แค้นสุมทรวง พาเมียน้อยมาเย้ย ถึงหน้าบ้าน เมียหลวงสุดทน ยิงผัวตกบ้าน ตายคาที่

Khaosod อัพเดต 17 ต.ค. 2562 เวลา 14.42 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2562 เวลา 14.42 น.
ยิงผัว

แค้นสุมทรวง พาเมียน้อยมาเย้ย ถึงหน้าบ้าน เมียหลวงสุดทน ด่ากันลั่น ก่อนเดินหนีขึ้นบ้าน ผัวตามไปเอาเรื่อง เมียคว้าปืนออกมา แย่งกันพัลวัน ก่อนลั่นเข้าพุง ตกบ้านตายคาที่

พาเมียน้อยมาเย้ย วันที่ 17 ต.ค. ร.ต.อ.ภชรธาดา พงษ์สุวรรณ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 34/1 หมู่ 11 ต.กุดตาเพชร อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ลพบุรี แพทย์เวร ร.พ.ลำสนธิ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทธธรรมสงเคราะห์ลำนารายณ์ พ่งไล้ (16) จุดลำสนธิ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง ที่ใต้ถุนใกล้บันไดทางขึ้นบ้าน พบศพ นายบุญมาก ถั่วสันเทียะ อายุ 61 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนลูกซองเข้าที่หน้าท้อง 1 นัด เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งจากการตรวจสอบบนบ้านพบปืนลูกซองยาว พร้อมปลอกกระสุนเบอร์ 12 คารังเพลิงอยู่ 1 นัด วางอยู่บนบ้าน จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน นางหนู ถั่วสันเทียะ อายุ 58 ปี ภรรยาผู้ตายและเป็นผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ นายบุญมาก ได้ขับรถไถมาจากไร่เพื่อจะเก็บเข้าบ้าน โดยมี นางสมศรี (นามสมมติ) ภรรยาอีกคน ขี่รถจยย.ตามมารับ นายบุญมาก ถึงหน้าบ้าน ซึ่งตนได้เก็บความแค้นที่สุมอยู่ในอกมานาน จากความหึงหวงที่สามีแอบไปมีเมียน้อย และมีความคับแค้นอยู่เป็นทุน แถม นายบุญมาก ยังพาภรรยาน้อยมาเยาะเย้ยถึงหน้าบ้าน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

จึงได้พูดคุยกันชั่วครู่ ก่อนโต้เถียงด่าทอกันอย่างรุนแรง โดย นางสมศรี ก็ยังคงรอคอยอยู่ที่เดิม ตนจึงได้หนีขึ้นไปบนบ้าน ปิดประตูลงกลอน แต่นายบุญมาก ยังตามขึ้นไปด่าทอและพยายามจะดันประตูเข้าไปหา ตนจึงได้หยิบอาวุธปืนลูกซองยาว โดยนำปากกระบอกปืนโผล่ออกมาจากในบ้าน จนเกิดการยื้อแย่ง ฉุดกระชาก ทำให้ปืนลั่นเจาะร่าง นายบุญมาก จนกระเด็นตกบ้านเสียชีวิตคาที่

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นางหนู พร้อมปืนที่ใช้ก่อเหตุไปสอบปากคำ รวมทั้งสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุ พยานแว้ล้อม และผู้ที่รู้จักคุ้นเคยเพื่อรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นได้ส่งศพผู้ตายไปชันสูตร ก่อนติดต่อญาติมารับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเภณีทางศาสนาต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ