เอ๊ะ? สีทาบ้านมันมีวันหมดอายุหรือเปล่านะ เช็คยังไงมาดูกัน

Thaiware อัพเดต 20 ต.ค. 2562 เวลา 12.00 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2562 เวลา 12.00 น. • nearikii
เอ๊ะ? สีทาบ้านมันมีวันหมดอายุหรือเปล่านะ เช็คยังไงมาดูกัน
สีทาบ้านที่เรารู้จักกัน ถึงแม้จะไม่มีวันหมดอายุแปะไว้ข้างกระป๋อง แต่ตัวสีและสารเคมีที่ใช้นั้นมีอายุการใช้งานนะ

บางคนที่เคยใช้สีทาบ้านแล้วเหลือสีใช้ไม่หมดเก็บไว้จนลืม พอกลับมาเปิดใช้สีอีกที อ่าว! สีเปลี่ยนไป ใช้ได้ไม่เหมือนเดิม เลยอาจจะสงสัยเกี่ยวกับสีทาบ้านว่าจริงๆ แล้ว มันมีวันหมดอายุไหม? และคำตอบนั่นก็คือ

"ใช่ สีทาบ้านน่ะ มันมีวันหมดอายุ"

ถ้าสีมันมีวันหมดอายุเราก็ต้องดูได้ แต่เผอิญว่าบนกระป๋องสีมันมักจะไม่มีวันหมดอายุติดมาด้วยน่ะสิ แล้วเราจะดูได้อย่างไร? งั้นวันนี้เรามาดูชนิดสีทาบ้าน วิธีเช็ควันหมดอายุของสี และเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ไปพร้อมๆ กัน

สีมีประเภทอะไรบ้าง

สีสำหรับทาบ้านนั้นมีมากมายหลายชนิด แต่สีที่เรานิยมใช้สำหรับทาภายในและภายนอกหลักๆ เลยก็จะเป็นสีประเภทนี้

  • สีน้ำมัน (Oil-Based Paints)

  • เป็นสีที่แห้งช้า ทำมาจากน้ำมันธรรมชาติหรือสังเคราะห์ หากเก็บดีๆ สามารถเก็บได้นานถึง 15 ปี แถมยังเป็นสีที่ทนทานมาก สมกับเวลาที่ทำให้สีแห้งช้า

  • สีลาเท็กส์ (Latex Paints)

  • เป็นสีที่แห้งไว มีส่วนผสมยางหรือพลาสติกผสมสี เก็บได้นานถึง 10 ปี ใช้งานง่ายสะดวกแต่มีความทนทานน้อยกว่าสีประเภทน้ำมัน

  • สีอะคริลิค (Acrylic Paints)

  • เป็นสีที่แห้งไวปานกลาง มีส่วนผสมของพลาสติก ส่วนใหญ่จะใช้กับงานศิลปะซะมากกว่า สามารถเก็บได้นานมากกว่า 10 ปี ขึ้นอยู่กับภาชนะและสถานที่ๆ ใช้เก็บสี

หมดอายุดูจากอะไร

วิธีดูว่าสีหมดอายุสามารถดูได้จากลักษณะสีและกลิ่นที่ผิดแปลกไปจากเดิม สามารถดูได้จากวิธีต่างๆ ดังนี้

  • ถ้าสีแห้งติดกระป๋อง
  • กลิ่นเหม็นโชยเหมือนคาวปลาหรือกลิ่นแปลกๆ
  • สีมีลักษณะเป็นก้อนๆ หนึบหนับ
  • เวลาคนสี หยดสีไม่มีความเรียบลื่น แยกตัวออกจากกันไวกว่าปกติ

เมื่อใดที่สีของเรามีลักษณะดังนี้ นั่นหมายความว่าสีบูดหรือเสียแล้ว ไม่สามารถทำให้กลับมาดีได้เหมือนเดิม ถึงเวลาที่เราต้องทิ้ ซื้อใหม่และครั้งหน้าเราควรเก็บให้ดีกว่าเดิม

วิธีเก็บรักษา

สีทาบ้านหรือสีประเภทอะไรก็แล้วแต่ถ้าหากเก็บสีอย่างถูกต้องและอยู่ในที่ๆ เหมาะสม สีจะมีความทนทานและอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุด วิธีเก็บรักษาให้ดีคือ

  • ปิดฝาถัง หรือ หลอดสี ให้สนิทที่สุด ไม่ให้มีอากาศหรือลมเข้า
  • เก็บในอุณภูมิที่พอเหมาะสูงกว่า 12 และต่ำกว่า 22 องศาเซียลเซียส

การเก็บที่ดีช่วยป้องกันสีแห้งจนใช้งานไม่ได้ อุณหภูมิก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน ควรเก็บให้อยู่ภายในบ้านที่สามารถควบคุมอุณหภูมิ ไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป ไม่งั้นสีจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นของแข็งหรือเหนียวข้น จนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

ติดตามวันหมดอายุ

อีกหนึ่งทริค ในการติดตามวันหมดอายุของสี เราสามารถติดตามอายุของสีที่เราเปิดใช้งานไปได้ ด้วยิธีการบันทึกวันที่ข้อมูลต่างๆ ของสีที่ใช้ลงบนกระป๋องหรือสมุด ด้วยวิธีการเขียนดังนี้

  • เขียนยี่ห้อของสี (เช่น ยี่ห้อ TOD)
  • วันที่ซื้อบนใบเสร็จ (เช่น วันที่ 12 ตุลา 2xxx)
  • วันที่เปิดใช้จริง (เช่น วันที่ 15 ตุลา 2xxx)
  • ชื่อสี (เช่น ขาว แดง น้ำเงิน ฯลฯ)
  • ประเภทและชนิดสี (เช่น สีน้ำมัน เคลือบเงา/เคลือบด้าน)
  • เลขค่าสี (เช่น 7271 Berry Bush)

อาจจะดูยุ่งยากนิดหน่อยที่ต้องเขียนบันทึกชื่อสี วันที่เปิดใช้สี ข้อมูลต่างๆ มากมาย แต่ในอนาคตอีก 5-10 ปีหากเราใช้สียังไม่หมด เราก็สามารถกลับมาเช็คได้ตลอดเวลา แถมถ้าสีหมดอายุแล้วเราอยากใช้เฉดสีแบบเดิมเป๊ะๆ เราก็ดูจากค่าสีที่เราจดไว้ได้อีกด้วยถือว่าเป็นทริคที่มีประโยชน์มากๆ ในระยะยาวครับ

ดูข่าวต้นฉบับ