เปิด 6 ทำเลทองบ้านแนวราบ ราคาที่ดินพุ่งรับดีมานด์ ‘New Normal’

Businesstoday เผยแพร่ 08 ส.ค. เวลา 08.51 น. • Businesstoday
เปิด 6 ทำเลทองบ้านแนวราบ ราคาที่ดินพุ่งรับดีมานด์ ‘New Normal’

พลัส พร็อพเพอร์ตี้” เผยผลสำรวจทำเลยอดนิยมบ้านแนวราบหลังสถานการณ์โควิด-19 พบ6 ทำเลทองตอบโจทย์ดีมานด์กลุ่มNew Normal ระบุทำเล บางนา, พระราม2, รังสิต-ลำลูกกา, บางใหญ่, แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด, พัฒนาการ-ประเวศ ทำเลยอดฮิต เหตุเอื้อต่อการอยู่อาศัย แวดล้อมด้วยเส้นทางคมนาคม สะดวกในการเดินทางเข้าศูนย์กลาง กทม. ดัน ราคาที่ดิน ขยับเพิ่มต่อเนื่อง

แนวโน้มความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการอยู่อาศัยของกลุ่มNew Normal ส่งผลให้ทำเลการอยู่อาศัยเริ่มเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่ต้องการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมใกล้เมือง ใกล้แหล่งงาน แต่ภายหลังการขยายเส้นทางเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้าที่ครอบคลุมพื้นที่ในเมืองและชานเมืองมากขึ้น ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบขยายตัวตามไปด้วย โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

สุวรรณี มหณรงค์ชัย รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนากลยุทธ์และบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า ภายหลังการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยหลังการระบาดโควิด-19 พบว่ากลุ่มลูกค้าที่เริ่มต้นในการสร้างครอบครัวให้ความสนใจในการเลือกซื้อบ้านแนวราบที่มีฟังก์ชันดีไซน์ที่เน้นสิ่งแวดล้อมความปลอดภัยและสุขอนามัยซึ่งตอบรับพฤติกรรมการอยู่อาศัยวิถีใหม่

ทั้งนี้ จากการสำรวจทำเลที่อยู่อาศัยในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล พบว่า ทำเลที่มีศักยภาพเหมาะสำหรับเป็นแหล่งอยู่อาศัยแห่งใหม่ เอื้อต่อการเดินทางเชื่อมต่อสู่ใจกลางเมือง มีสิ่งอำนวยความสะดวก ใกล้รถไฟฟ้า ทางด่วน ห้างสรรพสินค้า พบว่ามีอยู่ด้วยกัน6 ทำเลคือ

1.ทำเลบางนา(บางเสาธง-บางพลี-บางบ่อ) เป็นทำเลที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทำให้ทำเลดังกล่าวมีโครงการเปิดใหม่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวราคา3-5 ล้านบาท แนวโน้มดังกล่าวทำให้ราคาที่ดินบางเสาธงและบางบ่อปรับตัวขึ้น6.73% ต่อปี โดยมีราคาขายเฉลี่ย5 หมื่นบาท/ตารางวา(ตร.ว.)

2.ทำเลพระราม2 (บางขุนเทียน-สมุทรสาคร) เนื่องจากในพื้นที่มีการพัฒนาระบบคมนาคม เช่น ทางยกระดับบางขุนเทียน-ปากท่อ รถไฟฟ้าสายสีม่วง เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ซึ่งช่วยเชื่อมการเดินทางฝั่งพระนคร ธนบุรี และสมุทรปราการเข้าด้วยกัน ทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีโครงการแนวราบระดับราคา3-5 ล้านบาท เปิดใหม่จำนวนมาก ขณะราคาที่ดินทำเลพระราม2 ปรับสูงขึ้น9.77% ต่อปี โดยราคาขายที่ดินเฉลี่ยอยู่ที่4.4 หมื่นบาท/ตร.ว.

3.ทำเลรังสิต-ลำลูกกา ซึ่งมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนส่วนต่อขยายที่จะเปิดบริการในปี2564 และรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม บางซื่อ-รังสิต ส่วนต่อขยายไปถึงธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งรถไฟฟ้าทั้งสองสายส่งผลต่อความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น ทำให้ราคามีที่ดินปรับตัวมากกว่า10% นอกจากนี้ บริเวณใกล้เคียงสถานีคูคต ราคาที่ดินยังเพิ่มขึ้นเฉลี่ย7.45% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าราคาเฉลี่ยของตลาด โดยราคาขายที่ดินเฉลี่ยอยู่ที่7.1 หมื่นบาท/ตร.ว.

4.ทำเลบางใหญ่ ซึ่งมีเส้นทางเข้าสู่ กทม.หลากหลาย ทั้งถนนกาญจนาภิเษก รัตนาธิเบศร์ บางบัวทอง-สุพรรณบุรี ชัยพฤกษ์ บางกรวย-ไทรน้อย และยังมีรถไฟฟ้าสายสีม่วง มีโครงการสร้างมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ โดยราคาขายเฉลี่ย53,250 บาท/ตร.ว. เติบโตปีละ7-10%  สำหรับที่ดินทำเลบางใหญ่มีความต้องการสูงต่อเนื่อง ส่วนบ้านเดี่ยวราคา3-5 ล้านบาท เป็นกลุ่มที่ขายดีที่สุด ซึ่งมียอดขายสูงถึง75%

5.แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด เป็นพื้นที่ที่มีการคมนาคมเข้าสู่กลางเมืองสะดวก ทั้งทางด่วนศรีรัช และในอนาคตอันใกล้จะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพูเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ที่มีกำหนดเปิดให้บริการในปี2564 มีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยครบครัน ทำให้ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ10% โดยมีราคาเฉลี่ย7.58 หมื่นบาท/ตร.ว.

6.ทำเลพัฒนาการ-ประเวศ เป็นทำเลที่มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ทั้งสวนหลวง ร.9 และศูนย์กีฬาบึงหนองบอน อีกทั้งเดินทางเข้าศูนย์กลางธุรกิจและเชื่อมไปยังสนามบินสุวรรณภูมิได้ง่าย ทำให้เป็นทำเลที่ได้รับความนิยม มีโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่จะเปิดบริการในปี2564 ซึ่งกลายเป็นเส้นทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน น้ำเงิน และส้ม ยิ่งทำให้ทำเลนี้ได้รับความนิยมสูง โดย ราคาที่ดิน เฉลี่ยอยู่ที่70,667 บาท/ตร.ว. ปรับตัวขึ้น5.54% ต่อปี

ดูข่าวต้นฉบับ