เวทีชี้แจงรับฟังความเห็นการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ล่ม ชาวบ้านโห่ไล่ตัวแทนบริษัท

คมชัดลึกออนไลน์ อัพเดต 03 ส.ค. 2563 เวลา 16.00 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. 2563 เวลา 15.38 น.

วันที่ 2 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาการเปรียญวัดบึงตะแบก หมู่ที่ 4 ตำบลหนองแจง อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ บริษัท คลีน เอนเนอร์จี ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแจง จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ต่อการดำเนินโครงการก่อสร้าง โรงไฟฟ้าพลังงานชุมชนหนองแจง หรือ โรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 9.9 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการก่อสร้างดังกล่าว ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลหนองแจง อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 41 ไร่ 3 งาน 16.7 ตารางวา มูลค่าโครงการ 800 ล้านบาท ซึ่งการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในครั้งนี้ เพื่อประเมินถึงผลกระทบ และสิ่งแวดล้อม ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อชาวบ้านในชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง

โดยมีชาวบ้าน 7 หมู่บ้าน จากชาวบ้านทั้งหมด 18 หมู่บ้าน ในตำบลหนองแจง จำนวนกว่า 300 คน ที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้กับหมู่ 4 บ้านบึงตะแบก จุดที่จะดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานชุมชนหนองแจง เดินทางมาร่วมรับฟังพร้อมถือป้ายตะโกนคัดค้าน เนื่องจากหวั่นเกรงว่า โรงไฟฟ้าชีวมวลดังกล่าว สร้างอยู่ใกล้กับแหล่งชุมชนและแหล่งน้ำ ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรมีอาชีพ ทำนา ทำไร่ ทำสวนผลไม้ โดยเฉพาะสวนชมพู่ที่ให้ผลผลิตดี มีชื่อเสียง และกำลังโด่งดังมาก อาจจะได้รับผลกระทบจากกลิ่นที่เน่าเหม็น หรืออาจจะเกิดมลภาวะสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ รวมทั้งยังอาจจะส่งผลให้เกษตรกรต้องเปลี่ยนวิถีชีวิต ออกไปทำงานรับจ้างแทน

สำหรับบรรยากาศ การเปิดเวทีชี้แจงรายละเอียดโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล เพื่อรับฟังความคิดเห็น เป็นไปอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน โดยขณะที่ตัวแทนบริษัทบรรยายพร้อมฉายภาพสไลด์เปิดวีดีทัศน์ถึงขั้นตอนการดำเนินการ ได้ประมาณราว 1 ชั่วโมง ทางเจ้าอาวาสวัดบึงตะแบก ก็ได้เตือนให้ตัวแทนบริษัทพูดทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งไม่ดี ขณะที่นายสุวิทย์ สอนชา สารวัตรกำนันตำบลหนองแจง และนายประสิทธิ์ สอนชา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ได้ลุกขึ้นยืน พร้อมพูดว่า ให้ทางตัวแทนบริษัทบรรยายในสิ่งที่เป็นผลเสียบ้าง ไม่ใช่พูดแต่สิ่งที่เป็นผลดีกับบริษัทเท่านั้น รวมทั้งยังควักเงินเป็นธนบัตร 500 บาท ที่ชาวบ้านฝากมาคืนขึ้นมาจากกระเป๋าและสอบถามว่า เงินจำนวน 500 บาท ที่ชาวบ้านจำนวน 228 คน ได้รับนั้นเป็นเงินค่าอะไร รวมทั้งบัตรประชาชนกับสำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 72 คน ที่เอาไปนั้น จะคืนให้ชาวบ้านหรือไม่ ถ้าไม่คืนจะได้ให้ชาวบ้านไปร้องศูนย์ดำรงค์ธรรม ชาวบ้านที่มาประชุมจึงพากันถือป้ายลุกฮือ ตะโกนโห่ไล่ ตัวแทนบริษัทจึงรีบปิดการประชุม

บุรฉัตร ศิริวัฒนาเกษม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

ดูข่าวต้นฉบับ