เสี่ยท็อป ถูกศาลจำคุก 6 เดือน แม่ให้สู้คดีเองไม่ประกันตัว แต่พ้นคุกจะให้เงินทำทุน

workpointTODAY อัพเดต 18 ต.ค. 2562 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2562 เวลา 10.48 น. • Workpoint News
เสี่ยท็อป ถูกศาลจำคุก 6 เดือน แม่ให้สู้คดีเองไม่ประกันตัว แต่พ้นคุกจะให้เงินทำทุน

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายธนณัฎฐ์ สิริปิยพร หรือเสี่ยท็อป ที่เป็นข่าวโด่งดังกรณีถูกกล่าวหาหลอกลวงเรื่องงานแต่งงานกับสาวชาวบุรีรัมย์ โดยถูกจับที่สนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่ 17 ต.ค. หลังจากเดินทางกลับจากต่างประเทศ ตามหมายจับในคดีเก่าเมื่อปี 2559 จากการที่ตกลงร่วมทำธุรกิจเสริมความงามกับคู่ค้า แต่เช็คที่ฝ่ายนายธนณัฎฐ์ สั่งจ่ายไม่สามารถขึ้นเงินได้ จึงทำให้ถูกฟ้องดำเนินคดี

ซึ่งล่าสุด ช่วงสายวันนี้ (18 ต.ค.) พนักงานสอบสวนได้คุมตัวนายธนณัฎฐ์ เดินทางไปศาล ตามที่ถูกออกหมายจับเพราะไม่ไปฟังคำพิพากษา และศาลอ่านคำพิากษาลับหลังไปก่อนหน้านี้ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี ซึ่งวันนี้นายธนณัฎฐ์ ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ ศาลได้แก้การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่งให้จำคุก 6 เดือนโดยไม่รอลงอาญา

ด้าน นางญาณี รักติปกรณ์ อายุ 72 ปี มารดานายธนณัฏฐ์ ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าว ระบุว่า คนที่แจ้งจับเป็นเจ้าของคลินิกร้านเสริมสวย ซึ่งท็อปตกลงจะมีการซื้อขายกัน โดยท็อปเขียนเช็คไว้ให้ เมื่อเช็คถูกปฏิเสธการสั่งจ่าย เจ้าของร้านเสริมสวยจึงไปฟ้องศาลเรียกร้องค่าเสียหาย ซึ่งในเรื่องนี้ตนได้นำโฉนดที่ดิน ที่คลองสี่ จ.ปทุมธานี ชดใช้ค่าเสียหายให้ไปแล้ว ทำไมเขาจึงมาแจ้งความอีก ซึ่งฝ่ายร้านเสริมสวยก็ได้โอนโฉนดไปเป็นของเขาเรียบร้อยแล้ว เช็คก็ไม่คืนให้ แล้วทำไมมาแจ้งจับกันอีก

ส่วนกรณีลูกชายถูกจำคุก นางญาณี กล่าวว่า จะไม่ไปประกันตัวให้ ให้เขาต่อสู้กันเอง เงิน 8 ล้าน ตนขอเก็บไว้ดีกว่า หากเขาพ้นโทษออกมา จะนำเงิน 8 ล้านบาทให้ไปทำทุน พร้อมระบุว่าตนคงไม่มีอะไรจะพูด เพราะเหมือนเป็นการทับถมเขา ทุกวันนี้ ท็อปไปไหนก็ถูกคนประณามกันไปหมดแล้วว่า เขาขี้โกง

ทั้งนี้ ที่มาของคดี คือ การที่นายธนณัฎฐ์ ตกลงซื้อคลินิกเสริมความงานกับเจ้าของเดิมในราคา 8,500,000 บาท โดยสั่งจ่ายเช็คให้แต่ขึ้นเงินไม่ได้ และเมื่อคกีถึงชั้นศาลนายธนณัฎฐ์ ไม่ได้เดินทางไปฟังคำพิพากษา ศาลแขวงพระนครเหนือจึงออกหมายจับลงวันที่ 14 พ.ย. 2559 ด้านว่าที่ร้อยตรีสุรพล สินธุนาวา ทนายความของนายธนณัฎฐ์ กล่าวว่า 2 ฝ่ายได้ต่อรองราคาของการทำธุรกิจความงามร่วมกันลงจาก 8 ล้านบาท มาเป็น 4.5 ล้านบาท และ 1 ล้านบาท โดยเมื่อจ่ายเป็นเช็คแต่ไม่สามารถขึ้นเงินได้ มารดาของนายธนณัฎฐ์ จึงนำโฉนดที่ดินมาวางไว้เป้นหลักฐานค้ำประกันว่าจะนำเงินมาชำระให้ ซึ่งโฉนดนี้ยังอยู่กับคุ่กรณีและยังไม่มีการเซ็นโอนที่ดิน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ