ยิงถล่มตาย 4 ศพ ภายในบ่อนพระราม 3 หรือบ่อน“เสี่ยตี้” อย่างเก่งก็คง “เชือด”ระดับผู้บังคับการ กับ 5 เสือ ตามประเพณีอันดีงาม

“เสี่ยตี้”คือใคร และบ่อนในประเทศไทยมีจริงหรือ…ถามแบบนี้บางเรื่องก็ตอบได้…บางเรื่องตอบลำบาก เพราะบ้านเมืองนี้ล้วนแต่เป็นทายาทศรีธนญชัย พ่วงด้วยนามสกุลมะกอกสามตะกร้าปาใส่ 3 ตะกร้ายังไม่อยากจะโดน… บ่อนเมืองกรุงมีหรือไม่ให้ดูคำตอบของผู้มีอำนาจหน้าที่…ประเทศไทยไม่มีสลากกินแบ่ง(รัฐบาล)เกินราคา…พัทยาไม่มี “ออหรี่”ว่ากันประมาณนั้น

บ่อน“เสี่ยตี้”ได้รับเกียรติระดับประเทศมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อช่วงเดียวกันนี้แต่เป็นปีก่อน คงจำข่าว "ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร" ส.ส.มหาสารคราม พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นกลางสภาฯ แฉบ่อนใหญ่ย่านสีลม ถนนธนิยะ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสน.บางรัก

งานนั้นแค่แฉไม่ถึงกับยิงกัน แต่ส่งผลให้บ่อนต้องปิดลงก่อนเปลี่ยนทำเลมาแห่งใหม่ เป็นตึกแถวเก่า 10 คูหา ภายในหมู่บ้าน“รวยรุ่งเรือง”ถนนพระราม3 ซอย 66 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม. ที่เดียวกันกับเหตุการณ์ยิงถล่ม 4 ศพนั่นเอง

ก่อนเข้าสู่เหตุการณ์ปัจจุบันขออนุญาตกล่าวถึงประเด็นสำคัญในอดีตที่พอจะเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่าง "เสี่ยตี้" กับผู้ยิ่งใหญ่ทางการเมืองสักเล็กน้อย

ต้องย้อนกลับช่วง คสช.ใหม่ๆ บ่อนพนัน ตู้ม้า ถูกข้อกล่าวหาว่าเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงฝ่ายตรงข้ามอำนาจใหม่ ขนาด "เทพเทือก" สุเทพ เทือกสุบรรณ ขึ้นประกาศบนเวที ระบุว่า มีนายทุนตู้ม้ารายใหญ่ของประเทศจ่ายเงินให้นักฆ่านิรนาม ใช้เอ็ม 79 ถล่มการชุมนุมของกปปส.

ครั้น คสช.ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ ทั้งบ่อนพนัน ตู้ม้า ต่างถูกทำลายอย่างราบคราบ ขณะเดียวกันบรรดาผู้ประกอบการทั้งหลายในสายสีเทาต่างหัวร่อไม่ออก ร่ำไห้ไม่ได้ เพราะมีความจริงข้อหนึ่งว่า…ไม่ว่าใครจะมาเป็นใหญ่พวกเขาต้องจ่ายให้ทั้งนั้น โดยเฉพาะตำรวจ "สีไหนมาจ่ายทุกสี" ว่างั้นเหอะ

ปลายๆสมัย กระทั่งหมดภารกิจคสช. บ่อน กับตู้ม้าเริ่มทยอยเปิด !!?? และมาเต็มสูบชนิดที่เรียกว่าบางกองบังคับการ บ่อนอาจจะหาง่ายกว่าร้านสะดวกซื้อ

รวมทั้งบ่อนพระราม 3 หรือ "บ่อนเสี่ยตี้" ซึ่งมีเสียงร่ำลือเล่าอ้างกันว่าได้แรงส่งสมัยเปิดกิจการอยู่ในพื้นที่ สน.บางรัก ซึ่งผู้มีอำนาจยังเหนียมๆ เข้มๆ หากเส้นไม่แข็งจริงเปิดไม่ได้….สน.บางรัก ตอนนั้นมี นายตำรวจใหญ่ซึ่งเกี่ยวโยงเป็นคนใกล้ชิดประหนึ่งสมาชิกในครอบครัวของ "บิ๊ก"น้องชาย "บิ๊กบราเธอร์" !!

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงช่วยไม่ได้ ที่บรรดาคนคิดมากจะมองว่า “เสี่ยตี้” ได้รับอภิสิทธิ์เหนือผู้ประกอบการรายอื่น เพราะมีผู้ยิ่งใหญ่เป็นเงาทะมึนอยู่ข้างหลัง

เมื่อถูก "ส.ส.โจ้" ถล่มกลางสภาฯ จนต้องยุบ-ย้ายบ่อนไปที่แห่งใหม่ คราวนี้ไฉไลกว่าเก่า โดยช่วงโควิด-19 ระบาด มีการเปิดบ่อนออนไลน์บริการเฉพาะขาประจำ ต่อมาเมื่อรัฐบาลคลายล็อก "บ่อนเสี่ยตี้" จึงเริ่มอุ่นเครื่องด้วยการเปิดบริการไพ่บาคาร่า 2 โต๊ะ และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามสัญญาณ “ไฟเขียว”เป็น 5 โต๊ะ 7 โต๊ะ 14 โต๊ะกระทั่งปัจจุบันก่อนเกิดเหตุการณ์ดวลปืน มีไพ่บาคาร่า 16 โต๊ะ แบ่งเกรดเป็น ซูเปอร์ วีไอพี 2 โต๊ะ วีไอพี 7 และธรรมดาขาย่อย 7 ไพ่โป๊กเกอร์ 3 โต๊ะ ถั่ว 1 วง ตู้เกมส์ ตู้สล็อต รวมๆ ไม่ต่ำว่า 40-50 ชุด

ทำไมต้องให้รายละเอียดกันถึงขนาดนี้…คำตอบคือ ทุกโต๊ะคือผลประโยชน์ระหว่างเจ้าของบ่อน กับตำรวจ !!??

"บ่อนเสี่ยตี้" มีผู้ดำเนินการ 2 คนคือ “ศักดิ์ ซีดี”เป็นผู้ออกเงินและรับเหมาทำพนันไฮโลว์ ส่วน“เสี่ยตี้” ใช้เส้นสายคอนเนกชันที่มีกับ“คุณกุ๊กๆไก่”น้องชาย ผู้มีอำนาจแบ่งปันผลประโยชน์กันและกัน… ตึกแถวซึ่งแปลงสภาพเป็นบ่อนใหญ่สุดในเมืองหลวงแห่งนี้ เจ้าของมือแรกคือ“เฮียเต็ง”นอกจากเป็นนักธุรกิจแล้วยังชื่นชอบการพนัน ก่อนหน้าเสี่ยตี้ มาเช่าเคยมีผู้ประกอบการรายอื่นๆ มาเปิดบ่อนก่อนแล้วเช่น "เจ๊หมวย" น้องสาวเสี่ย ป.ประตูน้ำ กับ "โทนี่ ฮ่องกง" แต่ที่สุดไปไม่รอด เพราะเส้นไม่แข็งพอ รายได้จากบ่อนพนันมาจากค่าเช่าโต๊ะพนันบาคาร่า !!??

โต๊ะซูเปอร์ วีไอพี. ราคาวันละ 1.3 -1.5 แสนบาท … โต๊ะวีไอพี ราคาเช่าวันละ 1 แสนบาทถ้วน … โต๊ะธรรมดาเช่าวันละ 7 หมื่นบาท

คิดตัวเลขกลมๆ ทั้งบาคาร่า การพนันกำถั่ว ไฮโลว์ ตู้เกมส์ และทุกอย่างในบ่อนนี้ตกวันละ 15 ล้านบาท หรือกว่านั้นเป็นอย่างน้อย เดือนหนึ่งๆ ไม่ต่ำกว่า 500 ล้าน

ถามว่าเงินเหล่านี้ไปอยู่ในกระเป๋าใคร

คำตอบก็คือ 1. ตำรวจผู้มีอำนาจบางคนที่ตั้งตนเสมือนรัฐเป็นผู้ให้สัมปทาน 2. เจ้าของบ่อน 3. คนเช่าผู้ประกอบการ และ 4. อื่นๆที่กระเด็นเป็นเศษเล็กเศษน้อย

ถามต่อไปว่า บ่อนอภิมหาบ่อนกลางกรุงเทพฯ จะมีตำรวจที่บกพร่อง รู้เห็นเป็นใจเพียง 5 เสือแห่ง สน.ทุ่งมหาเมฆ เท่านั้นหรือ

"พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา" ผบช.น. "พล.ต.ต.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์" ผบก.น.5 ไม่ว่าท่านจะออกมาชี้แจงแถลงข่าวเช่นไร…ไม่ว่าท่านจะกินดีหมี หัวใจเสือมาจากไหน

การกราดยิง 4 ศพ ในบ่อนใหญ่กลางเมืองหลวงคงไม่จบลงง่ายๆ…"นายถาวร สีสด"มือปืนคลั่งคนยิง "พ.ต.ต.วัทธเศรษฐ์ สำเนียงประเสริฐ" สว.สอบสวน สน.แสมดำ นรต.65 จนเสียชีวิต สติกแตกด้วยเรื่องอะไร… ทำไมสารวัตรแหม็ก หรือแม็ก ซึ่งจบจากสถาบันอันทรงเกียรติแท้ๆ จึงเข้าไปในบ่อน และพลาดท่าถูกยิงตาย

สุดท้ายมือปืน "นายถาวร" คือใคร ตำรวจบอกว่าเด็กในบ่อน แต่ข่าวจากบรรดาเซียนพนันระบุว่า เหตุการณ์ช่วง 4 ทุ่ม ของคืนเกิดเหตุมีการระดมยิง 2 ครั้งโดยครั้งแรกมาจากการเกิดปากเสียงระหว่าง"นายถาวร" กับ"สารวัตรแหม็ก" ก่อนที่มือปืนจะวิ่งหนีไปหลังบ่อน แต่ประตูปิดจึงขังตัวเองไว้ในห้องน้ำ

4 ทุ่มเศษ มีเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงบ่อน จอดรถขวางปากซอย และเข้าไปปิดล้อมจนเกิดเสียงปืนดังขึ้นอีกชุดใหญ่

ใครยิงนายถาวร !!??

ติดตามกันให้ดีๆ คดีนี้สั่นสะเทือนวงการอีกแล้วครับท่าน

** จับตาคณะตรวจสอบ"คดีบอส" ชุด "วิชา มหาคุณ"กำลังเช็กเส้นทางการเงินของผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งอัยการ ตำรวจ พยาน กรรมาธิการ ทนายความ หลังคณะตรวจสอบของอัยการยืนยันการสั่งไม่ฟ้องคดีถูกต้องแล้ว ..งานนี้มีหนาว !!

โซเชียลฯถล่มเละ!! หลังคณะทำงานตรวจสอบการพิจารณาสั่งคดี กรณี "เนตร นาคสุข" รองอัยการสูงสุด มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดี "บอส" วรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดง ขับรถเฟอร์รารี ชน "ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ" ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต ในข้อหาขับรถโดยประมาทเฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย แบบค้านความรู้สึกของสังคม

คณะทำงานตรวจสอบฯ แถลงว่า ได้พิจารณาข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน ในสำนวนการสอบสวน รวมทั้งความเห็น และคำสั่งคดีของรองอัยการสูงสุดแล้ว เห็นว่า คำสั่งคดีไปตามพยานหลักฐาน ตามสำนวนการสอบสวน ไม่ได้นำพยานหลักฐานนอกสำนวนมาสั่งคดี หรือใช้ดุลพินิจสั่งคดีไปตามอำเภอใจ อีกทั้งหลังจากมีคำสั่งไม่ฟ้องแล้ว ได้มีการเสนอสำนวน ให้ผบ.ตร. พิจารณาตามกระบวนการตรวจสอบ ถ่วงดุลแล้ว ซึ่งผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็ไม่มีแย้งคำสั่งไม่ฟ้องดังกล่าว คณะทำงานจึงเห็นว่า การสั่งคดีนี้ เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องแล้ว

เป็นการยืนยันว่า ที่รองอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องคดีไปนั้น "ถูกต้องแล้ว" เพราะการทำงานของอัยการยึดระเบียบ ข้อกฎหมาย และสำนวนคดีที่ตำรวจทำมาเป็นสำคัญ ไม่ได้ยึดที่ตัวบุคคล ความเห็นของกระแสสังคม หรือข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามสื่อ …

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลฯ ต่อคณะกรรมการชุดนี้จึงออกมาในทางลบ …บ้างก็ว่า น่าอาย เสียเวลาติดตามการแถลง เพราะไม่ได้"ตอบโจทย์" ที่เป็นข้อกังขาของสังคม ทั้งในเรื่องที่มาของพยานบุคคล หลักฐานใหม่ในเรื่องความเร็วรถ หรือมีผลประโยชน์ใดเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่… รวมทั้งเรื่องที่ก่อนหน้านี้ อัยการสำนักงานอัยการอาญากรุงเทพใต้ ได้สั่งฟ้องคดีไปแล้ว เรื่องเข้าสู่ขั้นตอนของศาลไปแล้ว เพียงแต่ยังนำตัว "บอส" มาขึ้นศาลไม่ได้ เพราะหนีคดีไปต่างประเทศ แล้วอัยการคณะอื่นมากลับคำสั่งคดี ทั้งที่เป็นเรื่องที่ "ทำไม่ได้" เพราะฝ่าฝืนกฎหมาย และขัดรัฐธรรมนูญ…ประเด็นนี้จะเอาอย่างไรกัน

…ความเห็นจำนวนมากบอกว่า อัยการปัดสวะให้พ้นตัว แถม "โยนขี้" ให้ตำรวจ ทั้งในเรื่องการทำสำนวน และไม่มีความเห็นแย้งกับการสั่งคดี โดยเฉพาะที่คณะทำงานของอัยการ บอกว่า แม้คดีนี้จะมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องไปแล้ว แต่ถ้ายังอยากจะรื้อฟื้น ก็มี "หลักฐานใหม่" คือเรื่องพบสารโคเคนในเลือดของ "บอส" และเรื่องความเร็วของรถขณะชน ที่ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาพิสูจน์กันอยู่ว่ามีความเร็วเกิน 80 กม./ชม. ซึ่งตำรวจยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา …ตรงจุดนี้ตำรวจสามารถแจ้งข้อหาใหม่ได้ว่า "บอส"เสพโคเคน …ขับรถเร็วเกิดกว่าที่กฎหมายกำหนด …

นี่แหละที่โซเชียลฯ วิจารณ์หนักว่า "ถามวัว ตอบควาย" แถมโยนขี้ให้ตำรวจ !! … ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ตั้งความหวังกับ คณะกรรมการตรวจสอบที่ตำรวจ ตั้งขึ้นมาเช่นกัน เพราะเชื่อว่าผลสรุปออกมา ก็คงเป็นอิหรอบเดียวกับอัยการ !!

อย่างไรก็ตาม ยังมีคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้ ที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้น โดยมี "วิชา มหาคุณ" เป็นประธาน ซึ่งได้มีการประชุมตั้งคณะทำงานเป็น 4 ชุด มีคณะทำงานตรวจสอบอัยการ- ตรวจสอบตำรวจ- ตรวจสอบด้านกฎหมาย และ ตรวจสอบบุคคลทั่วไปที่เกี่ยวข้อง ทั้งพยาน กรรมาธิการ ทนายความ

โดยคณะทำงานชุดที่ตรวจสอบบุคคลทั่วไปนี้ มีตัวแทนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รวมอยู่ด้วย และกำลังทำหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

เพราะ"วิชา มหาคุณ" จับจุดได้ว่าที่สังคมยังข้องใจคือ มีเรื่องมีผลประโยชน์เรื่องเงิน เข้ามาเกี่ยวข้องในกระบวนการ "เป่าคดี"…หากผลการตรวจสอบของ ปปง. พบเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ หรือใครที่ "ร่ำรวยผิดปกติ" ก็สามารถนำมาขยายผล เป็น"ข้อมูลใหม่" ที่จะนำไปสู่การรื้อฟื้นคดีขึ้นมาได้

ก็คงต้องติดตามด้วยใจระทึก …โดยเฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง !!

นอกจากนี้ในประเด็นข้อกฎหมาย ที่ว่าเมื่ออัยการสั่งฟ้องคดีไปแล้ว เรื่องเข้าสู่ศาลแล้ว อัยการคณะอื่นจะมากลับคำสั่งคดีไม่ได้นั้น …ก็ต้องรอลุ้นกันว่า อัยการสำนักงานอัยการอาญากรุงเทพใต้ จะยื่นเรื่องฟ้อง"เนตร นาคสุข" รองอัยการสูงสุด ที่มากลับคำสั่งคดีหรือไม่ …

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ