เผยควีน-ราชสำนักวิตก เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน ประทานสัมภาษณ์เปิดศึกชนสื่อ

Khaosod อัพเดต 21 ต.ค. 2562 เวลา 15.45 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2562 เวลา 15.28 น.
meghan-itv2
เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน ประทานสัมภาษณ์ไอทีวี

เผยควีน-ราชสำนักวิตก เจ้าชายแฮร์รี-เมแกน ประทานสัมภาษณ์เปิดศึกชนสื่อ

เผยควีน-ราชสำนักวิตก – เมื่อ 21 ต.ค. เดลีเมล์ รายงานถึงปฏิกิริยาของคนในราชสำนักอังกฤษ ภายหลังเจ้าชายแฮร์รี และเมแกน ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเส็กซ์ ประทานสัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ไอทีวี ของอังกฤษ ซึ่งออกอากาศเมื่อค่ำวันที่ 20 ต.ค. ว่า ทำให้สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงวิตกอย่างยิ่ง ส่วนแหล่งข่าววังเคนซิงตัน เผยกับบีบีซีออนไลน์ ว่า เจ้าชายวิลเลียมทรงห่วงพระอนุชาและเมแกน ว่าอยู่ในสถานะที่เปราะบาง

การประทานสัมภาษณ์ครั้งนี้ ทอม แบรดบี พิธีกรไอทีวี ตามเสด็จไปบันทึกเทปเจ้าชายแฮร์รี และเมแกน พร้อมด้วยพระโอรสอาร์ชีไปยังแอฟริกาใต้ ระหว่างการเยือนของสามพระองค์ เมื่อเดือนกันยายน

ดัชเชสเมแกนทรงเล่าว่ามีเพื่อนๆ เตือนว่าอย่าแต่งงานกับเจ้าชายแฮร์รี เพราะจะถูกสื่อแท็บลอยด์จับจ้องและทำลายชีวิตเธอได้ อีกทั้งยังช่วงที่เอ่ยว่า มีน้อยคนนักจะถามสารทุกข์สุขดิบพระองค์ ทรงพยายามกลั้นน้ำตาไว้

ขณะที่เจ้าชายแฮร์รี ตรัสว่า พระองค์ทรงรู้สึกกดดันที่จะต้องปกป้องครอบครัวจากการรุกรานอันไม่พึงประสงค์ของสื่อมวลชน นอกจากนี้มีช่วงหนึ่งที่ทรงเปิดเผยว่า พระองค์ขัดแย้งกับเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐา

ฟิล ดัมเพียร์ ผู้เขียนหนังสือ Royally Suited เกี่ยวกับเรื่องราวความรักของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน ดาราสาวอเมริกัน และติดตามเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับราชวงศ์มาสามทศวรรษ ให้สัมภาษณ์เมล์ออนไลน์ ว่า “ผมได้รับการบอกเล่าว่า ควีน พระราชวงศ์ระดับอาวุโส และข้าราชการในพระราชสำนักวิตกอย่างยิ่งกับท่าทีของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนในเรื่องนี้ และเป็นเรื่องซีเรียสมาก

“ผมหวังว่าการใช้เวลาพักผ่อน 6 สัปดาห์ของพระองค์นั้น จะสะท้อนออกมาอย่างใคร่ครวญว่าสิ่งที่พระองค์จะทำต่อไปคืออะไร ภารกิจที่ทรงไปทำในทริปแอฟริกานั้นล้วนเป็นงานที่ดี แต่กลับถูกบดบังด้วยการโจมตีสื่อของพระองค์ ซึ่งทรงได้รับคำแนะนำที่ไม่ดี ไม่ก็เพิกเฉยต่อคำแนะนำ” นายดัมเพียร์กล่าว

ดัมเพียร์ตั้งข้อสังเกตถึงกรณีดัชเชสเมแกนทรงให้สัมภาษณ์ถึงแรงกดดันจากแท็บลอยด์ของอังกฤษ ว่าเป็นเรื่องน่าแปลกใจมาก เพราะก่อนหน้านี้ ตอนที่เมแกนเป็นดารามาหลายปี ก็ต้องเจอกับสื่อทุกแบบ และแท็บลอยด์ก็มีในอเมริกาเหมือนกัน จึงไม่เชื่อว่า ดัชเชสจะไม่มีประสบการณ์รับมือเรื่องนี้

“ผมพูดตรงๆ เลยว่า นักข่าวและบ.ก.สื่อแท็บลอยด์เกือบทั้งหมดต้องการให้เมแกนประสบความสำเร็จ และยังมองเธอ เหมือนการสูดอากาศที่สดชื่น แต่ทั้งสองกลับทรงทำให้เกิดข่าวลบเอง เพราะขณะที่บอกผู้คนให้ตระหนักถึงภาวะโลกร้อน ก็ทรงใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนพระองค์ แล้วบอกประชาชนที่จ่ายภาษีสำหรับการตกแต่งพระตำหนักว่า พวกเขาไม่ควรเห็นภาพของพระโอรสอาร์ชีในพิธีศีลจุ่ม หรือไม่ควรรู้ว่าใครเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์ คนอังกฤษน่ะไม่ชอบการเสแสร้ง” ผู้เขียนหนังสือราชวงศ์กล่าว

ดัมเพียร์ยังกล่าวด้วยว่า การที่เจ้าชายแฮร์รีทรงยอมรับว่าขัดแย้งกับเจ้าชายวิลเลียม นั่นเป็นบทพิสูจน์หนึ่งที่สื่อแท็บลอยด์ไม่ได้รายงานกุเรื่องขึ้นมา เพราะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นจริง

ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านข่าวราชวงศ์อื่นเห็นว่า ทั้งท่าทีและเนื้อหาของการประทานสัมภาษณ์ของสองพระองค์ที่นำเสนอผ่านสารคดีชุดนี้นั้นน่าตกตะลึง

เช่น จอนนี ไดมอนด์ ผู้สื่อข่าวข่าวพระราชสำนักของบีบีซี กล่าวว่า สมาชิกพระราชวงศ์น่าจะตื่นตระหนกกับคำให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ หนึ่งเพราะใครก็ตามที่ชนะคดีสื่อสิ่งพิมพ์ คิดว่าสื่อจะเปลี่ยนหรือ ในเมื่อสื่อไม่คิดว่าตนเองทำอะไรผิด กับการรายงานไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สอง เป็นที่คาดหมายว่าพระราชวงศ์ต้องเป็นพลังที่ผนึกรวมกันในประเทศนี้ แต่นี่ชัดเจนว่าไม่ใช่ เพราะเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนแบ่งแยกออกไป และทำให้สิ่งที่ไปคนละทิศทางกับสิ่งที่ราชวงศ์ทำ

ด้าน รัสเซล ไมเยอร์ บ.ก.ข่าวราชสำนักของเดลี มิร์เรอร์ มองว่า คำประทานสัมภาษณ์ครั้งนี้ส่งผลถึงสมาชิกพระราชวงศ์อื่นๆ อย่างกรณีที่ดัชเชสเมแกนกล่าวว่า พระองค์ทรงต้องดิ้นรนในการเป็นแม่ และแทบไม่มีใครสนใจจะถามว่า พระองค์สบายดีหรือไม่ ขณะน้ำตาเกือบคลอนั้น เป็นสิ่งที่ส่งผลเสียหายต่อสมาชิกพระราชวงศ์

“เพราะนั่นจะทำให้เกิดคำถามว่า พระองค์หมายถึงใคร หมายถึงเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายวิลเลียม เคต หรือ คามิลลา หรือไม่ ทำไมพระราชวงศ์เหล่านี้ไม่ทรงถามสารทุกข์สุขดิบของพระองค์ ทั้งๆ ที่น่าจะเข้าใจถึงสภาพการณ์ที่พระองค์ต้องทรงดิ้นรนต่อสู้อย่างนั้นหรือ” ไมเยอร์กล่าว

บ.ก.ข่าวราชวงศ์ของเดลี มิร์เรอร์ ให้ความเห็นอีกว่า เมื่อเปรียบเทียบทริปการเยือนปากีสถานของเจ้าชายวิลเลียม และเคต สองพระองค์ทรงดูมีช่วงเวลาที่ดี แต่ทริปเยือนแอฟริกาใต้ของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน กลับทรงดูอึดอัดกับการอยู่ในสายตาของผู้คน

“นี่หมายถึงการถอยฉากออกไปหรือไม่ เราอาจจะได้เห็นจุดเริ่มต้นของการตัดขาดความสัมพันธ์กับพระราชวงศ์ก็เป็นไปได้”

+++++++

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ