แก้ปัญหา “ไปโรงเรียนสาย” ของลูก ๆ กันเถอะ

Motherhood.co.th เผยแพร่ 15 พ.ย. 2562 เวลา 03.00 น. • Motherhood.co.th Blog
แก้ปัญหา “ไปโรงเรียนสาย” ของลูก ๆ กันเถอะ

แก้ปัญหา "ไปโรงเรียนสาย" ของลูก ๆ กันเถอะ

สิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องยากสำหรับพ่อแม่ที่มีลูกในวัยเรียนก็คือ การปลุกลูก ๆ ให้ตื่นในทุกเช้า เพื่อที่จะได้ไม่ต้อง "ไปโรงเรียนสาย" เพราะหากนักเรียนไปสายบ่อย ก็จะถูกคุณครูตำหนิ และหากสายบ่อยเข้า ก็อาจจะมีเวลาเรียนเหลือไม่ถึง 80% เป็นปัญหาที่กระทบต่อผลการเรียนอีกทอดหนึ่ง หากคุณพ่อคุณแม่อยากแก้ปัญหาการตื่นสายของเด็ก ๆ แล้วละก็ ติดตามบทความนี้ให้ดีค่ะ

เราเข้าใจดีว่าแม้แต่ผู้ใหญ่แบบเรา ๆ การตื่นนอนตอนเช้าก็เป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่ายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเด็ก ๆ หรอกค่ะ อย่างไรก็ตาม มันก็มีไม่กี่ขั้นตอนที่คุณสามารถทำตาม เพื่อสร้างกิจวัตรที่จะช่วยให้ทั้งครอบครัวตื่นนอนในตอนเช้าได้ดีขึ้นกว่าเดิม

1. ทุกคนควรพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับมีความสำคัญอย่างไม่น่าเชื่อ เพื่อให้คนเราสามารถทำงานได้ดีไม่วว่าจะเป็นที่โรงเรียนหรือที่ทำงาน แล้วลูก ๆ ของคุณนอนหลับเพียงพอหรือไม่ คุณพ่อคุณแม่ต้องแน่ใจได้ว่าพวกเขาได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ โดยการวางแผนตารางเวลาเพื่อกำหนดเวลานอนที่เหมาะสมสำหรับเด็ก ๆ โดยการหักลบจำนวนชั่วโมงนับจากเวลาที่พวกเขาต้องตื่นไปโรงเรียน

ให้ลูกนอนตรงเวลาทุกวันและนอนให้เพียงพอ

2. เตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่คืนก่อนหน้า

ขั้นตอนต่อไปนี้คือการเตรียมความพร้อมที่ดีที่สุด ในการลดจำนวนความรับผิดชอบที่ทุกคนในครอบครัวต้องทำในตอนเช้า

  • เตรียมอาหารเช้าตั้งแต่กลางคืน การรับประทานอาหารเช้าในช่วงเช้านั้นไม่จำเป็นต้องเลือกอาหารที่ซับซ้อนมาก อาหารเช้าแบบง่าย ๆ และมีสารอาหารที่เพียงพอก็พอแล้วสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่ ห้ามงดอาหารเช้าเด็ดขาด อย่าปล่อยให้ลูกท้องว่างหรือหิวไปโรงเรียน เพราะจะทำให้สมรรถภาพการทำงานของร่างกายเสื่อมถอย ก่อให้เกิดผลเสียต่อสติปัญญา ร่างกาย อารมณ์ และการเข้าสังคมของลูกได้
  • แพ็คมื้อเที่ยง เด็ก ๆ ชอบอาหารกล่องแบบเบนโตะ และมันก็ทำไม่ยากด้วย คุณสามารถช่วยให้ตัวเองพ้นไปจากความยุ่งยากในช่วงเช้าได้ด้วยการทำสิ่งเหล่านี้ให้เสร็จตั้งแต่คืนก่อน
  • จัดเตรียมเสื้อผ้า หลีกเลี่ยงความปวดหัวด้วยการเลือกชุดที่เหมาะสมสำหรับการทำงานในวันถัดไป วิธีนี้จะช่วยให้คุณรู้สึกหงุดหงิดน้อยลงเมื่อต้องเตรียมตัวลูกให้พร้อมในตอนเช้า และการจัดเตรียมเสื้อผ้าของลูกก็จะช่วยให้คุณรู้ได้ก่อนว่ากระดุมเสื้อหลุดหรือไม่ หรือถุงเท้ายังซักเสร็จไม่ทัน เพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้สามารถทำให้เสียเวลาเพิ่มโดยไม่จำเป็น
  • จัดกระเป๋าไปโรงเรียน การทำเช่นนี้สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาทั้งหมดในการค้นหากระเป๋านักเรียน รองเท้า กล่องอาหารกลางวัน และของจำเป็นในการเรียนอื่น ๆ ทุกเช้า มันเป็นการดีที่จะกำหนดจุดวางของเฉพาะสำหรับสิ่งของของคุณเอง เช่น กระเป๋า โทรศัพท์ กระเป๋าเงิน และกุญแจ
เตรียมอาหารกลางวันไว้ตั้งแต่คืนก่อนช่วยได้มาก

3. ตื่นก่อนเด็ก ๆ

การปลุกลูกของคุณให้ตื่นทั้ง ๆ ที่ตัวคุณเองยังอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ไม่ทำให้เรื่องง่ายขึ้นสำหรับเด็ก ๆ เลย เป็นการดีกว่าที่จะใช้เวลาประมาณ 15 ถึง 30 นาทีตื่นขึ้นมาก่อนพวกเด็ก ๆ คุณจะพบว่าอารมณ์ดีขึ้นเมื่อมีเวลาอาบน้ำ แต่งตัว และดื่มกาแฟตอนเช้า ก่อนที่จะดูแลและเตรียมความพร้อมให้กับเด็ก ๆ

4. สร้างตารางกิจวัตรช่วงเช้า

ตารางกิจวัตรนี้มีประโยชน์ในการทำให้แน่ใจว่าลูกของคุณจัดการตัวเองให้พร้อมโดยที่ไม่พลาดขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งไป ตารางของคุณควรมีสิ่งสำคัญทั้งหมดที่ต้องทำ เช่น

  • แปรงฟัน
  • อาบน้ำ
  • ล้างหน้า
  • หวีผม
  • แต่งตัว
  • รับประทานอาหารเช้า
  • ใส่รองเท้า
  • หยิบกระเป๋านักเรียนและกล่องอาหารกลางวัน

พยายามให้ลูกทำสิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเองให้มากที่สุด มันอาจเร็วกว่าที่คุณจะแต่งตัวให้พวกเขา แต่พวกเขาจะไม่เรียนรู้ที่จะทำมันด้วยตัวเอง ปล่อยให้พวกเขาฝึกการเตรียมพร้อมในตอนเช้าโดยปราศจากความช่วยเหลือของคุณพ่อคุณแม่ การทำเช่นนี้เป็นการสอนให้ลูกรู้จักการช่วยเหลือดูแลตนเอง ฝึกความรับผิดชอบ และรู้จักการทำงานอย่างเป็นขั้นตอน นอกจากนั้น ยังเป็นการสอนลูกไปในตัวว่าหากเขาได้จัดเตรียมทุกอย่างพร้อมล่วงหน้า ตื่นเช้ามาเขาจะได้ไม่ต้องลำบากและวุ่นวาย วันใหม่ของเขาก็จะเริ่มต้นด้วยความราบรื่น

5. ใช้การต่อรองสร้างแรงจูงใจ

ข้อต่อรองเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการช่วยให้เด็กมีแรงบันดาลใจในการทำทุกสิ่งในตอนเช้า พูดถึงสิ่งที่ลูกของคุณชอบในตอนเช้าและใช้มันเป็นข้อต่อรองเพื่อให้พวกเด็ก ๆ ทำสิ่งที่พวกเขาไม่เต็มใจทำ

ตัวอย่างเช่น "หลังจากลูกแปรงฟันและแต่งตัวเสร็จแล้ว เราจะกินอาหารเช้าอร่อย ๆ กัน" วิธีนี้สามารถทำงานได้อย่างมหัศจรรย์ในบ้าน หากลูกของคุณชอบอาหารเช้าแสนอร่อยที่คุณทำเอง พวกเขาจะต้องรีบทำในสิ่งที่คุณขอ

การใช้นาฬิกาปลุกก็ช่วยได้ส่วนหนึ่่ง

6. สงบและเย็นเข้าไว้

เด็ก ๆ สามารถสัมผัสได้เมื่อคุณอยู่ในภาวะเร่งรีบและหงุดหงิด และพวกเขาอาจยิ่งทำอะไรช้าลงหรือต่อต้านการทำตัวหัวหมุนไปกับคุณ ถ้าหากคุณทำตามขั้นตอนข้างต้นเป็นอย่างดี คุณก็จะไม่ต้องรีบลนมากขนาดนั้น หากคุณทำให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าเวลาเช้าช่างเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ความหงุดหงิดและอารมณ์เสีย มันจะทำให้การเรียนรู้ของลูกไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ให้ปลุกลูกอย่างอ่อนโยน การตะโกนปลุกหรือการขู่จะยิ่งทำให้ลูกไม่ยอมตื่น จึงควรพยายามปลุกด้วยวิธีนุ่มนวล เช่น ชวนให้ดื่มนมหรือน้ำผลไม้ หรือถามเขาถึงสิ่งที่จะต้องทำที่โรงเรียนในวันนี้เพื่อชวนคุย เขาจะได้เริ่มต้นเช้าวันใหม่อันสดใสอย่างเต็มใจ

วิธีช่วยให้ลูกสดชื่นแจ่มใสยามเช้า

  • เข้านอนให้ตรงเวลาทุกคืน พยายามให้ลูกเข้านอนให้ตรงตามเวลาทุกคืน แม้ว่าเขาจะมีกิจกรรมหลังเลิกเรียนและต้องทำการบ้านเป็นเวลานาน ๆ ก็ตาม เพื่อที่ร่างกายของเขาจะได้รับรู้ว่าถึงเวลาที่ต้องเข้านอนแล้ว ต้องช่วยกันปรับกิจกรรมก่อนเข้านอน อย่าปล่อยให้ลูกดูทีวีหรือเล่นเกมในช่วง 30 นาทีก่อนเข้านอน และในช่วงเสาร์อาทิตย์ ก็ไม่ควรปล่อยให้เขาเข้านอนดึกกว่าปกติเกิน 2 ชั่วโมง
  • ให้แดดส่องเข้ามาในห้อง ปรับมู่ลี่หรือเปิดผ้าม่านให้แสงแดดส่องเข้ามาในห้องนอนของลูกก่อนที่คุณจะปลุกเขาขึ้นมา เมื่อทำเช่นนี้ ระบบเวลาในร่างกายของเขาจะได้ตอบสนองต่อเวลาทั้งช่วงกลางวันและกลางคืนโดยอัตโนมัติ อย่าให้นอนช่วงวันหยุดนานเกินไป ถ้าปล่อยให้ลูกนอนนาน ๆ ในวันเสาร์และอาทิตย์ เขาจะยิ่งไม่อยากตื่นเมื่อถึงวันธรรมดาที่ต้องไปโรงเรียน
การตื่นเช้าทำให้เด็ก ๆ สดใสและเต็มที่กับการเรียน

ทำไมการตื่นนอนในตอนเช้าจึงสำคัญ?

การตื่นนอนในตอนเช้าอย่างสดชื่นแจ่มใส่ จะทำให้วันทั้งวันเต็มไปด้วยความรู้สึกที่มีพลังและสบายตัว การที่ทุกคนในครอบครัวเริ่มต้นวันด้วยความรู้สึกเช่นนี้จะทำให้คุณและพวกเขามีพลังที่จะต่อสู้กับสิ่งต่าง ๆ ที่จะผ่านเข้ามาและเต็มไปด้วยความมั่นใจ

บางทีออกจากบ้านช้ากลับทำให้ถึงที่หมายไว

คุณพ่อคุณแม่ลองปรับเปลี่ยนเวลาออกจากบ้านเพื่อให้เจอกับรถติดน้อยลง บางครั้งการออกจากบ้านช้ากว่าเดิมสัก 10 นาทีก็ทำให้คุณถึงเร็วขึ้นได้ เนื่องจากไม่ต้องไปแย่งที่จอดรถหรือไปติดรถของผู้ปกครองคนอื่น ๆ

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ