เปิดผลผ่าศพ'จารุชาติ'รอบสอง ตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่พบรอย'บีบคอ-กระสุน'

แนวหน้า เผยแพร่ 03 ส.ค. เวลา 13.37 น.

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ควงผู้การฯเชียงใหม่ และแพทย์นิติเวชรพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ประชุมสรุปการผ่าชันสูตรรอบสองศพ "จารุชาติ"พยานปากเอกคดี"บอส อยู่วิทยา"   ยันผลเหมือนครั้งแรก เลือดออกในสมองจากการยืดอย่างแรงของเส้นเลือด สอดคล้องกับอุบัติเหตุ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพิ่มละเอียดหัวจดเท้าไม่พบร่องรอยกระสุนหรือโลหะ ขณะที่ผลตรวจวัดแอลกอฮอล์พบสูงถึง 218 mg เปอร์เซ็นต์

วันนี้ (3ส.ค.63) ที่ห้องประชุมบุญสม มาร์ติน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พลตำรวจโทประจวบ วงศ์สุข ผู้จัดการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วยพลตำรวจตรีพิเชษฐ จีระนันตสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และศาสตราจาย์นายแพทย์บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. และรองศาสตราจารย์แพทย์หญิงกานดา เมฆใจดี หัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ ร่วมกันประชุมสรุปผลการผ่าชันสูตรศพนายจารุชาติ มาดทอง อายุ 40 ปี พยานปากสำคัญในคดี"บอส อยู่วิทยา" ซึ่งทางตำรวจทำการอายัดศพและให้ทำการผ่าชันสูตรเป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากเป็นคดีการเสียชีวิตที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและสังคมอย่างมาก รวมทั้งเกิดความเคลือบแคลงสงสัยเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากบังเอิญเกิดเหตุขึ้นในช่วงที่คดี "บอส อยู่วิทยา" กำลังถูกจับจ้องและรื้อฟื้นถึงความโปร่งใส

ทั้งนี้ รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงกานดา เปิดเผยว่า จากการชันสูตรศพนายจารุชาติในครั้งที่ 2 นี้ ยังคงพบบาดแผลหลักเป็นปื้นบริเวณใบหน้าด้านซ้ายและบ่าซ้าย ซึ่งจากการผ่าตรวจภายในพบเลือดออกที่ฐานสมองค่อนข้างเยอะเนื่องจากบริเวณหาสมองนั้นมีก้านสมองอยู่และเป็นอวัยวะที่ควบคุมการทำงานของหัวใจการมีเลือดออกบริเวณนั้นจึงทำให้เสียชีวิตได้ง่าย

นอกจากนี้พบกระดูกซี่โครงด้านหลังซ้ายหัก 1 ซี่ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นก่อนเสียชีวิตและมีกระดูกซี่โครง 2 ซี่ด้านหน้าหัก ซึ่งเกิดขึ้นหลังเสียชีวิต เข้ากันได้กับการปั๊มหัวใจช่วยชีวิต ขณะเดียวกันพบน้ำแตก 2 จุด ไปข้างซ้ายมีเลือดออกในช่องท้องประมาณ 1,500 มิลลิลิตร และไขมันพอกตับ โดยในการชันสูตรครั้งนี้มีการตรวจบริเวณลำคอด้วย ซึ่งครั้งแรกไม่ได้ตรวจเนื่องจากเป็นกรณีอุบัติเหตุและจากการตรวจครั้งนี้ไม่พบว่ามีร่องรอยการบีบคอหรือมีเลือดออกในคอแต่อย่างใด แล้วยังได้ทำการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ศพทั้งร่างตั้งแต่หัวจรดเท้า ซึ่งไม่พบร่องรอยหรือโลหะใดๆ พี่ต้องสงสัยว่าจะเป็นกระสุน

ทั้งนี้ โดยสรุปแล้วสาเหตุการเสียชีวิตของนายจารุชาติมาจากการที่มีเลือดที่บริเวณฐานสมอง ลักษณะจากการที่บริเวณศีรษะและบ่าไถลไปกับวัตถุ ที่ไม่มีคมและมีการสะบัดเกิดขึ้นทำให้เกิดการปริของเส้นเลือดที่บริเวณฐานสมอง จนเลือดออกและเสียชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะเหตุที่เกิด โดยสรุปผลการชันสูตรเหมือนเดิม  ขณะเดียวกันผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในเลือดนายจารชาตินั้นล่าสุดออกมาแล้ววัดได้ 218 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ส่วนศพนายจารุชาตินั้น เวลานี้เก็บรักษาไว้ในห้องเก็บศพของโรงพยาบาล เอกสารยืนยันอย่างเป็นทางการจากทางครอบครัวและญาติว่าต้องการจะมอบให้ทางโรงพยาบาลต่อไป

ขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า จากผลชันสูตรในครั้งที่ 2 ยังคงเหมือนในครั้งแรก และสอดคล้องกับหลักฐานต่างๆ ที่รวบรวมมาได้ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุจนกระทั่งเกิดเหตุ โดยการอายัดศพและนำมาชันสูตรอีกครั้งเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและทำให้คลายข้อสงสัย ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่ยังมีความเคลือบแคลงนั้น ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างเต็มที่และรอบคอบที่สุด อย่างไรก็ตามหากมีข้อมูลหรือเบาะแสใดที่เห็นว่าตำรวจยังทำได้ไม่ครอบคลุม สามารถแจ้งได้ทุกเมื่อเพื่อให้ทำการสืบสวนเพิ่มเติมต่อไป

ด้านผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุพบว่าตลอดเส้นทางที่นายจารุชาติและนายสมชาย ขี่รถมาด้วยกันนั้น นายจารุชาติเป็นฝ่ายขับขี่ตามเกือบตลอดทาง และ ไม่ปรากฏว่ามีรถยนต์ขับนำหรือขับตามมาตลอดทางเช่นกัน ขณะที่การสอบปากคำพยาน ที่ร้านคาราโอเกะย่านแม่เหี๊ยะที่ทั้งคู่ไปนั่งดื่มกินก่อนเกิดเหตุ ยืนยันว่าทั้งคู่ไม่ได้ไปด้วยกันและรู้จักกัน แต่พูดคุยกันในช่วงปิดร้านและชักชวนกันไปเที่ยวต่อ สำหรับผลการชันสูตรศพนายจารุชาตินี้ จะนำประกอบในสำนวน และจะมีการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆให้ครบถ้วนสมบูรณ์และรอบคอบที่สุดก่อนที่จะมีการสรุปสำนวน

 

ดูข่าวต้นฉบับ