เปิดใจแม่ตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าลูก ระบุรู้คนทำแต่ไร้หลักฐาน

PPTV HD 36 อัพเดต 03 มิ.ย. เวลา 13.34 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. เวลา 12.51 น.
เปิดใจแม่ตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าลูก ระบุรู้คนทำแต่ไร้หลักฐาน
ตำรวจจังหวัดนครศรีธรรมราช ออกหมายจับแม่แท้ ๆ หลังมีหลักฐานเชื่อว่าเป็นคนลงมือฆ่าลูกสาววัย 28 แล้วจัดฉากว่ามีคนร้ายบุกเข้าบ้าน คาดปมสังหารขัดแย้งเรื่องทรัพย์สิน ด้านผู้เป็นแม่เปิดใจ เผยรู้ตัวดีว่าใครฆ่าลูกแต่ไม่มีหลักฐาน
เปิดใจแม่ตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าลูก ระบุรู้คนทำแต่ไร้หลักฐาน

อัปเดตข่าว สถานการณ์ โควิด-19 ทั่วโลก ล่าสุด 3 มิ.ย. 63

อัปเดตข่าวสถานการณ์ โควิด-19 (COVID-19) ล่าสุด 3 มิ.ย. 63

ความในใจของ นางประทีป จินดาวงศ์ อายุ 54 ปี ชาวอำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช  ที่ออกมาขอความเป็นธรรม หลังถูกพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางขัน  ออกหมายจับในข้อหาฆาตกรรม นางสาวชลธิชา จินดาวงค์ อายุ 29 ปี ลูกสาวแท้ ๆ  ระหว่างที่ให้สัมภาษณ์ นางประทีป ก็ยังกล่าวสาบานว่า หากเป็นคนฆ่าลูก ขอให้ตายตกไปตามกันใน 3 วัน 7 วัน 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา นางประทีปเล่าว่า พบศพ นางสาวชลธิชา ลูกสาวเสียชีวิตในห้องนอนบนบ้านพัก   โดยสภาพศพ นอนหงาย สวมเสื้อแขนสั้นลายขาวดำ นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน มีรอยแผลถูกไขควงแทง บริเวณคอ 5 แผล  หน้าอก 6 แผล  เลือดไหลออกปาก-จมูก ที่ข้อมือมีรอยเหมือนถูกกด 

ในวันเกิดเหตุ นางประทีป ผู้เป็นแม่บอกว่า ออกไปกรีดยางพารา  ผู้ตายอยู่ในบ้าน เชื่อว่าคนร้ายน่าจะบุกเข้ามาในบ้าน โดยถอดบานเกร็ดหลังห้องครัวออก แล้วปีนเข้ามา ใช้ไขขวงทำร้าย นางสาวชลธิชา จนเสียชีวิต 

แต่หลังการสืบสวน ตำรวจออกหมายจับ นางประทีป ว่าเป็นคนลงมือฆาตกรรมลูกสาวแท้ ๆ  ทำให้รู้สึกตกใจมาก  และอยากเรียกร้องความเป็นธรรม  เพราะที่ผ่านมาเธอเลี้ยงดูลูกทั้ง 3 คนอย่างดี  จนลูกแทบไม่ต้องทำอะไรเอง แม่จะคอยจัดหาไว้ให้ทุกอย่าง  นอกจากนี้ นางประทีปยังบอกว่า รู้ดีว่าใครเป็นคนฆ่าลูกสาว แต่ไม่มีหลักฐาน และเชื่อว่าสาเหตุมาจากปัญหาขัดแย้งเรื่องมรดกในเครือญาติ

คดีนี้ พันตำรวจเอกสมพร พฤศวานิช ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางขัน ให้ข้อมูลทางโทรศัพท์ว่าการสืบสวนฯ พบพิรุธหลายอย่าง ผิดกับวิสัยของแม่ที่ต้องสูญเสียลูก ควรติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง แต่พฤติกรรมของครอบครัวนี้ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่ลูกถูกฆ่าตาย  ซึ่งแม้ นางประทีป จะให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน มั่นใจว่าจะสามารถดำเนินคดีได้. โดยเฉพาะหลักฐานชิ้นสำคัญ คือไขควงที่ใช้ก่อเหตุเป็นของในบ้าน และร่องรอยงัดแงะก็งัดมาจากภายใน  ไม่ได้งัดด้านนอก จึงเชื่อว่าเป็นการวางแผนว่าเป็นการฆ่าชิงทรัพย์

ส่วนจะมีบุคคลอื่นร่วมด้วยหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานส่งอัยการ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

 

ดูข่าวต้นฉบับ