เมื่อมีบริการ “Grab Finance” จะมีผลต่อธนาคารต่าง ๆ มั้ย ?

Money Buffalo เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 09.00 น. • Money Buffalo
เมื่อมีบริการ “Grab Finance” จะมีผลต่อธนาคารต่าง ๆ มั้ย ?

ช่วงไม่กี่ปีมานี้ธุรกิจหนึ่งที่น่าเห็นใจพอสมควรคือ “ธุรกิจธนาคาร” ที่ถ้าเป็นละครคงเศร้าเคล้าน้ำตา ประมาณว่านอกจากจะไม่ได้ครองคู่กันแล้ว ยังต้องเจอกับเรื่องกดดันอีกหลายเรื่องทั้งนอกและใน พอเรื่องนึงคลี่คลาย อีกเรื่องก็ต่อคิวมาให้แก้ปัญหาอีก จนไม่รู้ว่าจะจบให้แฮปปี้เอนดิ้งได้ยังไง ทั้งเรื่องงดเว้นค่าธรรมเนียม อัตราดอกเบี้ย เรื่องการปรับมาตรฐานทางบัญชี IFRS9 แถมตอนนี้ Grab ยังเปิดบริการเกี่ยวกับการเงินของเค้ามาอีกคือ “Grab Finance”

อย่างที่พูดไป คือตอนนี้ Grab ที่ก่อนหน้านี้เปิดตัวด้วยการเป็นบริการด้านการขนส่ง Grab car และต่อมาก็เป็นบริการรับส่งอาหารฮิตติดลมบนในชื่อ Grab Food และตอนนี้เค้ากำลังจะกระโดดเข้ามาแจมเป็นผู้เล่นรายใหม่ในธุรกิจด้านการเงินในชื่อว่า “Grab Finance” หลังจากได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง ให้มีบริการกู้สินเชื่อได้ นอกจากนี้ในสิงค์โปร์ Grab ได้รับใบอนุญาต Digital Banking เพื่อทำธุรกิจธนาคารดิจิทัล รวมถึงใบอนุญาตทำธุรกิจ Micro Investment แต่พวกนี้ยังไม่มีแผนจะเปิดในไทย

แต่บริการสินเชื่อของเค้า ไม่ได้เปิดให้คนทั่ว ๆ ไปนะ ในตอนนี้ยังกำจัดอยู่แค่การปล่อยสินเชื่อให้เหล่าบรรดา Partner ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ส่งอาหารในแพลตฟอร์มของเค้าเท่านั้น การปล่อยสินเชื่อให้ Partner นี้มีมาตั้งแต่ปลายปี 2562 แล้ว

การปล่อยสินเชื่อของ "Grab Finance" มีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ

1. สินเชื่อเงินสดผ่านแอปพลิเคชัน

สินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพ แบบไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่ต้องเอารถ เอาบ้านหรือที่ดินไปค้ำไว้ให้เสียวสันหลังเล่น โดย Partner ผู้ขับขี่สามารถขอสินเชื่อได้อย่างสะดวกและรวดเร็วผ่านแอปพลิเคชัน K-plus ของธนาคารกสิกรไทย ส่วนนี้มีวงเงินสูงสุดที่สามารถขอกู้ได้อยู่ที่ 100,000 บาท ระยะเวลา 6 เดือน และมีดอกเบี้ยสูงสุดอยู่ที่ 18%

2. บริการผ่อนชำระสินค้ารายวัน

บริการผ่อนชำระโทรศัพท์มือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบรายวัน ดอกเบี้ย 0% สำหรับ Partner ผู้ขับขี่ อันนี้เป็นอัตราดอกเบี้ย 0% เลยนะ เค้าจะหักเงินเป็นรายวันจากกระเป๋าตังค์ของ Partner ผู้ขับขี่ (เป็นเหมือนแอปพลิเคชันสะสมยอดเงินที่ทำได้ในแต่ละวันของ Partner ผู้ขับขี่) ทาง “Grab Finance” จะหาจำนวนเงินที่จะชำระคืนออกมาเป็นรายเดือนก่อนแล้วหารด้วย 28 เช่น ต้องผ่อนรายเดือน 1,000 บาท ก็เอามาหารด้วย 28 เท่ากับประมาณ 36 บาทต่อวันเท่านั้น

3. สินเชื่อ SMEs

สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการรายย่อย ระยะสั้น ดอกเบี้ยต่ำ สำหรับเพิ่มสภาพคล่อง เอาไปหมุนหรือเป็นสายป่านในธุรกิจ มีวงเงินสูงสุดที่สามารถกู้ได้อยู่ที่ 1,000,000 บาทและมีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดอยู่ที่ 15%

อย่างที่เห็น คือเค้าจะกำหนดวงเงินสูงสุดที่จะให้กู้ได้ แต่ผู้กู้แต่ละคนก็จะได้รับการอนุมัติจำนวนเงินต่างกัน ซึ่งจะได้มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับคะแนนความน่าเชื่อถือหรือ “credit score” ของ Partner ผู้ขับขี่คนนั้น เหมือนเวลาเราไปขอกู้เงินจากธนาคาร เค้าจะอนุมัติให้เรามากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับเครดิตที่ผ่านมาของเราไง เช่น เงินเดือน หลักทรัพย์ ประวัติการกู้เงินที่ผ่านมาว่าชำระหนี้ตรงเวลามั้ย “Grab Finance” ก็ทำอย่างนี้แหละ แต่ข้อมูลของเค้าคงจะเรียลกว่าเพราะเป็นคนเก็บเองเลย ไม่มีการย้อมแมวให้ดูเผิน ๆ เหมือนเสือแน่นอน ฮ่า ๆ เรียกได้ว่านี่คือการใช้ประโยชน์จาก Big Data พี่ทุยเลยพูดเสมอว่า สมัยนี้รู้อะไรไม่สู้รู้ Data ยังไงล่ะ ไว้พี่ทุยจะมาลงลึกให้อีกทีว่า Grab เค้าดูความน่าเชื่อถือจากข้อมูลเพื่อมาประเมินเป็น Credit Score ได้อย่างไรบ้าง

แล้ว Grab ทำเพื่ออะไรกันนะ?

Grab ได้กำไรจากดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งสองประเภท (กู้เงินเพื่อไปผ่อนมือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไม่นับ เพราะดอกเบี้ย 0%) ซึ่งทาง Grab ได้บอกว่าเค้าไม่ได้หวังกอบโกยรายได้จากตรงนี้นะ แต่มีมาเพื่อช่วยในการแก้ปัญหาของ Partner  อย่างที่รู้กันว่าถ้าจะขอกู้ธนาคารก็ต้องยุ่งยาก มีเอกสารมากมาย หรือแม้กระทั่งเรื่องการขอใช้งานบัตรเครดิต ซึ่งกว่าจะเปิดได้ก็ไม่ง่ายนัก เพราะต้องมีหลักฐานการเงินอย่างแน่ชัด ยิ่งสำหรับผู้ที่ไม่ได้ทำงานประจำแบบมีเงินเดือนที่แน่นอน ยิ่งทำบัตรเครดิตได้ยาก ถึงแม้จะมีรายได้มากเท่าไหร่ก็ตาม

ถ้าไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเรามีเงินเข้าอย่างสม่ำเสมอแน่นอน ก็ถือว่าเป็นคนไม่มีเครดิตในสายตาธนาคาร ดังนั้น Partner ของ Grab ที่รับงานเป็นจ๊อบ ๆ ไป ย่อมถูกธนาคารมองว่าไม่มีหลักฐานทางการเงินที่น่าเชื่อถือ จะกู้ก็ยาก จะเปิดบัตรเครดิตเพื่อผ่อนสินค้าเหมือนคนอื่นเค้าก็คงเป็นเรื่องยาก Grab มองเห็นถึงปัญหาตรงนี้แหละ เลยเอา Big Data ที่มีอยู่ในมือมาใช้เป็นเครดิตซะเลย ใครไม่ให้เครดิต Grab ให้เอง ป๋ามั้ย ถามใจดู

การที่ Grab ปล่อยสินเชื่อให้ Partner เนี่ย ส่งผลกระทบต่อรายได้ของธนาคารต่าง ๆ มั้ยนะ?

อย่างที่พี่ทุยเกริ่นมาในตอนแรกว่าธนาคารโดยหลายเรื่องรุมเร้าจนราคาหุ้นถอยรูดยาวมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2561 ยกตัวอย่างเช่น

1. หุ้นของธนาคารกสิกรไทยหรือจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ในชื่อว่า KBANK ลดจากราคาประมาณ 240 บาทต่อหุ้น เมื่อเดือนมกราคม 2561 มาเหลือ 134.50 บาทต่อหุ้น ในวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หรือคิดเป็นลดลงประมาณ 43% ในสองปีนี้

เมื่อมีบริการ “Grab Finance” จะมีผลต่อธนาคารต่าง ๆ มั้ย ?

2. หุ้นของธนาคารไทยพาณิชย์หรือจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ในชื่อว่า SCB ลดจากราคาประมาณ 160 บาทต่อหุ้น เมื่อเดือนมกราคม 2561 มาเหลือประมาณ 97.50 บาทต่อหุ้น ในวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หรือคิดเป็นลดลงประมาณ 39% ในสองปีนี้

เมื่อมีบริการ “Grab Finance” จะมีผลต่อธนาคารต่าง ๆ มั้ย ?

3. หุ้นของธนาคารกรุงเทพหรือจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ในชื่อว่า BBL ลดจากราคาประมาณ 210 บาทต่อหุ้น เมื่อเดือนมกราคม 2561 มาเหลือประมาณ 142 บาทต่อหุ้นในวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หรือคิดเป็นลดลงประมาณ 32% ในสองปีนี้

เมื่อมีบริการ “Grab Finance” จะมีผลต่อธนาคารต่าง ๆ มั้ย ?

ส่วนตัวพี่พีทุยมองว่าการที่ “Grab Finance” มาเปิดให้บริการปล่อยสินเชื่อนี้ไม่น่าจะกระทบธนาคารต่าง ๆ เพราะว่า เป็นการปล่อยกู้เฉพาะกลุ่ม ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มเป้าหมายนี้ก็ไม่ค่อยมีสิทธิ์มีเสียงในการกู้ยืมหรือทำบัตรเครดิตของธนาคารอยู่แล้ว

เพราะฉะนั้นการที่ Grab มีบริการนี้ผุดมา ธนาคารต่าง ๆ ก็จะไม่ได้ประโยชน์แต่ก็ไม่เสียประโยชน์อะไร คนที่ได้ประโยชน์ก็จะคือตัวผู้กู้และธุรกิจต่าง ๆ ที่ผู้กู้เอาเงินตรงนั้นไปใช้ ข้อดีคือจะเกิดเงินหมุนเวียนในธุรกิจต่าง ๆ มากขึ้นไงล่ะ

ได้ยินมาว่าในครั้งนี้ Grab เค้าตั้งงบไว้ถึง 3,000 ล้านเลยนะ ที่ผ่านมาอัตราการเกิดหนี้เสียก็ดีงามไม่ถึง 2% เลย แต่ถึงจะดูน่าสนใจยังไง ถ้าไม่มีความจำเป็นก็ไม่ต้องไปกู้หรอกเนอะ การกู้หรือการใช้เครดิตจนติดเป็นนิสัยก็เหมือนการเอาเงินในอนาคตมาใช้ เหมือนเราเอาข้าวของวันพรุ่งนี้มากิน พอถึงวันพรุ่งนี้ไม่มีข้าวกินเพราะหมดไปแล้วก็ต้องเอาของวันถัดไปมากินต่อเป็นทอด ๆ ไป แค่คิดก็เหนื่อยแล้วเนี่ย เชื่อพี่ทุยเถอะ เงินกู้ไม่ใช่รายได้ เมื่อได้มาก็ต้องคืนเค้า แค่เป็นการเอาเงินในอนาคตมาใช้เท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ