แจ้งจับรุ่นพี่เทคโนฯ รับน้องโหด รุมเตะ ต่อย ไฟเผา ล้างสมอง

กรุงเทพธุรกิจ เผยแพร่ 25 ส.ค. 2562 เวลา 22.30 น.

บ่ายวานนี้ (25ส.ค.) ที่ สถานีตำรวจสามเสน นายพลสิงห์ แสนสุข ประธานอำนวยการศูนย์พญาอินทรี พร้อมด้วย นายนายพิสาร อายุ 49 ปี (สงวนนามสกุล) และนายเดช(นามสมมุมิ) ลูกชาย ถูกรุ่นพี่ภายในสถาบันเทคโนโลยีชื่อดัง ย่านเทเวศน์ รุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจในช่วงรับน้อง เข้าแจ้งความกับ ร้อยตำรวจเอก วรพจน์ ตาลแก้ว รองสารวัตรสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับรุ่นพี่ประมาณ 4 - 5 คน ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ และกักขังหน่วงเหนี่ยว พร้อมกันนี้ได้โชว์หลักฐานเป็นรอยฟกช้ำตามลำตัวหล่ายจุด ทั้งไหล่ แขน และหน้าท้อง ให้สื่อมวลชนดู

นายพลสิงห์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากพ่อของนายเดช มาร้องขอความช่วยเหลือ ตนจึงปรึกษาทนายความว่าจะสามารถช่วยอะไรได้บ้างเพื่อไม่ให้รุ่นพี่เหล่านี้ไปทำร้ายร่างกายนักเรียนคนอื่นอีก วันนี้จึงตัดสินใจมาแจ้งความดำเนินคดีกับรุ่นพี่ที่รับน้อง ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ จากการสอบถามทราบว่ารุ่นพี่เหล่านี้จะพารุ่นน้องออกไปทำกิจกรรมหรือเรียกว่าเข้าระบบเป็นระบบของรุ่นพี่ มีอยู่ 2 ที่ คืออยู่ในสถานศึกษา อีกที่อยู่จรัญ 76 เป็นบ้านเช่า เรื่องนี้มีรุ่นน้องถูกกระทำหลายคน แต่ไม่กล้าทำอะไรเพราะกลัวความไม่ปลอดภัย อยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและแก้ปัญหาเรื่องนี้

ด้าน นายพิสาร กล่าวว่า ลูกชายเรียนอยู่ชั้นปีที่ 1 สาขาอุตสาหการ สถาบันเทคโนโลยีชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่กลับถูกรุ่นพี่รับน้องทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ ลูกชายกลัวมากจนไม่กล้าบอกใคร เนื่องจากเกรงว่าถ้ารุ่นพี่ทราบลูกชายจะไม่ปลอดภัย ลูกชายบอกว่าถูกทำร้ายเกือบทุกวันหลังเลิกเรียน เป็นเวลาติดต่อ 2 เดือนตั้งแต่เปิดเทอม รุ่นพี่ทำร้ายตั้งแต่เตะ ต่อย ใช้ไหล่เดิน และใช้น้ำมันสนจุดไฟรน โดยมีรุ่นพี่ 4 - 5 คนสลับกันทำร้าย พร้อมกับพร่ำสอนแนวคิด ลูกบอกว่า ต้องทำกิจกรรมเป็นการท่องจำเพื่อให้ได้มาซึ่งของ 8 อย่าง แต่ไม่ใช่สิ่งของเป็นอะไรก็ไม้รู้ บอกแค่ว่าให้ท่องจำให้ได้ เป็นคำเป็นกลอน เป็นเพลงปลุกใจ ทำนองนี้ ถ้าทำไม่ได้ ทำไม่ผ่านก็จะถูกลงโทษ โดยนักเรียนในรุ่นมี 28 คน มี 24 คนเข้าระบบ คำนี้เป็นคำที่รุ่นพี่เรียกต่อ ๆ กันมา นอกจากลูกชายของตนแล้วยังมีนักเรียนคนอื่นรวม 18 - 19 คน ก็ต้องออกจากโรงเรียนเพราะกลัวรุ่นพี่ทำร้าย เพื่อนในรุ่นรู้กันหมดแต่ไม่กล้าพูด กิจกรรมแบบนี้ผมเรียกว่ากิจกรรมล้างสมอง โชคดีที่ลูกผมออกมาได้

ดูข่าวต้นฉบับ