เปิดธุรกิจ “เฮียตี๋” ลงทุน 19 ล้านติดลบต่อเดือน 1.8 แสน อึ้งวางแผนตาย แม่สั่งซื้อที่ล็อกกุญแจ

Amarin TV เผยแพร่ 22 ก.พ. เวลา 20.04 น.
เปิดธุรกิจ “เฮียตี๋” ลงทุน 19 ล้านติดลบต่อเดือน 1.8 แสน อึ้งวางแผนตาย แม่สั่งซื้อที่ล็อกกุญแจ
จากกรณีเกิดเหตุสลดของนายกัณตภณ แป้นวงศ์ หรือเฮียตี๋ อายุ 40 ปี เจ้าของเต็นท์รถยนต์มือสองกัณตภณออโต้ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่กินยาฆ่าตัวตายแล้ว

จากกรณีเกิดเหตุสลดของนายกัณตภณ แป้นวงศ์ หรือเฮียตี๋ อายุ 40 ปี เจ้าของเต็นท์รถยนต์มือสองกัณตภณออโต้ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่กินยาฆ่าตัวตายแล้วใช้เตาอั้งโล่รมควันพร้อมกับคนในครอบครัวจนเสียชีวิต รวมกันถึง 5 ศพ ประกอบด้วย นางสุนิสา แป้นวงศ์ อายุ 60 ปี มารดาเฮียตี๋ น.ส.สุธิพร แป้นวงศ์ อายุ 45 ปี พี่สาวเฮียตี๋ นางยอดขวัญ แป้นวงศ์ อายุ 41 ปี ภรรยา และด.ช.รชฏแป้นวงศ์ อายุ 13 บุตรชาย พร้อมสุนัขอีก 6 ตัว ภายในห้องพบยานอนหลับชนิดกล่อมประสาทวางอยู่ในห้อง

นายคณิศร อมรรุ่งรัศมี ผู้ร่วมลงทุนทำธุรกิจ

วันที่ 22 ก.พ.63 นายคณิศร อมรรุ่งรัศมี ผู้ร่วมลงทุนทำธุรกิจกับเฮียตี๋ เปิดเผยว่า ได้ร่วมลงทุนกับเฮียตี๋เพื่อการได้รับเงินปันผลกำไร จากการใช้เงินของตัวเองลงทุน เมื่อเฮียตี๋ขายรถยนต์ในเต็นท์ได้ก็จะให้เงินปันผลกำไรกับตน โดยตนได้ลงทุนเป็นเงินค่าปิดรถยนต์ 1,100,000 บาท กับเฮียตี๋

หลักฐานการกู้เงิน

ระหว่างที่ทำธุรกิจร่วมกันประมาณ 7-8 เดือน นายคณิศรได้ลงทุนเพิ่มกับเฮียตี๋เป็นรอบเดือน อีกเดือนละ 100,000 บาท และได้ค่าปันผลกำไร จากการที่เฮียตี๋ขายรถได้ เดือนละประมาณ 5,000 บาท และนอกจากนี้ยังร่วมซื้อหุ้น ตรอ. 10 หุ้น 4 แสนบาท และยังไม่ได้รับเงินปัญผลกำไร เนื่องจากเฮียตี๋มาเสียชีวิตเสียก่อน และธุรกิจ ตรอ. ของเฮียตี๋พึ่งเปิดได้ 1 เดือน รวมยอดหนี้ ที่เฮียตี๋เป็นหนี้ตนเองรวม 1,500,000 บาท

หลักฐานการกู้เงิน

ขณะที่ นายภิชาติ อมรรุ่งรัศมี ญาติของเฮียตี๋ เปิดเผยว่า ตนนั้นได้นำเงินมาลงทุนร่วมกับเฮียตี๋ และให้ยืมเงินมาโดยตลอด ซึ่งจำนวนเงินทั้งหมด 8,000,000 บาท ซึ่งที่ผ่านมาเฮียตี๋ใช้หนี้มาโดยตลอดทุกเดือนโดยการปันผลให้ แต่มาเริ่มประสบปัญทางการเงินตั้งแต่ต้นปี จากนั้นเฮียตี๋ก็ขอผัดผ่อนใช้หนี้เรื่อยมา กระทั่งเกิดเรื่องสลดขึ้น

นายวชิรวิทย์ พวงมาลัย ผู้ร่วมลงทุน

ส่วน นายวชิรวิทย์ พวงมาลัย ผู้ร่วมลงทุนอีกหนึ่งราย เปิดเผยว่า ร่วมลงทุนธุรกิจกับเฮียตี๋ เพื่อหวังเงินปันผลจากการขายรถยนต์ในเต็นท์ โดยให้เงินต้นกำเฮียตี๋ เป็นเงินจำนวน 1,200,000 บาท จากนั้นก็เริ่มทำธุรกิจด้วยกันมา 7 เดือนและเฮียตี๋ก็ได้คืนเงินมาแล้ว 260,000 บาท และยังคงค้างหนี้เงินต้นที่ตกลงกันว่าจะได้รับเงินกับเฮียตี๋ 3 งวด

หลักฐานการกู้เงิน

โดยงวดที่ 1 นัดรับเงินจากเฮียตี๋ วันที่ 20 พ. ย. 2562 เวลา 16.18 น. เป็นเงิน 290,000 บาท แต่เฮียตี๋ยังไม่ได้จ่าย งวดที่ 2 นัดรับเงินจากเฮียตี๋ วันที่ 22 พ. ย. เวลา11.06 น. เป็นเงิน 280,000 บาท แต่เฮียตี๋ก็ยังไม่ได้คืนเงินให้กับตนอีกเช่นกัน และงวดที่ 3 นับรับเงินจากเฮียตี๋ 23 พ.ย.เป็นเงินจำนวน 370,000 บาท แต่เฮียตี๋ก็ไม่ได้คืนเงินให้

ซึ่งเงินทั้งสามงวดที่เฮียตี๋ยังตงค้างยอดอยู่นั้น เป็นเงินรวม 940,000 บาท และยังมีเงินที่เฮียตี๋บอกตนว่าเดือดร้อน และมายืมเงินจากภรรยาของตนเองอีกจำนวน 180,000 บาท อีกด้วย โดยทั้งหมดนี้ รวมเงินที่เฮียตี๋ติดค้างตนเอง รวม 1,120,000 บาท

หลักฐานการกู้เงิน

นอกจากนี้ นางกิ่ง (นามสมมติ) ซึ่งเป็นผู้ร่วมลงทุนอีกรายกับเฮียตี๋ เปิดเผยว่า ร่วมลงทุนกับเฮียตี๋ ทำธุรกิจเกี่ยวกับเต็นท์รถยนต์ และธุรกิจอื่น ๆ อีกประมาณ 4 รายการ ได้แก่ ร่วมซื้อหุ้น ตรอ. กับเฮียตี๋ เพื่อหวังเงินปันผลกำไร จำนวน 30 หุ้น ราคา 1,000,000 บาท , ร่วมลงทุนทำธุรกิจซื้อเหมารถตู้กับเฮียตี๋ เป็นเงินจำนวน 2,300,000 บาท

ร่วมลงทุนซื้อเหมารถเก๋งกับเฮียตี๋ 500,000 บาท , ร่วมซื้อรถเก๋งจำนวน 2 คัน กับเฮียตี๋ 367,200 บาท และเฮียตี๋ก็บอกกับตนว่าถ้าหากขายรถเก๋งของตนเองได้ เขาจะให้เงินปันผลกำไรกับตนเอง พร้อมกับเงินต้น แต่ตนเองก็ยังไม่ได้รับเงินส่วนนี้เช่นเดียวกัน ร่วมซื้อรถตู้อีก 2 คัน ราคารวม 1,000,000 บาท รวมยอดลงทุนเป็นเงินรวม 5,167,200 บาท

หลักฐานการกู้เงิน

นอกจากนี้เฮียตี๋ยังมาชักชวนบุคคลในครอบครัวของตนอีก 2 คน ไปร่วมทำธุรกิจเงินปันผลกำไร คือ หลานชายที่ร่วมลงทุนค่าปิดรถยนต์ 1,600,000 บาท และอาม่าของตนที่ทำสัญญาร่วมลงทุนค่าปิดรถยนต์กับเฮียตี๋ 2,000,000 บาท รวมเงินทั้งหมดที่ลงทุนไม่ต่ำกว่า 19,387,200 ล้านบาท

นายวิวา ชนะกาสี ลูกน้องของเฮียตี๋

ด้าน นายวิวา ชนะกาสี อายุ 39 ปี ลูกน้องของเฮียตี๋ เปิดเผยว่า ตนทำงานกับเฮียตี๋ได้ประมาณ 4 ปี ช่วงแรก ๆ ธุรกิจเต็นท์รถของเฮียจะขายรถได้ประมาณ 15 คัน ต่อเดือน กระทั่งมาปี 2562 ธุระกิจเริ่มซบเซา ขายรถได้เดินละ 1 ถึง 2 คัน บางเดือนขายไม่ได้เลย โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงปีใหม่ จนมาถึงวันนี้ รถยนต์ของเฮียตี๋ก็ยังขายไม่ได้สักคัน ต่อมาประมาณเดือน พ.ย.เฮียตี๋ ได้นำธุรกิจ ตรอ. เข้ามาทำในเต็นท์รถยนต์ แต่ก็ยังไม่ได้ลูกค้ามาใช้บริการเยอะตามเป้า เหมือนกับว่าลงทุนหลักล้าน รายได้หลักร้อย

ธุรกิจเฮียตี๋
ภาระค่าใช้จ่าย
ภาระค่าใช้จ่ายหักรายได้

กระทั่งวันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา ก่อนที่ตนจะขอลากลับไปบ้านกับภรรยา นางสุนิสา แป้นวงศ์ แม่ของเฮียตี๋ ได้ใช้ให้ตนไปซื้อกลอนกุญแจ และกำชับกับตนว่า ต้องเป็นกลอนที่สามารถล็อคประตูจากด้านในห้องได้ และตนได้ติดตั้งกลอนประตูดังกล่าวให้กับแม่เฮียตี๋ ซึ่งคิดไม่ถึงว่ากลอนที่ติดตั้งให้จะใช้ล็อกประตูเพื่อจบชีวิตแบบนี้

https://youtu.be/0Y03n0XNcq8

ดูข่าวต้นฉบับ