"เชียงราย"จัดงานรับลมหนาว"สีสันแห่งดอยตุง"ครั้งที่ 6 ชูอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ประชาชาติธุรกิจ อัพเดต 09 ธ.ค. 2562 เวลา 10.53 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2562 เวลา 10.53 น.
p5

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.เชียงราย ทางมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานเทศกาลประจำปี “สีสันแห่งดอยตุง”ครั้งที่ 6 โดยนายพลชม จันทร์อุไร ประธานสายปฏิบัติการธุรกิจเพื่อสังคม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ มาเป็นประธานในงานช่วงพิธีเปิด ซึ่งมีการจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมในท้องถิ่นขึ้น อาทิ การรำนก รำโตของชาวไทใหญ่ และมีการปล่อยลูกโป่งตัวโต ที่สูงถึง 9 เมตร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลแห่งความสุขนี้ ท่ามกลางบรรยากาศหนาวเย็นของฤดูหนาว และชมดอกไม้เมืองหนาว ซึ่งมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยงานจะขึ้นทั้งหมด 4 ช่วง คือ ช่วงแรกวันที่ 4-10 ธ.ค.ช่วงที่สอง วันที่ 14-15 ธ.ค.ช่วงที่สามวันที่ 21 ธ.ค. 2562 และช่วงสุดท้ายวันที่ 11-12 ม.ค. 2563 ท่ามกลางอากาศที่เย็นในฤดูหนาว

ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมมากมาย เช่น การจัดโซนอาหารแบบชนเผ่าดั้งเดิมและอาหารรสเลิศตำหรับชาววัง อย่าง ข้าวปุ๊กจากชาวลาหู่ ข้าวฟืนทอดจากชาวไทใหญ่ ฯลฯ โซนหัตถกรรม โซนถ่ายรูปเช็คอิน โซนกิจกรรมที่เปิดให้ผู้มาเยือนได้ผจญภัยกับเส้นทางธรรมชาติบนสะพานเรือยอดไม้ในป่าความสูงกว่า 30 เมตร และมีการจัดกิจกรรมงานฝีมือ การละเล่นพื้นบ้าน อาทิ ไม้ต่อขา สะบ้าดอย ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีโซนดอยช้างมูบที่จะพานักท่องเที่ยวชมสวนรุกชาติอีกด้วย ซึ่งในปีนี้มีกิจกรรมที่สำคัญที่สุดอย่าง กิจกรรมร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่างๆมากมาย เช่น การใช้วัสดุตกแต่งจากธรรมชาติที่หาได้ในท้องิ่น การณรรงค์พกถุงผ้า แก้วน้ำมาเอง มีการจัดแยกขยะ 8 ประเภทเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ฯลฯ โดยมีนักท่องเที่ยวไปชมงานที่จ.เชียงรายเป็นจำนวนมาก

“นายพลชม” กล่าวว่า ได้มีการจัดงานที่ต่อเนื่องถึงครั้งที่ 6 แล้ว จึงได้มีการผสมผสานเรื่องศิลปะและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของชุมชน มีกระบวนการเรียนรู้และความสามารถในการเป็นเจ้าของธุรกิจชุมชน ซึ่งสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี และเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี วิถีชนเผ่ารุ่นสู่รุ่น และยังเป็นงานที่ให้ทั้ง 6 ชนเผ่า อาทิ อาข่า ไทใหญ่ ไทลื้อ ไทลัวะ ลาหู่ และจีนยูนนาน ได้เผยแพร่วัฒนธรรมของชนเผ่าให้แก่นักท่องเที่ยวที่ได้มาสัมผัส ซึ่งปีนี้ยังมีการจัด กิน เล่น ชม ช็อป ชิล บนถนนคนเดินสายวัฒนธรรมที่สูงสุดในประเทศ โดยเน้นการท่องเที่ยวแบบครอบครัวเพื่อตอบรับทุเพศทุกวัยและยังเน้นการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มอีกด้วย

 

ดูข่าวต้นฉบับ