เทียบ 3 รุ่น Burberry Her ซื้อขวดไหนดี!?

Beauty See First อัพเดต 03 ก.ค. เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. เวลา 13.27 น. • Beauty See First
เทียบ 3 รุ่น Burberry Her ซื้อขวดไหนดี!?

Burberry Her หนึ่งในตระกูลน้ำหอมจาก Burberry ตอนนี้ออกมาทั้งหมด 3 กลิ่น ซึ่งถ้าใครเป็นแฟนตัวยงจะรู้เลยว่าตระกูลนี้เค้าเน้นเอกลักษณ์กลิ่นหอมหวาน แต่เป็นกลิ่นหอมหวานในระดับต่างกัน เพราะมันคือรุ่นที่กำลังสื่อถึงสไตล์แต่ละช่วงของผู้หญิงในลอนดอน แน่นอนว่าหน้าตาขวดจะเหมือนกันเกือบ 100% เลยเป็นที่มาของการรีวิวทั้ง 3 กลิ่นว่าต่างกันอย่างไร และซื้อขวดไหนดี!? อ่านจบรับรองแยกได้แน่นอน

สาระก่อนเข้ารีวิวกับความต่างของ EDT และ EDP

EDT หรือ Eau de Toilette มีความเข้มข้นของหัวน้ำหอม 5 – 15% กลิ่นจะติดทน 1-3 ชั่วโมง

EDP หรือ Eau de Parfum มีความเข้มข้นของหัวน้ำหอม 10 – 20% จึงมีกลิ่นติดทนนานถึง 5 ชั่วโมง

รีวิว Burberry Her 3 รุ่น ขอให้รู้ว่ากลิ่นต่างกันนะ

Her Eau de Parfum ฝาชมพู – กลิ่นหวานซู่ซ่า เป็นกลิ่นแรกที่ออกมาก่อนเพื่อนเลย ทำให้เราจินตนาการถึงสาวเมืองแห่งกรุงลอนดอน ที่ชอบความสนุกสนาน กระปรี้กระเปร่า

หวานที่หนึ่งยกให้ขวดนี้: กลิ่นหวานที่สุดจ๊ะแม่ แต่เป็นความหวานที่ออกไปทางผลไม้อย่างตระกูลเบอร์รี่ กระตุ้นให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า สนุกสนานขึ้น ถ้าเราดมที่ขวด จะได้กลิ่นหวานชัดมากๆ พอฉีดไปช่วง 30 นาทีแรกกลิ่นจากท๊อปโน๊ตพวกตระกูลเบอร์รี่จะยังหวานอบอวลเลย แต่ผ่านไปสักชั่วโมงกลิ่นจะหอมนวลขึ้น และติดทนนานได้ถึง 5 ชั่วโมง++ เลยล่ะเพราะตัวนี้เป็นรุ่น EDP  

เหมาะกับใคร: คนที่ชอบกลิ่นหอมมากๆ
โดยเฉพาะกลิ่นของตระกูลเบอร์รี่สีแดง ไม่เน้นกลิ่นเซ็กซี่ เน้นหอมหวานน่ารัก แนะนำให้ฉีดเบามือนิดนึงนะจ้า
เพราะกลิ่นเค้าแน่นมากจริงๆ

Her Blossom Eau de Toilette ฝาขาว – กลิ่นสดชื่น หวานละมุน ขวดนี้ยังคงพาเราให้จินตนาการถึงกรุงลอนดอนอยู่ แต่จะเป็นมุมที่ไม่ได้อยู่บรรยากาศกลางกรุง ชวนให้เรานึกถึงความเป็นธรรมชาติภายใต้ความทันสมัยนั่นเอง

หวานละมุน และได้ความสดชื่นของดอกไม้: ความหวานยังชัดอยู่ แต่กลิ่นแนวฟรุ๊ตตี้ลดลงกว่ารุ่นฝาชมพู เพราะมีกลิ่นหอมของฟลอรัล อย่างพวกดอกพลัม และดอกโบตั๋นเข้ามาตัดความหวานให้ละมุนขึ้น กลิ่นนี้แนะนำให้ฉีดในช่วงเวลาไปพักผ่อน มีลมธรรมชาติช่วยพัดกลิ่นหอมสไตล์ลูกคุณหนู ไม่ฉูดฉาดเกินไป ซึ่งหากเราฉีดช่วงแรกกลิ่นจะค่อนข้างหวานชัด หลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมงกลิ่นจะอ่อนลง และยังคงมีกลิ่นฟลอรัลบางๆ หอมเรื่อยๆ เป็นแๅนวฟลอรัลมากกว่าฟรุ๊ตตี้

เหมาะกับใคร: คนที่ชอบกลิ่นหวานชัดปานกลาง
และชอบกลิ่นหอมบางๆ ระหว่างวัน เพราะตัวนี้เป็น EDT กลิ่นจึงจะชัด เพียงช่วงชั่วโมงแรกๆ เท่านั้น และกลิ่นจะจางลง
ซึ่งต่างจากฝาสีชมพูที่เป็น EDP
ที่อาจจะกลิ่นชัดได้นานกว่า

Her London Dream Eau de Parfum ฝาครีม – กลิ่นล่าสุดที่ทาง
Burberry เพิ่งนำเข้าไทยเลย ซึ่งทางแบรนด์อยากให้กลิ่นนี้สื่อถึงความงามและความทรงจำในกรุงลอนดอนที่ผ่อนคลายในวัยเยาว์

หวานอบอุ่น กลิ่นดูโตขึ้น ฉีดได้ทุกวัน: กลิ่นหวานน้อยสุด และใส่กลิ่นเปรี้ยวซ่าของมะนาว และขิงสดเข้ามาช่วยให้กลิ่นดูโตขึ้นกว่าอีกสองกลิ่นที่ผ่านมา เมื่อเทียบกันจึงให้ความรู้สึกที่ทางการ และสุภาพกว่า ไม่เน้นความปรุงแต่งฉูดฉาดไป สามารถดมได้เรื่อยๆ ฉีดได้หลายสถานการณ์ และเป็นความหอมที่เราโหวตเลยว่า ดูทันสมัยมากๆ แฝงความโรแมนติกอยู่บ้างตามสไตล์ของ Her

เหมาะกับใคร: สาวออฟฟิศเราเชียร์ให้ฉีดกลิ่นนี้ เพราะเป็นกลิ่นที่ค่อนข้างสุภาพ และติดทนตามสไตล์น้ำหอม EDP จึงฉีดในปริมาณที่น้อยได้เลย แต่ยังอยู่ได้นานหลายชั่วโมง และสามารถฉีดอยู่ในห้องแอร์ได้ โดยกลิ่นไม่หนักเกินไป

สรุป 3 กลิ่นของ Burberry Her

หากชอบกลิ่นแนวฟรุ๊ตตี้ตระกูลเบอร์รี่หวาน: เชียร์
Her Eau de Parfum ฝาชมพู

หากชอบกลิ่นหวานสดชื่น แนวฟลอรัล หอมจางๆ ระหว่างวัน: Her
Blossom ฝาขาว

หากชอบความติดทนตลอดวัน: ต้อง Her Eau de Parfum ฝาชมพู และ Her
London Dream ฝาครีม

หากชอบกลิ่นทางการหน่อย ดูโตขึ้น: แนะนำ Her
London Dream ฝาครีม

ดูข่าวต้นฉบับ