เส้นทางบังเกอร์ลับเก็บอาวุธหนักจากยุคสงครามเวียดนาม ใต้ร้านกาแฟในโฮจิมินห์

ศิลปวัฒนธรรม อัพเดต 09 ก.ค. เวลา 08.23 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. เวลา 08.18 น.
ร้านกาแฟ โฮจิมินห์ Do Phu เวียดนาม
ผู้จัดการร้านกาแฟ Do Phu ในโฮจิมินห์ เวียดนาม เปิดทางเข้าบังเกอร์บนพื้นในผู้สื่อข่าวชม ภาพจาก QUY LE BUI / AFPTV / AFP

เมืองไซง่อนในปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว และเมืองทางเศรษฐกิจของเวียดนาม แน่นอนว่า วิถีชีวิตของคนทั่วไปในเมืองย่อมทำมาหากินทั่วไป ร้านกาแฟ ร้านอาหารก็พบเห็นได้ทั่วไป แต่หารู้ไม่ว่า ใต้ร้านกาแฟบางแห่งยังมีอาวุธหนัก วัตถุตกทอดมาจากยุคสงครามเวียดนาม คาเฟ่ที่ว่านี้มีชื่อว่า Do Phu

Do Phu เป็นร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโฮจิมินห์ ภายในร้านตกแต่งเหมือนร้านกาแฟทั่วไป แต่หากเปิดช่องเก็บของบนพื้น จะพบบังเกอร์เก็บอาวุธหนักหลายชนิดตั้งแต่บาซูก้า ไปจนถึงปืนไรเฟิล

อาวุธเหล่านี้ถูกใช้ในการยุทธเมื่อครั้งการรุกตรุษญวน (Tet Offensive) ในช่วงสงครามเวียดนามเมื่อ ค.ศ. 1968 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนในสงครามเวียดนาม การจู่โจมโดยฝ่ายเวียดกง และกองทัพฝ่ายเหนือมุ่งเป้าไปที่สถานที่สำคัญหลายแห่งในไซง่อน หรือในปัจจุบันเรียกกันว่าโฮจิมินห์ เป้าหมายมีตั้งแต่สถานทูตสหรัฐฯ และสถานที่สำคัญทางพลเรือนทั่วเวียดนามใต้ ภายหลังการรุกครั้งนั้น ฝั่งสหรัฐอเมริกาก็ถอนกำลังออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตาม สงครามครั้งนั้นสร้างความสูญเสียให้ฝั่งเหนืออย่างใหญ่หลวง คาดว่ามีทหารเสียชีวิตไปไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นนาย

จากข้อมูลของสำนักข่าวเอเอฟพี บังเกอร์ดังกล่าวถูกสร้างเมื่อปี 1967 โดยชายชื่อTran Van Lai ซึ่งพำนักในไซง่อน ชายคนนี้เป็นฝ่ายปฏิบัติการลับให้ฝ่ายเวียดกงโดยมีฉากหน้าเป็นผู้รับเหมาซ่อมทางระบายน้ำในห้องน้ำของบ้านพักที่ในเวลานั้นเป็นที่พำนักของเขาเอง

Dang Thi Thiep ภรรยาของ Tran ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า พวกเขาใช้เวลาขุดบังเกอร์ถึงหนึ่งปี และเสริมโครงสร้างคอนกรีตเพื่อให้แข็งแรงขึ้น บังเกอร์ยาว 10 เมตร สูง 2.5 เมตร สามารถเก็บซ่อนอาวุธที่คาดว่าน้ำหนักรวมน่าจะหนักถึง 3 ตัน อาวุธนี้เอาไว้สำหรับหน่วยรบพิเศษแห่งไซง่อน (Saigon Special Force) หน่วยคอมมานโดของเวียดกงที่ร่วมจู่โจมในเมืองช่วงการรุกตรุษญวน

กลุ่มผู้จัดทำนำอาวุธหนักตั้งแต่บาซูก้าและไรเฟิลซ่อนไว้ในลังไม้ซึ่งใส่ในรถยนต์และขนเข้ามาในบ้านก่อนที่จะนำไปซุกซ่อนในบังเกอร์ Dang Thi Thiep เล่าว่า หากถูกจับได้ว่าครอบครองอาวุธแค่ 2-3 ชิ้นก็ถูกประหารชีวิตแล้ว

Nguyen Bao Anh ผู้จัดการคาเฟ่ Do Phu ซึ่งอยู่ด้านบนบังเกอร์เล่าว่า บังเกอร์มีช่องทางออกไปสู่ท่อระบายน้ำด้านนอกเพื่อให้ทหารใช้หลบหนีหรือไม่ก็เป็นเส้นทางออกไปปฏิบัติการ บังเกอร์ยังมีทางเข้าได้อีกหลายทาง อาทิ อ่างในห้องน้ำ ไปจนถึงอิฐบนพื้นซึ่งปัจจุบันกลายเป็นร้านกาแฟไปเรียบร้อยแล้ว

รายงานข่าวจากเอเอฟพีเผยว่า สมาชิกหน่วยรบพิเศษแห่งไซง่อน 15 นาย ซ่อนในบังเกอร์ก่อนที่จะไปโจมตีทำเนียบประธานาธิบดีในวันที่ 31 มกราคม 1968 ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 8 ราย

หลังจากนั้น ทหารฝ่ายใต้เข้าโจมตีและยึดบ้านหลังนี้ไว้ได้จนกระทั่งปี 1975 ซึ่งเป็นช่วงที่ความลับในบ้านถูกเปิดเผย ลูกชายของ Tran Van Lai ปรับปรุงบ้านเป็นร้านกาแฟใช้ชื่อว่า Do Phu ในปี 2018 บังเกอร์ยังเปิดให้เข้าชมได้ ภายในยังมีปืนไรเฟิลของจริง ลูกระเบิด และรถยนต์ที่ใช้ขนย้ายอาวุธก็ถูกจัดแสดงในคาเฟ่ด้วย

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 กรกฎาคม 2563

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ