เดือดพลั่ก! สว.เสียงแตกปมรื้ออำนาจ ‘เสรี’ยกประชามติคุ้มกัน โอดถูกล่อเป้า

แนวหน้า เผยแพร่ 09 ส.ค. เวลา 09.25 น.

‘ส.ว.เสรี’ ยก ‘ประชามติ’ คุ้มกันถูกรื้ออำนาจ โอดถูกล่อเป้าเพราะไม่ชอบที่มา ด้าน ‘ส.ว.พลเดช’ สวนอย่ามาข่มขู่ ไม่มีใครกลัวใคร

9 สิงหาคม 2563 นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีนายวันชัย สอนศิริ ส.ว. เสนอให้แก้รัฐธรรมนูญ ยอมให้ตัดอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นความเห็นส่วนตัวของนายวันชัย ที่วิเคราะห์จากสถานการณ์การเมือง เสียง ส.ว.ที่ออกมาแสดงความเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ต่อการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเสียงส่วนน้อย แต่เสียง ส.ว.ส่วนใหญ่ยังนิ่ง รอดูสถานการณ์อยู่

“สำหรับการแก้รัฐธรรมนูญเรื่อง ส.ว.นั้น ต้องดูว่า ส.ว.มาโดยรัฐธรรมนูญ มีภารกิจปฏิรูปประเทศ ติดตามยุทธศาสตร์ชาติ เลือกนายกฯที่กำหนดเป้าหมายไว้แต่แรก ดังนั้นการจะเปลี่ยนแปลงอะไรต้องรอบคอบ จะดูกระแสอย่างเดียวไม่ได้ ต้องว่าด้วยเหตุผล โดยเฉพาะการไม่ให้ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯต้องเป็นไปโดยความเห็นพ้องต้องกัน รัฐธรรมนูญนี้ผ่านประชามติมา ต้องเคารพเสียงประชาชน จะแก้ได้ก็ต้องเป็นความเห็นพ้องต้องกัน” นายเสรี กล่าว

นายเสรี กล่าวอีกว่า ข้อเรียกร้องการแก้รัฐธรรมนูญเรื่อง ส.ว.ขณะนี้ เป็นเรื่องของที่มา ส.ว.ไม่ถูกใจ จึงออกมาเรียกร้อง แต่ไม่ได้ดูเรื่องเหตุผล บวกกับปัญหาการเมืองที่บางพรรคถูกยุบพรรค กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิโดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เลยอยากให้รื้อใหม่หมด ขณะนี้ ส.ว.ขอรอดูความเห็นทุกฝ่ายเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญให้ได้ข้อยุติชัดเจนก่อนว่าจะแก้โดยวิธีตั้ง ส.ส.ร. หรือแก้รายมาตรา เพราะ ส.ส.ยังเห็นไม่ตรงกัน ถ้า ส.ว.รีบเสนออะไรไป โดยยังไม่มีข้อยุติ จะยิ่งสร้างความขัดแย้งมากขึ้น

ด้าน นพ.พลเดช ปิ่นประทีป ส.ว. กล่าวในกรณีเดียวกันว่า ความจริง ส.ว.ไม่ได้เป็นเอกภาพ มีความเห็นแตกต่างกัน ส่วนตัวไม่ขัดข้อง ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญไม่ให้โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ผลออกมาเป็นอย่างไร ก็พร้อมยอมรับ ตนพร้อมโหวตแก้ให้ แต่ให้มาคุยกันก่อน จะแก้ไขประเด็นใด แก้ทั้งฉบับหรือบางประเด็น เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่ไม่ดีทั้งฉบับ ส่วนดีก็มีเยอะ

“ขอให้มาคุยกัน อย่ามาขู่กัน เพราะไม่มีใครกลัวใคร การระบุว่าอำนาจ ส.ว.เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งนั้น แล้วแต่จะมอง แต่อำนาจ ส.ว.เป็นไปตามบทเฉพาะกาล 5 ปี ให้ทำหน้าที่ติดตามการปฏิรูปประเทศ เชื่อว่ากว่าจะแก้รัฐธรรมนูญเสร็จก็เข้าไปที่ 2-4 ของรัฐบาลแล้ว ตอนนั้น ส.ว.ใกล้หมดเวลาแล้ว อย่าใจร้อนเกินไป ควรให้ ส.ว.ทำหน้าที่ครบ 5 ปี เดี๋ยวก็ต้องไป” นพ.พลเดช กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ