เทียบฟอร์ม ‘6 รมต.’ เก่าไป-ใหม่มา

ฐานเศรษฐกิจ อัพเดต 08 ส.ค. เวลา 01.17 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. เวลา 01.10 น. • Thansettakij

 

โปรดเกล้าฯ ลงมาแล้วสำหรับ 6 รัฐมนตรีใหม่ ในรัฐบาล “ประยุทธ์ 2/2” เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2563 ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ก็เป็นไปตามโผที่สื่อนำเสนอกันก่อนหน้านี้ จะมีแปลกใจบางก็ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี 

สำหรับรัฐมนตรีใหม่และตำแหน่งใหม่ใน “รัฐบาลประยุทธ์ 2/2” ประกอบด้วย 

1.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ เป็นรองนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่งหนึ่ง 2.นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน 3.นายอนุชา นาคาศัย เป็นรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  4.นายปรีดี ดาวฉาย เป็นรมว.คลัง 5.นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นรมว.การกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 6.นายสุชาติ ชมกลิ่น เป็นรมว.แรงงาน และ 7.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นรมช.แรงงาน 

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 63 ราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศรัฐมนตรีลาออก 6 คนประกอบด้วย 1.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี 2.นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง 3.นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษาฯ  4.นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน 5.นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกฯ  และ 6. ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน 

เมื่อ “เทียบฟอร์ม” รัฐมนตรีหน้าใหม่ และคนที่ลาออกไป แต่ละคนมีกรีดี ที่น่าสนใจดังนี้

 

1.สมคิด-สุพัฒนพงษ์

รองนายกฯ ด้านเศษรฐกิจ: ต้องยอม รับว่า ความสำเร็จของนโยบายประชานิยมในช่วงรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ส่วนหนึ่งถูกมองว่ามาจากมันสมองของ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ผนวกกับซูเปอร์คอนเนคชั่น การดึงนักลงทุนเข้ามาประกอบธุรกิจภายในประเทศ ส่งผลให้เศรษฐกิจยุครัฐบาลทักษิณสุดเฟื่องฟู

ในปี 2558 “สมคิด” กลับมารับบทรองนายกฯในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังนั่งเก้าอี้ที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ 1 ปี ได้ขบคิดนโยบายหลักของรัฐบาล ผลักดันบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 

โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นต้น

“สมคิด” เจนจัดอยู่ในแวดวงการเมืองมานาน สร้างชื่อมาในยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เคยนั่งรองนายกฯ รมว.คลัง รมว.พาณิชย์ ก่อนลาออกจากไทยรักไทยในปี 2549 

ส่วน “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” เติบโตในสายพลังงานมาตั้งแต่เล่าเรียน ตำแหน่งล่าสุด กรรมการ/กรรมการกำกับดูแลกิจการ ใน บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) จนลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2563 ที่ผ่านมา ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษนายกฯ อยู่ด้วย

 

2.อุตตม-ปรีดี ขุนคลัง

รมว.คลัง: ย้อนไปดูประสบการณ์และฝีมือของ “อุตตม สาวนายน” ที่เคยเป็นผู้บริหารสถาบันการเงินเอกชน ต่อมาทำงานเป็นอาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา ได้รับแต่งตั้งเป็นอธิการบดีม.กรุงเทพ กระทั่งเข้าสู่เส้นทางการเมือง จากการชักชวนของ “สมคิด” โดยเริ่มจากเป็นที่ปรึกษา รมว.คลัง และผู้ช่วยรมต. สำนักนายกฯ ก่อนได้รับแต่งตั้งเป็นรมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และขึ้นชั้นนั่งรมว.คลัง

 

 

ส่วน ปรีดี ดาวฉาย เริ่มต้นด้วยการเป็น “มือกฎหมาย” ของธนาคารกสิกรไทย จากนั้นขึ้นเป็น ผอ.ฝ่ายกิจการสาขาต่างประเทศ และวิเทศสัมพันธ์ ทำหน้าที่ Co-General Manager สาขาฮ่องกง ต่อมาได้เติบโตผ่านสายงานบริหารระดับสูง ปัจจุบันนั่งหัวโต๊ะ 6 ตำแหน่ง อาทิ ประธานกรรมการ บจ. ลีสซิ่ง กสิกรไทย ประธานกรรมการ บจ. แฟคเตอรี แอนด์ อีควิปเมนท์ กสิกรไทย ประธานกรรมการ บจ.เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ กรรมการ บจ. บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล กรรมการ บจ.เมืองไทย กรุ๊ป โฮลดิ้ง กรรมการ บจ.เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี

“ปรีดี” เคยผ่านงานภาครัฐมาบ้าง ในฐานะที่ปรึกษาโครงการลงทุนของภาครัฐ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และร่วมเป็นคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ)

 

 

3.สนธิรัตน์-สุพัฒนพงษ์

รมว.พลังงาน: สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ คุมกระทรวงพลังงานครบ 1 ปี มีผลงาน ผลักดันการใช้นํ้ามัน B10 จนสามารถทำให้ราคาปาล์มพุ่งสูงขึ้น รวมถึงการลดค่าครองชีพของประชาชนในช่วงโควิด-19 ทั้งการใช้ไฟฟรี คืนเงินประกันมิเตอร์ไฟฟ้า เป็นต้น

ส่วน “สุพัฒนพงษ์” เติบโตในสายพลังงานมาตั้งแต่เล่าเรียน เคยนั่งตำแหน่ง กรรมการและประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง บมจ. ปตท., กรรมการ และกรรมการกำกับดูแลกิจการ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กรรมการ/ผู้บริหารในกิจการที่ไม่ใช่บริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

4.ดร.สุวิทย์-ดร.เอนก

แคนดิเดทกระทรวงนี้ ถูกมองว่าถูกฝาถูกฝั่ง “ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์” ครํ่าหวอดอยู่ในแวดวงการศึกษา เป็นอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและคณบดี คณะรัฐศาสตร์ ในทางการเมือง “ดร.เอนก” วนเวียนอยู่หลายพรรค จนตกผลึกทฤษฎีการเมือง “สองนคราประชาธิปไตย” ที่สรุปว่า “คนต่างจังหวัดตั้งรัฐบาล คนกรุงเทพฯล้มรัฐบาล” มุมมองการเมือง การศึกษาของ ดร.เอนก จัดอยู่ในกลุ่มหัวก้าวหน้า

ขณะที่ “ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์” อยู่ในแวดวงการศึกษามายาวนานเช่นกัน เป็นคนริเริ่มตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ดีกรีปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น สหรัฐ และดร.สุวิทย์ เป็นคนจัดโครงสร้างการปรองดองใน ยุครัฐบาล คสช. แต่สุดท้ายแผนนี้ก็ถูกพับไว้

 

 

5.จัตุมงคล-สุชาติ

กระทรวงแรงงาน: เส้นทาง “หม่อมเต่า” ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล เริ่มต้นจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เคยเป็น อธิบดีกรมบัญชีกลาง อธิบดีกรมสรรพสามิต อธิบดีกรมสรรพากร และปลัดกระทรวงการคลัง เป็น ส.ว.ในปี 2539 

ต่อมาได้นั่งผู้ว่าการธนาคาร แห่งประเทศไทย เมื่อปี 2541 และต่อมาถูกปลดกลางปี 2544 เพราะคัดค้านนโยบายด้านดอกเบี้ยของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร กระทั่งถูก สุเทพ เทือกสุบรรณ ดึงมานั่งหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทยและรมว.แรงงาน 

ขณะที่ “สุชาติ ชมกลิ่น” ส.ส. ชลบุรี ที่เพิ่งพ้นจากเก้าอี้ประธานส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เป็นนักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ ในนาม บมจ.อรินสิริ แลนด์ มีมากถึง 20 โครงการ และฐานสำคัญในการก้าวเข้าสู่แวดวงการเมือง มาจากความแนบแน่นกับ “บ้านใหญ่ชลบุรี”

ส่วน นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ จากสายการศึกษา เป็นอาจารย์สอนที่นิด้า และเป็นที่ปรึกษาด้านการเงิน เคยเป็นผู้ช่วย รมว.คลัง สมัย อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ เป็น รมว.คลัง กระทั่งต่อมาถูกชักชวนร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ จนได้เป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ และลาออกมานั่งโฆษกรัฐบาล

 

6.เทวัญ-อนุชา

รมต.สำนักนายกฯ: เทวัญ ลิปตพัลลภ เป็นหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา แต่ก็อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของพี่ชายอย่างสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ผู้มากคอนเนค ชั่น “เทวัญ” เคยเป็นกก.บห.พรรคไทยรักไทย ในช่วงที่พรรคชาติพัฒนาไปควบรวม กระทั่งถูกตัดสิทธิ 5 ปีกรณี ยุบพรรค “เทวัญ” ถือเป็นตัวแทนพี่ชาย แต่ก็อยู่ในสายธุรกิจครอบครัวตลอด ตัวเลขในบัญชีที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.ล่าสุด มีทรัพย์สิน 1,190 ล้านบาท

ส่วน “อนุชา นาคาศัย” เป็น ส.ส. ชัยนาท มาอย่างยาวนาน อยู่ร่วมกลุ่มสามมิตร เคยเป็น กก.บห.พรรคไทยรักไทย ที่ถูกตัดสิทธิ 5 ปีหลังถูกยุบพรรค ในช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ผลักดันให้ “พรทิวา” ภรรยา นั่งรมว.พาณิชย์ 

6 รัฐมนตรีเก่าไป ใหม่มา คงต้องรอพิสูจน์ฝมือคนใหม่กันว่าจะเข้าตาประชาชนหรือไม่ 

 

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,599 หน้า 10 วันที่ 9 - 12 สิงหาคม 2563

 

ดูข่าวต้นฉบับ