เมื่อลูกกำลังจะจากไป.. รับมือหัวใจแตกสลายของตัวเอง และโอบกอดลูกไปพร้อมกันได้ยังไง - เพจ Beautiful Madness by Mafuang

TOP PICK TODAY เผยแพร่ 21 ก.ค. เวลา 10.32 น. • เพจ Beautiful Madness by Mafuang

เวลาที่เราบำบัดคนไข้

หนึ่งสิ่งที่เรายึดไว้เป็นหลักคือ

‘เราจะช่วยคนไข้ให้มองตัวเองออกมานอกเหนือจาก ‘ปัญหา’ ที่เขามีได้ยังไง?’

เรารู้สึกว่า มันโรแมนติคและชโลมใจมากกว่าการจ้องแต่จะวินิจฉัยโรคและจ่ายยาอย่างเดียว

 

 

วันนี้ เราได้เข้าร่วมสัมมนา โดยผู้บรรยายชื่อ Claire Cooley เธอเป็นจิตแพทย์ที่ส่วนใหญ่ทำงานกับเด็กและวัยรุ่น

เธอมาพูดถึงการรับมือกับสภาพจิตใจในฐานะผู้ปกครอง เมื่อลูกที่เรารักกำลังจะจากเราไปในเวลาอันใกล้ (ด้วยโรคภัยอันโหดร้าย)

เราจะดูแลหัวใจทั้งของเราและลูกไปพร้อมๆ กันได้ยังไง

 

 

 

 

  • ‘สิ่งที่สวยงามที่สุดในตัวลูกของคุณคืออะไร?’

คุณพ่อคุณแม่ หรือคนดูแลใกล้ชิดลูก ลองถามคำถามนี้กับตัวเอง

ค่อยๆ นั่งคิด

ว่าในตัวลูกคนนี้ มีอะไรที่น่าชื่นชม ที่มีค่าต่อจิตใจบ้าง? เช่น

  • ลูกมักทำให้คนรอบข้างขำเสมอ
  • ลูกมีจินตนาการที่เยี่ยมยอด ลูกเป็นคนที่เล่านิทานได้สนุกมากกก
  • ลูกเป็นเด็กมีน้ำใจ ชอบแบ่งของเล่นให้เด็กคนอื่นที่อยู่ในโรงพยาบาลด้วยกันเสมอ

ให้เราได้ค่อยๆ เริ่มเรียนรู้ความพิเศษของลูก ที่มหัศจรรย์ต่อหัวใจของเรา มากกว่าการมองเขาด้วยโรคที่ต้องเผชิญตอนนี้เยอะเลย

 

 

 

 

  • ‘เกิดอะไรขึ้น ‘อีก’ บ้างในวันนี้?’

ต่อจากข้อที่แล้ว ทุกวันที่อยู่โรงพยาบาล ลูกจะเจอคำถามจากคุณหมอ จากพยาบาล หรือคำถามจากคุณพ่อคุณแม่เองว่า ‘อาการวันนี้เป็นยังไงบ้าง?’

ลองหาบทสนทนาอย่างอื่นคุยกับลูก ให้เราทั้งคู่ได้รู้สึกว่า ลูกมีอะไรในชีวิตมากกว่า ‘สิ่งที่หมอวินิจฉัย’

  • อะไรที่ทำให้หนูยิ้มบ้างในวันนี้?
  • อยากเล่นของเล่นอะไรเป็นพิเศษไหม?
  • รู้สึกยังไงกับการ์ตูนที่หนูเพิ่งดูจบไปบ้าง?

เป็นต้น

 

 

 

 

  • ความจริงแล้ว เด็กมีความหวาดกลัวน้อยกว่าผู้ใหญ่เยอะเลย

ความใสและบริสุทธิ์ของเด็กยังมีอยู่มาก แต่หลายครั้งผู้ใหญ่จะรู้สึกผวาไปกว่าเด็กอยู่แล้วด้วยความเป็นห่วงหนักในหัวใจ

พาเด็กเดินทัวร์ในโรงพยาบาลเลย ทำความรู้จักกับพี่พยาบาลที่ไม่เขายังไม่เคยเจอ ให้เขาได้ตื่นเต้นกับเครื่องมือทางการแพทย์ต่างๆ

และหลายครั้ง สำหรับเด็กแล้ว โรงพยาบาลคือบ้านหลังที่สอง ตกแต่งห้องในโรงพยาบาลให้มีความอบอุ่นเหมือนบ้านเลย อาจเอารูปที่บ้านมาวางไว้ มีตุ๊กตาตัวโปรด หรือมุมหนังสือเล็กๆ

 

 

 

 

  • ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก ที่ยังมีความหวัง

หลายคนรู้สึกแย่ที่ยังมีความหวัง เพราะนั่นเหมือนแสดงว่า เราไม่ยอมรับความจริง หรือกำลังปฎิเสธสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่จริงๆ แล้ว เราแค่กำลังเลือกที่จะคิดถึงสิ่งที่มันต่างออกไปจากความตายที่กำลังจะมาถึง เท่านั้นเอง

มันโอเค ที่เราเลือกจะหัวเราะไปกับมุขตลกของลูก ยิ้มกว้างๆ ไปกับรูปวาดที่ลูกตั้งใจระบายสี

จดจำช่วงเวลาอันอ่อนโยน กับความหวังที่แสนหวาน ให้ลูกได้มีความสุขกับสิ่งที่กำลังอยู่ตรงหน้า

 

 

 

 

  • เราหยุดสถานการณ์อันโหดร้ายนี้ไม่ได้ แต่เราเลือกการจบของมันได้

ข้อสุดท้าย ถึงแม้เราจะเลือกให้ลูกไม่จากไป ไม่ได้

แต่เราเลือกได้ว่าเราอยากสร้างบรรยากาศสุดท้ายให้ออกมาเป็นแบบไหน

‘เลือกให้มันจบลงด้วยความรัก’

  • สมาชิกครอบครัวทุกคน ปู่ ย่า ตา ยาย มากันพร้อมหน้าล้อมเตียง
  • ลูกอยากอยู่ในอ้อมกอดของแม่ระหว่างจากไปไหม?
  • อยากร้องเพลงอะไรให้ลูกฟังเป็นครั้งสุดท้ายรึเปล่า

ลูกอาจอยากรู้ถึงชีวิตของเรา ‘เมื่อไม่มีเขา’

คุยกับลูกไปเลย และทำให้เขามั่นใจว่า เราจะทำอะไรเพื่อให้จดจำเขาได้ตลอดไป

ห้องนอนของเขา ลูกอยากให้จัดการยังไงต่อ?

เลโก้ชุดโปรด ลูกอยากให้เอาไปมอบให้ใครเป็นพิเศษไหม?

ให้เขาได้มีสิทธิสร้างความทรงจำสุดท้าย และต่อจากนี้ไปพร้อมกับเรา

 

 

 

คุณหมอเล่าให้ฟังว่า

วันหนึ่ง มีเด็ก 5 ขวบคนหนึ่งดึงคุณหมอไปคุยด้วยเงียบๆ

เด็กบอกว่า ‘หนูมีความลับจะบอก อีกไม่นานหนูก็จะไม่อยู่ที่นี่แล้วนะ’

หมอก็ถามว่า แล้วหนูจะไปไหน?

‘หนูจะไปเล่นตุ๊กตากับนางฟ้าคนอื่นๆ ที่มีปีกแล้ว’

เด็กคนนั้น คงหมายถึง เด็กๆ ที่อยู่ในโรงพยาบาลด้วยกัน ที่พวกเขาได้จากไปแล้ว

เด็กรับรู้แหละ เรื่องแบบนี้ แต่เขารับรู้ในแบบของเขา

 

ไม่ต้องกลัวที่จะพูดคุยกับเด็กในเรื่องที่น่าเศร้าแบบนี้

เพราะบางที ในจิตใจของเขา มันอาจเป็นอะไรที่สว่างมากๆ ก็ได้

ติดตามบทความใหม่จากเพจ Beautiful Madness by Mafuang ได้บน LINE TODAY ทุกวันอังคาร