เปิดข้อกังขา อัยการไม่ฟ้องชัยวัฒน์ คดีฆ่าเผาบิลลี่ ยันผลตรวจมีมาตรฐาน-เมียลุยยื่น ถามความจริง

Khaosod อัพเดต 26 ม.ค. 2563 เวลา 11.01 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 11.01 น.
บิลลี่
เปิดข้อกังขา อัยการไม่ฟ้องชัยวัฒน์ คดีฆ่าเผาบิลลี่

เปิดข้อกังขา อัยการไม่ฟ้องชัยวัฒน์ คดีฆ่าเผาบิลลี่ ยันผลตรวจมีมาตรฐาน-เมียลุยยื่น ถามความจริง

วันที่ 26 ม.ค. รายงานข่าวจาก กรมสอบสวนคีดพิเศษ กรณีอัยการสำนักงานคดีพิเศษมีคำสั่งไม่ฟ้องนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อายุ 56 ปี ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ผอ.ทสจ.) ปัตตานี อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ระหว่างปี2551-2557 กับลูกน้อง 3 คน

หลังตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้าย และร่วมกันฆ่าอำพรางศพ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบางกลอย ว่า คดีนี้ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาไม่ได้ให้การข้อเท็จจริงใดๆเลย

ส่วนประเด็นการตรวจหาสารพันธุกรรมในไมโทคอนเดรียที่ทำการตรวจกระดูกส่วนหูชั้นในนั้นดีเอสไอ ยืนยันว่าผลการตรวจสามารถเทียบเคียงได้กับการตรวจดีเอ็นเอปกติ ซึ่งเเพทย์ที่ทำการตรวจหาสารพันธุกรรมในไมโทคอนเดรีย นั้นเป็นเเพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีไม่กี่คนในประเทศไทย ซึ่งเเพทย์ยืนยันว่าถ้าพบกะโหลกมนุษย์ด้านท้ายทอยค่อนมาทางหูชั้นในแสดงว่าเจ้าของกระดูกไม่มีชีวิตเเล้วเเน่นอน

ซึ่งสารพันธุกรรมในไมโทคอนเดรียนั้นสามารถยืนยันได้ 2 รุ่น ในเพศหญิง ได้โดยไม่เปลี่ยนเเปลง นั่นสามารถตรวจโครงกระดูกที่พบกับรุ่นเเม่ หรือรุ่นยายได้ เเต่ไม่สามารถตรวจรุ่นที่มากกว่านั้นอย่างเช่นทวดได้

เเพทย์จึงกล้ายืนยันถึงกระดูกที่เจอว่า ถ้ากระดูกนั้นไม่ใช่ลูกก็ต้องเป็นหลาน ของเเม่เเละยาย เเต่ที่อ้างสั่งไม่ฟ้องเพราะว่าไม่สามารถยืนยันสารนี้จากบรรพบุรุษได้ จึงไม่น่าใช่ประเด็นนี้ เพราะลูกๆของเเม่ของนายพอละจีหรือพี่น้องของบิลลี่ยังมีชีวิตอยู่ทุกคน

ซึ่งการตรวจสารพันธุกรรมในไมโทคอนเดรีย นั้นถ่ายทอดเฉพาะผู้หญิง ก็ปรากฎว่าในระดับชั้นที่เป็นพี่สาวน้องสาวของ เเม่ของนายพอละจี ยังอยู่ เเละเมื่อคนเหล่านั้นมีบุตร ก็พบว่ายังมีชีวิต ในส่วนคนที่ตายก็เป็นการฝังดินซึ่งก็ตรวจสอบได้ จึงพบว่าในระดับ 2 รุ่น นั้นไม่มีใครหายตัวไปเลยนอกจากบิลลี่

โดยนพ.วรวีร์ ไวยวุฒิ ผู้อำนวยการกองสารพันธุ์กรรม สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญทางสารพันธุกรรม ให้ความเห็นว่า สารพันธุกรรมแบบปกติหรือ ดีเอ็นเอปกติแม้ว่าจะมีจำนวนมากกว่า แต่เนื่องจากลักษณะของดีเอ็นเอปกติจะเป็นสารพันธุกรรมที่มีความยาวประมาณ 3 พันล้าน รหัสพันธุกรรม ทำให้มีการแตกหักและเสียหายได้ง่าย และมีเพียงจำนวนหนึ่งชุดรหัสพันธุกรรมต่อหนึ่งเซลล์จึงทำให้ตรวจหาลำบาก กรณีที่วัตถุพยานเป็นวัตถุพยานที่มีการเน่าสลายหรือเสื่อมสลายเนื่องจากถูกทิ้งไว้เป็นเวลานาน

แต่ไมโทคอนเดรียดีเอ็นเอจะเป็นสายดีเอ็นเอที่สั้นกว่ามีความยาวประมาณ 16,000 รหัสพันธุกรรมและมีจำนวนชุดรหัสพันธุกรรมที่เหมือนกันอยู่ประมาณ 1,000 ถึง 10,000 ชุดต่อหนึ่งเซลล์ทำให้แม้ว่าวัตถุพยานจะมีการเน่าสลาย หรือเสื่อมสภาพก็ยังคงสามารถตรวจหาไมโทคอนเดรียดีเอ็นเอ และ นำมาเปรียบเทียบกันได้โดยการตรวจพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคล ทั้งการตรวจดีเอ็นเอปกติและการตรวจไมโทคอนเดรียดีเอ็นเอมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือใกล้เคียงกัน แต่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ

เรื่องนี้สามารถเทียบเคียงกับการฆาตกรรม พญ.ผัสพร บุญเกษมสันติ อดีตสูตินรีแพทย์รพ.บุรฉัตรไชยากร ซึ่งกรณีนี้พบเนื้อเยื่อที่กระบังลมเเละใช้ดีเอ็นเอ ได้เพราะพบในระยะเวลาไม่นานหลังจากหายตัว เเต่โครงกระดูกที่เชื่อว่าเป็นขอนายบิลลี่กว่าจะพบใช้เวลาหลายปี ดีเอ็นเอจึงเปลี่ยนสภาพ จึงต้องใช้การตรวจหาสารพันธุกรรมในไมโทคอนเดรีย ซึ่งเเม้จะมีน้อยเเต่คงทนกว่า เเต่มีข้อเสียคือตรวจย้อนได้ถึงเเค่2รุ่น

รายงานข่าวแจ้งว่า คดีในลักษณะนี้หากพูดถึงประจักษ์พยานในการฆ่าก็ต้องย้อนไปดูคดี พญ.ผัสพร ที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง จนบิดาต้องฟ้องเอง ว่าคดีนั้นก็ยังใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ อย่าลืมว่าคดีการฆาตกรรม บิลลี่นั้น ศาลอาญาคดีทุจริตฯได้พิจารณาพยานหลักฐานเเล้วจึงออกหมายจับผู้ต้องหาให้ในคดีฆาตกรรม

ถ้าจะอ้างประจักษ์พยานคดีลักษณะเเบบนี้มักไม่ค่อยมีทั้งนั้น หลักหัวใจสำคัญของคดีนี้ คือมีพยานว่าผู้ต้องหาจับกุมบิลลี่ เเน่นอน ส่วนพยาน 2-3 ปากที่เคยอ้างว่าเห็น นายบิลลี่ถูกปล่อยตัวเเต่ในภายหลังพยานนั้นเมื่อให้การในชั้นสอบสวนกลับยอมรับว่าจริงๆเเล้วพยานเหล่านั้นไม่เห็นการปล่อยตัว เเต่อ้างว่าที่ให้การทีเเรกเนื่องจากถูกผู้ต้องหาโน้มน้าวชักจูง ซึ่งพยานเหล่านี้ที่ให้การกลับไปมาถือเป็นพยานที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยเชื่อถือไม่ได้ จึงควรเชื่อว่าพยานไม่เห็นเหตุการณ์ อัยการจะมาเชื่อหรือเอามารับฟังว่าปล่อยตัวเเล้วข้อเท็จจริงตรงนี้มันรับฟังไม่ได้ ผู้ต้องหาเองก็ไม่ได้ให้การ เเล้วอัยการสำนักงานคดีพิเศษนำอะไรมาหักล้างสั่งไม่ฟ้อง

คดีนี้ผู้ต้องหาเองก็ยอมรับว่าได้นำตัวไปจริง เเต่อ้างว่าปล่อยตัวไปเเล้ว แต่ไม่มีพยานยืนยันว่ามีการปล่อยตัวจริง เเละชิ้นส่วน ชิ้นส่วนกระดูกที่พบก็พบในพื้นที่ที่อยู่ในความดูเเลของจำเลยขณะนั้น “แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 27 ม.ค. เวลา 10.00 น. น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยานายพอละจี รักจงเจริญ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบางกลอย พร้อมคณะทำงานทนายความในคดี จะเข้ายื่นหนังสือสอบถามเหตุผลอัยการ กรณีไม่สั่งฟ้องผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมบิลลี่ ที่สำนักงานอัยการ ถ.รัชดาภิเษก 

ดูข่าวต้นฉบับ