เรื่องบางเรื่องไม่ต้องการเหตุผล - วินทร์ เลียววาริณ

THINK TODAY เผยแพร่ 05 ส.ค. 2562 เวลา 10.56 น.

ไพรัชฟังเมียบ่นมาทั้งวัน แต่เขาเลือกที่จะเงียบ เขาไม่ต่อล้อต่อเถียงเธอมานานแล้ว เพราะเรียนรู้จากประสบการณ์ว่าไม่คุ้ม หากเขาแย้งหรือเถียง เรื่องจะยืดยาวออกไปอีกหลายวัน และเมื่อภรรยาของเขาอารมณ์ไม่ดีข้ามวันข้ามคืน คนที่เดือดร้อนก็คือเขา เพราะต้องทนอยู่ในสภาวะกดดันเงียบๆ เหมือนภูเขาไฟที่คำรามเบาๆ แต่ไม่ระเบิด

เป็น ‘การลงโทษ’ ที่เรียกว่า silent treatment

เขารำคาญเสียงบ่นของภรรยา เพราะไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ก็บ่น ทุกอย่างในโลกนี้เป็นปัญหาหมด เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอคุยกับเขาด้วยเหตุผลไม่ได้

วันหนึ่งนักจิตวิทยาคนหนึ่งบอกไพรัชว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก มันเป็นอาการปกติของผู้หญิงหลายล้านคน” 

เขาถามว่า “แล้วจะให้ยอมรับสภาพหรือ?” 

นักจิตวิทยาตอบว่า “ใช่และไม่ใช่ ยอมรับความจริง แล้วแก้ไข”

“มีทางแก้ไขด้วยหรือ?”

ทางแก้คือเปลี่ยนมุมมองและวิธีการคุยกับภรรยา 

ลองสวมรอยเสียบเข้าไปในการบ่นของเธอ

อย่างไร?

เมื่อเธอบ่นว่า “รถติดมาก” ก็เสริมว่า “เหรอ… จราจรตอนนี้แย่จังเลยนะ” ซึ่งเป็นประโยคกลางๆ ไม่มีความหมายอะไรที่แย้งคำพูดของเธอ แค่เสริมคำบ่นของเธอ

เมื่อเธอบอกว่า “ฉันเกลียดเจ้านั่นมาก” ก็เสริมแค่ว่า “อืม!” ไม่ต้องเสริมต่อว่า “เธอก็เกินไป” หรือ “อย่าไปใส่ใจเขาเลย” หรือ “เจ้านั่นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนี่” 

พูดง่ายๆ คือรับฟัง

ตลอดเวลาให้คุยกับเธออย่างให้ความสนใจเต็มที่ ตาประสานตา โน้มตัวเข้าหาเธอบ้างขณะฟัง ซึ่งเป็นกิริยาของคนที่สนใจฟังเต็มที่ 

ไม่นานเสียงบ่นของภรรยาค่อยๆ หายไป เพราะเธอเกิดความรู้สึกใหม่ว่า สามีเป็นพวกเดียวกับเธอ รับฟังเธอ และไม่พยายามเปลี่ยนเธอ

แบบฝึกหัดนี้ชี้ว่า ผู้หญิงจำนวนมากที่บ่นไม่ได้ต้องการให้ใครช่วยแก้ปัญหาให้ แค่ต้องการคนรับฟังเท่านั้นเอง ภรรยาไม่ต้องการมีตรรกะเหตุผลร้อยแปด ภรรยาบ่นเพื่อให้สามีฟังเฉยๆ ไม่ได้ต้องการให้วิเคราะห์ปัญหา พร้อมเสนอทางแก้ด้วยยี่สิบทางเลือก

ดังนั้นเมื่อเขาพยายามแก้ปัญหาด้วยตรรกะ มันจึงไม่ได้ผล

ถ้าไม่เข้าใจโครงสร้างของปัญหานี้ ชีวิตคู่ก็ดำเนินไปลำบาก

งานวิจัยบอกว่าโดยสัญชาตญาณ ผู้หญิงจำนวนมากมักคิดแบบ emotion ไม่ต้องการเหตุผล และไม่ฟังเหตุผล ผู้ชายจำนวนมากมักคิดแบบ logic ความขัดแย้งของสองอย่างนี้อาจกลายเป็นจุดสร้างปัญหาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

พฤติกรรมแบบนี้ปรากฏมานานแสนนานแล้ว ออสการ์ ไวด์ เขียนว่า “ผู้หญิงถูกสร้างมาเพื่อให้รัก มิใช่เพื่อให้เข้าใจ”

โก้วเล้งเขียนว่า “ในโลกความจริงไม่มีผู้ใดสามารถเข้าใจอีกผู้หนึ่งโดยกระจ่างอย่างแท้จริง มิว่าเป็นสามีภรรยาเป็นมิตรสหายก็ตาม อย่าว่าแต่สตรีความจริงก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อไม่ให้คนเข้าใจอยู่แล้ว”

ผู้ชายที่แต่งงานแล้วและที่ยังไม่แต่งงานก็สมควรเรียนรู้และเข้าใจจิตใจผู้หญิง ไม่ต้องพยายามหาเหตุผลในทุกเรื่อง และไม่ใช่ทุกเรื่องในชีวิตมีเหตุผล แค่ทำความเข้าใจ รับฟังเสียงบ่นด้วยสติและความเมตตา ชีวิตก็จะสงบ

หลักการนี้ใช้ได้ไม่เฉพาะแต่คู่สามีภรรยา แม้คนทั่วไปก็ได้ ความจริงคือไม่เฉพาะผู้หญิงที่โน้มไปทาง emotion ผู้ชายจำนวนมากก็เป็น ในบางเรื่องพวกเขาต้องการ logic บางเรื่องต้องการ emotion หลายเรื่องในชีวิตไม่ต้องการเหตุผล

เพื่อนผู้ชายบ่นกับคุณว่า “ร้านนั้นมันโกงกู” หรือ “คนขับแท็กซี่ไม่ทอนเงิน” อย่าเพิ่งคิดเรื่องตรรกะว่าจะจัดการอย่างไร บางทีเพื่อนแค่ต้องการบ่นระบาย แล้วจบแค่นั้น

หลักอริยสัจ 4 สอนเรื่องการวิเคราะห์ให้ออกว่า อะไรคือสาเหตุของทุกข์ คนส่วนมากก็มักใช้ตรรกะและเหตุผลในการวิเคราะห์ บางครั้งลืมปัจจัยเรื่องอารมณ์และฮอร์โมน

บ่อยครั้งคนเราอารมณ์ไม่ดีเพราะระดับฮอร์โมนและสารเคมีในสมองไม่ปกติ

การมองปัญหาให้ทะลุจึงสำคัญ และไม่ทุกปัญหาต้องมองจากมุมของเหตุผล

ลิ้นกับฟันย่อมกระทบกันเป็นระยะ ถ้าเราสามารถอ่านให้ขาดว่า อีกฝ่ายต้องการเหตุผลหรือว่าแค่เปรยขอความเห็นใจ หรือแค่ต้องการเพื่อน ก็จะสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดจริงๆ

มองโลกในแง่ดีว่าอีกฝ่ายบ่นเพราะเห็นเราเป็นที่พึ่งพึง เป็นเสาหลัก จึงบ่นให้ฟัง 

และในเมื่อเราเป็นเสา ก็ประพฤติอย่างเสา ยืนมั่นคง และไม่ต้องพูด เพราะเสาย่อมพูดไม่ได้ 

……………

วินทร์ เลียววาริณ

winbookclub.com

เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/winlyovarin/