เด็กประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย-วัดตาบัว ฮุบสปก. "ธรรมนัส" แฉบ้าง

ไทยรัฐออนไลน์ - Politics อัพเดต 15 พ.ย. 2562 เวลา 22.51 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2562 เวลา 22.05 น.
ภาพไฮไลต์

ฟาร์มไก่ปารีณา 900 ไร่ มี 2 แปลง น่าจะยึดคืน สปก.กระบี่เหน็บเจ็บ ‘สมัชชา’ ขอที่ไม่เหมาะ

“ธรรมนัส” ลุยตรวจสอบที่ดิน ส.ป.ก. พบนักการเมืองถือครองอื้อ พรรคประชาธิปัตย์ ในเขตภาคใต้ บางรายใน จ.ชลบุรี และพรรคภูมิใจไทยในโคราช ลั่นไม่มีละเว้น เตรียมยึดคืนผ่องถ่ายให้เกษตรกรรายย่อย ชี้ที่ดิน “ปารีณา” 2 แปลงเป็น ส.ป.ก.ถูกยึดคืนแน่ เผย “เอ๋” ซอยที่ดินฟาร์มไก่เป็นแปลงเล็กใส่ชื่อคนอื่นกว่า 700 ไร่ เตรียมสแกนนอมินีหรือไม่ ป.ป.ช.ประสานขอตรวจที่ดิน “ปารีณา” 29 พ.ย. ด้านอธิบดีป่าไม้เผยกรมการปกครองเคยส่งหนังสือเวียนถึง ผวจ.ทั่วประเทศ ยกเลิกเก็บภาษี ภบท.5 ตั้งแต่ปี 2551 “ดำรงค์” สะกิดใครอ้าง ภบท.5 จับส่งพนักงานสอบสวนได้เลย เตือนถ้า “เอ๋” ทำผิด ก.ม.ใครช่วยลำบากแน่

กรณีตรวจสอบการถือครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กว่า 1,700 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่มีแนวทางชัดเจนมากขึ้น หลังพบมีพื้นที่ ส.ป.ก.รวมอยู่ด้วย ต้องยึดคืนเกือบทั้งหมด ส่วนประเด็นการแจกที่ดิน ส.ป.ก.ของ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้นายสมัชชา เอ่งฉ้วน อดีตผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ พรรคพลังประชารัฐ เจ้าตัวยืนยันเป็นนโยบายต่อเนื่องจากรัฐบาลก่อน และเตรียมยึดคืนที่ดินของนักการเมืองเพื่อนำมาแจกจ่ายให้เกษตรกรรายย่อยทำกิน

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่ จ.พะเยา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบการถือครองพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) อย่างไม่ถูกต้อง เบื้องต้นพบนักการเมืองถือครอง ส.ป.ก.จำนวนมาก ได้มาตั้งแต่สมัยที่มีการแจก ส.ป.ก.ใหม่ๆ ฉะนั้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงที่ดินทำกินของเกษตรกร หากพบว่ามีนักการเมืองที่ถือครอง ส.ป.ก.แบบไม่ถูกต้อง จะยึดคืนเพื่อนำไปแจกให้เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกิน จากการตรวจสอบพบทั้งนักการเมืองสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ในเขตภาคใต้ นักการเมืองบางรายที่ถือครองพื้นที่ในเขต จ.ชลบุรี และนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย ที่ถือครองที่ดินในแถบ จ.นครราชสีมา

“ผมพยายามจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้แล้วเสร็จในช่วงที่ผมได้ดูแล เพราะยังมีเกษตรกรจำนวนมากที่ไม่มีที่ทำกิน การเรียกคืนพื้นที่ดังกล่าวยังช่วยแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าด้วย การจัดการพื้นที่ ส.ป.ก.จะใช้กฎหมายนำ ไม่สามารถละเว้นพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งได้ เช่น พื้นที่ของวัดหลวงตามหาบัว จ.อุดรธานี ที่ระบุว่ามีทั้งสิ้น 1,000 ไร่นั้น เบื้องต้นพบว่า ส.ป.ก.อนุญาตให้ใช้พื้นที่เพียง 300 ไร่เท่านั้นที่เหลือรอบๆวัด 700 ไร่ ต้องเรียกคืนทั้งหมด ส่วนพื้นที่ของนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ 1,200 ไร่ ที่ศาลพิพากษาแล้วเสร็จนั้น ได้คืนให้ ส.ป.ก.หมดแล้ว”

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวด้วยว่า สำหรับพื้นที่ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ตรวจพบว่ามีพื้นที่ถือครองเป็นฟาร์มไก่ 900 ไร่ แบ่งเป็น 3 แปลง โดย 2 แปลงเป็นที่ ส.ป.ก. อีก 1 แปลงมีโฉนด ในส่วนที่เป็นพื้นที่ ส.ป.ก.น่าจะ ยึดคืนเกือบทั้งหมด เพราะเกษตรกรสามารถถือครอง ส.ป.ก.ได้เพียง 50 ไร่ จึงต้องไปดูรายละเอียดทุกแปลง ต้องดูว่าใครถือครอง ภายหลังยึดคืนมาแล้วจะนำไปแจกให้เกษตรกรรายย่อยต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ส.ป.ก.ว่า ร.อ.ธรรมนัสได้สั่งการให้ ส.ป.ก.จังหวัดราชบุรี เข้าตรวจวัดพื้นที่ ทั้งหมดของ น.ส.ปารีณา พร้อมเร่งสรุปข้อมูลรายงาน โดยแหล่งข่าวระบุพบพฤติกรรมการแปลงกระจายสิทธิใส่ชื่อบุคคลอื่นไปแล้วกว่า 700 ไร่ แบ่งเป็นรายละ 48 ไร่ และ 49 ไร่ กว่า 18 แปลง เพื่อไม่ให้ เข้าข่ายโดนยึดคืนตามคำสั่งมาตรา 44 ของ คสช. ซึ่งเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ต้องตรวจสอบว่ารายชื่อบุคคลที่นำมาแจ้งว่าถือครองที่ดินดังกล่าวเป็นนอมินีของใครหรือไม่ รวมทั้งมีพื้นที่บางส่วนเป็นที่ดินมีกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายที่ดิน คือ นส.3 และ สค.1 นอกจากนี้ยังมีแปลงที่ดินที่ยังไม่มีการกระจายสิทธิอีกกว่า 900 ไร่ ในส่วนฝั่ง อ.สวนผึ้ง พบที่ดิน ส.ป.ก.ของนายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณา อีก 600 ไร่ รวมสองฝั่งเป็นที่ดิน ส.ป.ก.กว่า 1.5 พันไร่ ที่ครอบครัวของ ส.ส.ปารีณาถือครอง

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัสสั่งให้ตรวจสอบการถือครองพื้นที่ ส.ป.ก.อย่างละเอียดใน 4 จังหวัด ว่ามีนักการเมืองถือครองโดยผิดกฎหมายหรือไม่ คือจังหวัดเพชรบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี ตามที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นร้องต่อคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เบื้องต้นพบว่ามีชื่อ ส.ส.บางคนในตระกูลดัง แจ้งยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ครอบครองพื้นที่ ภบท.5 กว่า 350 ไร่ บางรายเคยถือครองที่ภบท. 120 ไร่ แต่การชี้แจงบัญชีทรัพย์สินฯ ล่าสุดไม่มีที่ดินดังกล่าวแล้ว

ขณะที่นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบการครอบครองที่ดินของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐว่า ป.ป.ช.มีเพียงหน้าที่ตรวจว่ามีอยู่จริงหรือไม่หลังจากที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยื่นบัญชีทรัพย์สินมาแล้ว กรณีของ น.ส.ปารีณาเป็นประเด็นที่จะตรวจดูว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่ ถ้าใช่จึงจะอยู่ในอำนาจ ป.ป.ช. วันที่ 18 พ.ย.จะชี้แจงรายละเอียดให้ทราบ

นายยุทธกร ช่อไม้ทอง ผอ.สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมือง กล่าวว่า ได้มอบให้เจ้าหน้าที่ประสานไปยัง น.ส.ปารีณา เพื่อติดต่อขอไปตรวจสอบพื้นที่จริง เบื้องต้นนัดหมายจะไปลงพื้นที่ จ.ราชบุรี ในวันที่ 29 พ.ย.นี้

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า สำหรับ ภบท.5 ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย.2551 อธิบดีกรมการปกครองเคยมีหนังสือเวียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ว่าการนำแบบแสดงรายการที่ดิน (ภบท.5) หรือทะเบียนที่ดินและใบเสร็จเงินภาษีบำรุงท้องที่ (ภบท.6) มาเป็นหนังสือสำคัญแสดงการถือสิทธิ์ครองที่ดินไม่ได้ เพราะส่งผลให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเพิ่มมากขึ้น และเพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในวงกว้าง ขอให้ยกเลิกแบบแสดงรายการที่ดิน ภบท.5 และให้งดการประเมินภาษีบำรุงท้องที่สำหรับที่ดินและการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่นั้น เพื่อป้องกันมิให้บุคคลอ้างสิทธิการครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

ด้านนายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย กล่าวว่า การครอบครอง ภบท.5 ไม่ต้องสอบสวนไม่ต้องรออะไรแล้ว ใครมีชื่อครอบครองส่งพนักงานสอบสวนได้เลย สมัยเป็นป่าไม้ตนจับมาเป็นร้อยๆคดี ไม่รู้ว่า น.ส.ปารีณาครอบครองอะไรอย่างไร แต่ดูจากข่าวมีทั้งเกี่ยวข้องกับ ส.ป.ก. และพื้นที่ป่าสงวน ในส่วนของ ส.ป.ก.หากไม่มีคุณสมบัติก็ต้องยึดคืน แต่หากเป็นพื้นที่ป่าไม้ก็ต้องมีความผิดและมีบทลงโทษ ถ้าเป็นความผิดตามกฎหมายป่าไม้ การบุกรุกป่า ไม่มีใครช่วยได้ก็แล้วกัน เพราะมันเป็นกฎหมายตายตัว ขอบเขตชัดเจน จะดัดแปลงอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น ส่วนที่เกรงว่าเป็นกรณีของ ส.ส.ฝั่งรัฐบาลจะมีการช่วยเหลือกันหรือไม่ ในข้อกฎหมายใครก็ช่วยไม่ได้ ใครจะไปช่วยตนว่าลำบาก หากมีการช่วยเหลือกันโดยไม่เป็นไปตามกฎหมาย แม้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลตนจะออกมาแถลง

ส่วนกรณีกระแสโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์การแจก ส.ป.ก. 4-01 ในพื้นที่ จ.กระบี่ ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปเป็นประธานมอบให้กับผู้ผ่านการพิจารณา 335 ราย เนื้อที่กว่า 4 พันไร่ เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา หนึ่งในผู้รับมอบ คือนายสมัชชา เอ่งฉ้วน อดีตผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 16 ไร่เศษนั้น ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่ระบุว่า กรณีของนายสมัชชาทางคณะกรรมการพิจารณาอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน หลังสืบค้นประวัติความเป็นมาก่อนนำมาประมวลทุกอย่างแล้ว เดิมที่ดินผืนดังกล่าว ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาพนมเบญจา หมู่ 1 ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ พบว่ามีการเข้าไปปลูกปาล์มน้ำมันทำการเกษตรอย่างแท้จริงจึงนำมาพิจารณา โดยผู้ยื่นขอคือนายสมัชชามีคุณสมบัติเข้ากับเงื่อนไขของผู้ที่จะได้รับสิทธิ คือไม่มีที่ดินครอบครองเกิน 50 ไร่ นายสมัชชาไม่เคยมีที่ดินครอบครองมาก่อนจริง และคุณสมบัติของนายสมัชชาเข้าหลักเกณฑ์ของ ส.ป.ก. เพราะเป็นเกษตรกรจริง แต่เรื่องความเหมาะสมเพราะเป็นผู้สมัครของพรรค การเมืองนั้น ยอมรับว่าอาจจะดูไม่เหมาะ

ด้านนายสมัชชาเปิดเผยว่า ยังคงยืนยันว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินที่มีการครอบครองมานานแล้ว กระทั่งมีการประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินจึงดำเนินการยื่นขอสิทธิทำกิน โดยยื่นไว้ตั้งแต่สมัยที่นายอาคม เอ่งฉ้วน ลุงของตนเป็น รมช.เกษตรฯ ก่อนที่พรรคพลังประชารัฐจะเกิดขึ้น หากคิดจะใช้อำนาจในทางที่ผิด คงให้ลุงดำเนินการให้ไปนานแล้ว ขอยืนยันว่าที่ดินได้มาด้วยความบริสุทธิ์ การเกิดกระแสข่าวออกมาครั้งนี้มองว่าอาจเป็นการโจมตีกันทางการเมืองหรือไม่ เพราะตอนนี้ใกล้เข้าช่วงของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ใน จ.กระบี่ มีพื้นที่ ส.ป.ก.ที่ถูกกลุ่มนายทุนเข้าครอบครองโดยใช้ชาวบ้าน เป็นนอมินี คือพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันใน อ.เมือง และ อ.เหนือคลอง กว่า 4 พันไร่ ซึ่งบริษัทเอกชนรายหนึ่งใช้ชื่อชาวบ้านกว่า 400 ราย มาถือสิทธิครอบครองพื้นที่ ส.ป.ก. จนเกิดการตรวจสอบ และต่อมา มีการเรียกคืนพื้นที่ ส.ป.ก.ทั้งหมดแต่ทางบริษัทเอกชนรายดังกล่าวยังไม่ยอมออกจากพื้นที่ โดยอ้างว่ามีเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินถูกต้องตามกฎหมายทำให้เกิดความขัดแย้งกับกลุ่มชาวบ้านที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐนำที่ดินมาจัดสรรให้เกษตรกรยากจน เป็นปัญหายืดเยื้อยาวนานมากว่า 7 ปี ซึ่งสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดกระบี่เตรียมเข้าดำเนินการยึดคืนพื้นที่ดังกล่าวภายในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ และก่อนหน้านี้พื้นที่ดังกล่าว ร.อ.ธรรมนัสเข้าพบกับกลุ่มชาวบ้าน และรับปากว่าจะนำกลับมา จัดสรรให้ชาวบ้านได้เข้าทำกินต่อไป

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ