เมื่อฉันต้องเป็นญาญ่า - อั๋น ภูวนาท

TOP PICK TODAY อัพเดต 26 พ.ค. เวลา 04.39 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. เวลา 13.46 น. • อั๋น ภูวนาท
ภาพจาก Edvard Alexander Rølvaag / unsplash.com
ภาพจาก Edvard Alexander Rølvaag / unsplash.com

 

“มีคนฟังโทรมาอยากคุยกับพี่อั๋นมาก ถ้าพี่ไม่รีบกลับช่วยรับสายนี้หน่อยได้ไหมคะ”

ผู้ช่วยของผมส่งเสียงเข้ามาในสตูดิโอจัดรายการ ในช่วงเวลาโกลาหลที่ผมกำลังเก็บของกลับบ้านเพราะ

จัดรายการเสร็จแล้วพอดี แต่พูดมาขนาดนี้ก็ต้องรับสายสิจ๊ะ

น่าเสียดายที่ผมไม่สามารถคุยได้ยาวนานมากพอ เพราะดีเจช่วงต่อไปมานั่งรออยู่แล้ว

เจ้าของสายที่โทรมานี้อยากปรึกษาว่าจะทำยังไงดีกับเพื่อนร่วมงานที่ไม่จริงใจ แทงข้างหลังตลอดเวลา จนท้อ ไม่อยากไปทำงาน และลงท้ายด้วยคำถามว่า

“วันนี้ถ้าจะต้องเผชิญหน้า พี่ว่าหนูควรจะด่ามันว่าอะไรดี”

ผมตอบเธอไปแค่ว่า รออ่านใน LINE TODAY นะจ๊ะ พี่จะขอไปตอบตรงนั้น และสัญญานะว่าระหว่างที่รอนี้ ขอให้ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งปวง

ผมมีเพลงโปรดเพลงนึงชื่อเพลง Hold On ของ Wilson Phillips เก่ามากแล้วล่ะ แต่จนถึงทุกวันนี้ ยิ่งฟังก็ยิ่งเข้าใจทั้งเนื้อหา และความเป็นไปของโลกมากขึ้น และผมก็ใช้หลายประโยคจากเพลงนี้ช่วยพาให้ผมรอดพ้นจากการจมในคลื่นลมชีวิต ให้ไม่เผลอยอมแพ้ ถอดใจเร็วเกินไปกับสารพัดอุปสรรคมานับครั้งไม่ถ้วน

“Don’t you know things will go your way if you hold on for one more day”

ฮึบให้ถึงอีก 1 วัน แล้วอะไร ๆ มันจะดีขึ้น เรียบง่ายแต่เก็บไว้ใช้ได้ชั่วนิรันดร์กับทุกเรื่องแล้วเชื่อไหมว่าทุกครั้งที่ชีวิตมันแย่ แค่อดทนให้พ้นอีกวัน มันดีขึ้นทุกครั้งจริง ๆ แต่ถ้ามันยังไม่ดี ก็ร้องเพลงนี้อีกที แล้วฮึบต่อให้ได้อีก 1 พรุ่งนี้แล้วรอดู

ทุกที่มีล้วนปัญหา ไม่ว่าจะปัญหางาน หรือปัญหาคน ถ้าไม่มีปัญหาอะไรเลย ใครเค้าจะจ้างคุณมาทำงานให้เสียตังค์ หน้าที่ของเราคือถูกจ้างมาเพื่อมองให้เห็นปัญหา แล้วแก้ไขมัน เพราะฉะนั้นถ้าคุณมองไม่เห็นปัญหา หรือว่าเห็น แต่แก้มันไม่ได้ ขอให้จงหวั่นใจไว้เถิดว่าคุณกำลังกลายเป็นทรัพยากรที่ในไม่ช้านายจ้างจะเริ่มเห็นแล้วว่าไม่มีค่าสำหรับเค้า และศักยภาพในการรับมือ หรือแก้ปัญหาของคุณนั่นแหละคือตัวที่จะบ่งบอกและกำหนดว่าราคาของคุณควรจะอยู่ที่เท่าไร

จากนี้ควรคิดใหม่ เมื่อไรที่เห็นปัญหาอย่าตกใจ ควรดีใจซะด้วยซ้ำ เพราะแปลว่ามันกำลังมีโอกาสให้คนเก่งได้แจ้งเกิด คนแพ้ได้มีโอกาสชนะ  คนนั่งแถวหลังได้ขยับมาข้างหน้า และคนข้างล่างได้เลื่อนขึ้นข้างบน

ส่วนปัญหาคนนั้น เช่นกันที่ไหนก็มีดราม่า แค่จำไว้ว่า..

ไม่มีใครทะเลาะกับเราได้ ถ้าเราไม่ทะเลาะด้วย คนที่ด่าคนอื่นอยู่ฝ่ายเดียว ในขณะที่อีกฝ่ายทำแต่งาน และทำแต่เรื่องดีๆ ก็เห็นจะมีแต่นางร้ายตัวอิจฉาแหละจริงไหม ต่อให้หนูไม่ได้สวยแบบญาญ่า ก็อย่าลืมว่าเราสามารถเป็นนางเอกในชีวิตของเราเองได้เสมอถ้าเผลอลดตัวไปตบกับนางร้าย มันก็คล้ายกับเอาทองไปลู่กระเบื้องแหละจ้ะ

แต่ไหน ๆ ถ้าอุตส่าห์จะตั้งใจเป็นนางเอกทั้งที ลองสิ ทำดีสุดหัวใจใส่ไปเลยกับทั้งงานและเพื่อนคนนี้ แม้จะต้องฝืนแสดงแสร้งยิ้ม แต่นั่นคือสิ่งที่นางเอกควรทำมิใช่หรือ  หงุดหงิดเมื่อไหร่ ลองมองเค้าให้เป็นแค่ "ก้อนหิน" อดทนและหมั่นฝึกปรือให้รับมือกับคนพาล ด้วยการใช้ความปรารถนาดีเป็น GPS นำทาง ไม่ช้าก็เร็ว มารอาจจะกลับใจกลายมาเป็นมหามิตรก็เป็นได้

เมื่อไรใจแกว่ง งง เหมือนจะหลงทาง ถามตัวเองอีกทีว่าเป้าหมายของตัวเองที่ฉันมาที่นี่คืออะไร ถ้ามาที่ทำงาน ก็ต้องเอางานเป็นที่ตั้ง แล้วงานที่ดีจะปกป้องเราเอง

เลิกคิดได้แล้วนะครับว่าถ้าต้องเผชิญหน้า จะด่าเค้าว่าอะไรดี

หนูคงไม่มีวันไปถึงยอดเขา ถ้าเฝ้าแต่หยุด แล้วเอาไม้ไล่ตีหมาทุกตัวที่เห่าใส่อยู่ข้างทาง

หลายครั้งคนเราไม่ได้บาดเจ็บจากคมของผาหินก้อนใหญ่ตรงหน้า แต่กลับพลาดท่าสะดุดล้มจาก "หินก้อน" เล็กๆที่เกะกะระหว่างทางมากกว่า

แล้วก็อย่าลืมว่า "ก้อนหิน" ที่พบระหว่างทางนั้น เราสามารถเอามันไปสร้าง "สะพาน" หรือสร้าง "กำแพง" ก็ได้

ขึ้นอยู่กับตัวเราแล้วล่ะว่าจะเปลี่ยนก้อนหินก้อนนี้เป็น "ปัญหา" หรือว่า "โอกาส"

และในฐานะผู้กำกับละครแห่งชีวิตของตัวเรื่องนี้

หนูจะแคสติ้งตัวเองให้เป็นตัวอิจฉา หรือว่านางเอก

--

ติดตามบทความใหม่ ๆ จาก อั๋น ภูวนาท ได้ทุกวันจันทร์ บน LINE TODAY