แฉสาวพิการลวงโลก อ้างมีโควตาหวย โกงคนบ้านเดียวกัน 100 ล้าน

ไทยรัฐออนไลน์ - ในประเทศ อัพเดต 20 พ.ย. 2562 เวลา 09.23 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2562 เวลา 09.23 น.
ภาพไฮไลต์

แห่แจ้งจับสาวพิการ คนขอนแก่นไปมีสามีอยู่นนทบุรี หลังอ้างมีโควตาลอตเตอรี่ในมือ ต้องการผู้ร่วมลงทุน มีเงินปันผลงาม ก่อนสารภาพอุปโลกน์ปั้นเรื่อง หลอกญาติพี่คนรู้จักไปกว่า 100 ล้าน อดีตเพื่อนสนิทแฉ ซื้อทองปลอมมาใส่เต็มตัว

เวลา 14.30 น.วันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ สภ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ชาวบ้านห้วยโจด ม.11 และชาวบ้านหนองโก ม.2 รวมตัวกันนำเอกสาร หลักฐานการโอนเงิน ข้อความที่พูดคุยผ่านไลน์ รวมถึงภาพถ่ายบัตรผู้พิการ และเอกสารต่างๆ ที่ชาวบ้านมีการพูดคุยกับนางสุพักตร์ ประทุมมา ชาวบ้านห้วยโจด ต.หนองแดง อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น แต่ไปมีครอบครัวอยู่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เป็นหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน โดยมี พ.ต.ท.วิวัฒน์ อินทร์บัวบุญ รองผกก.(สอบสวน)สภ.สีชมพู รับเรื่องร้องทุกข์จากชาวบ้าน และมอบหมายให้พนักงานสอบสวนที่เข้าเวร สอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมด

พ.ต.ท.วิวัฒน์ อินทร์บัวบุญ รองผกก.(สอบสวน) สภ.สีชมพู กล่าวกับผู้สื่อข่าวในเบื้องต้นว่า เนื่องจากมีผู้เสียหายเขาร้องทุกข์กล่าวโทษหลายราย จึงต้องมอบหมายให้พนักงานสอบสวนช่วยกันรับเรื่อง ซึ่งเมื่อรับการร้องทุกข์กล่าวโทษแล้ว ก็จะรวบรวมหลักฐาน เสนอผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาว่า คดีดังกล่าวนั้น เป็นคดีพิเศษหรือไม่ แต่ในเบื้องต้นต้องรับเรื่องไว้ก่อน จากนั้นต้องมีการสอบปากคำอย่างละเอียดเป็นรายบุคคลว่าใครเสียหายเท่าใด รวมถึงพฤติกรรมของคนที่ถูกกล่าวหานั้น มีพฤติกรรมเช่นใด มีพฤติกรรมหลอกลวง ฉ้อโกงแบบไหน ซึ่งในขณะนี้ทราบว่ามีผู้เสียหายหลายคน น่าจะเข้าข่ายการฉ้อโกงประชาชน

นางสาวพัฒนา มีอำนาจ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 ม.11 บ้านห้วยโจด ต.หนองแดง อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตัวเองกับสามีและญาติพี่น้อง ได้นำรถยนต์ 3 คันไปเข้าไฟแนนซ์ และนำที่ดินไปเข้า ธ.ก.ส.ได้เงินมารวม 630,000 บาท นำเงินทั้งหมดไปร่วมลงทุนกับนางสุพักตร์ ในการค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล

“ร่วมทุนกับนางสุพักตร์เพราะเห็นเพื่อนบ้านหลายคนทำมาแล้วได้เงิน อีกทั้งทุกครั้งที่นางสุพักตร์ กลับมาเยี่ยมบ้านก็ใส่ทองเต็มตัว แจกเงิน แจกทองชาวบ้านมากมายจึงอยากมีความเป็นอยู่ที่ดีบ้าง จึงได้พูดคุยกับนางสุพักตร์ ซึ่งบอกว่า ได้โควตาจากกองสลากครั้งละหลายเล่ม และไม่ต้องไปเดินขาย เพราะมีคนขายให้ หากมีเงินมาร่วมทุนก็รอรับการปันผลอย่างเดียว ถ้าอยากรวย ให้นำเงินมาร่วมทุน ครอบครัวจึงชวนกันหาเงินมาร่วมทุนกับนางสุพักตร์ 630,000 บาท และได้เงินปันผล 63,000 บาท แต่ได้ไม่ตรงเวลา" 

ล่าสุด งวดวันที่ 1 ตุลาคม ไม่มีเงินปันผลเข้าบัญชี มีการทวงถามกับนางสุพักตร์มาตลอด จนได้รับคำตอบว่า ไม่มีเงินมาจ่าย เพราะที่ผ่านมาได้อุปโลกน์เรื่องขึ้นมาเอง ไม่มีเงินปันผล ไม่มีโควตาสลากฯจากกองสลากแต่อย่างใด จึงได้สอบถามจากญาติพี่น้องที่อยู่ต่างจังหวัด ซึ่งทุกคนก็ถูกหลอกเหมือนกัน ค่าเสียหายที่ทางภาคเหนือและขอนแก่น รวมถึงๆ ญาติในกรุงเทพฯ รวมแล้วกว่า 100 ล้านบาท”

นางสาวพัฒนา กล่าวต่ออีกว่า การเข้าแจ้งความครั้งนี้ มีผู้เสียหาย 32 คน บางคนเดินทางมาแจ้งความก่อนแล้ว บางส่วนเดินทางไปสมทบกับญาติที่กรุงเทพฯ เข้าไปร้องเรียนที่กองปราบ เพราะทุกคนต้องการให้เจ้าหน้าที่จับกุมนางสุพักตร์ มาดำเนินคดี และถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เอาเงินมาคืนให้พี่น้องที่ร่วมทุนให้ครบทุกคน 

ขณะที่ก่อนน้านี้ นายสุวัต ชมพูวิเศษ อายุ 46 ปี สาวประเภทสอง เป็นชาวบ้านห้วยโจด ต.หนองแดง อ.สีชมพู และเป็นเพื่อนสนิทกับนางสุพักตร์ หญิงพิการรายนี้ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะเป็นคนบ้านเดียวกัน ในช่วงกลางปี 2561 เคยอาศัยอยู่ในบ้านเช่าที่เขตบางบอนมาด้วยกัน ทราบว่านางสุพักตร์ ซึ่งเป็นคนพิการ ได้รับโควตาสลากฯผู้พิการ จนมีฐานะร่ำรวยซื้อบ้านพักอาศัยใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จากนั้นนางสุพักตร์ได้แยกตัวไปอยู่กับสามี และไม่เจอกันอีก กระทั่งเดือนเมษายน 2562 ได้ไปเยี่ยมนางสุพักตร์ที่บ้านก็พบว่าฐานะร่ำรวย ใส่ทองเต็มตัว ไปไหนใครๆ ก็ทักทาย เพราะร่ำรวยขึ้นมาก

"ได้ไปพักที่บ้านนางสุพักตร์เป็นช่วงๆ แต่ไม่เคยเห็นนางสุพักตร์ออกจากบ้านไปไหน วันๆ จะคุยโทรศัพท์และเล่นไลน์ การคุยโทรศัพท์มักจะได้ยินว่าได้โควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล 20-100 เล่ม ชักชวนคนมาร่วมทุนกับกองสลาก ทั้งยังได้ยินการคุยโทรศัพท์ในเรื่องที่จะเอาเช็คไปเบิกเงินที่สมาคมคนพิการนนทบุรี ไปเอาสลากฯที่กองสลาก ทั้งที่ตัวยังนอนอยู่ในบ้าน และที่ไม่น่าเชื่อถือก็คือการที่นางสุพักตร์ไปเดินซื้อทองชุบที่วางขายบนแผงในห้างสรรพสินค้า เส้นละ 300-500 บางเส้นน้ำหนัก 3 บาทก็ราคา 1,200 บาท เอามาใส่เต็มตัว เพื่อถ่ายรูปตัวเองลงในไลน์ ส่งไปให้ผู้ร่วมทุนดูว่าตัวเองร่ำรวย สร้างความน่าเชื่อถือ ดึงดูดให้คนมาร่วมทุนมากขึ้น"

นายสุวัต กล่าวด้วยว่า เมื่อตัวเองรู้ความจริง จึงสอบถามกับญาติพี่น้อง จนทราบว่ามารดาตัวเองก็หลงเชื่อร่วมทุนกับนางสุพักตร์ไปแสนกว่าบาท จึงรีบบอกมารดาขอถอนทุนคืน ซึ่งนางสุพักตร์ก็ยอมคืนทุนให้ จากนั้นตัวเองก็กลับมาที่บ้านห้วยโจด พยายามบอกเพื่อนบ้านให้รู้ความจริง กลับกลายเป็นว่าเราไปใส่ร้าย แต่ขณะนี้ ความจึงเปิดเผยแล้ว และนางสุพักตร์ก็ถูกเปิดโปงแล้ว จึงอยากฝากบอกว่า หยุดพฤติกรรมแบบนี้ เพราะคนที่ถูกหลอกก็คือญาติพี่น้อง ถ้ามีเงินก็รีบนำเงินมาคืน เพราะไม่เช่นนั้นนอกจากตัวเองจะเดือดร้อน จะมีชาวบ้านเดือดร้อนอีกหลายคน และทุกคนก็จะไปแจ้งความจับทั้งที่จังหวัดขอนแก่น และที่กองปราบปรามด้วย

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ