โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะลึก LINE Solution สำหรับ SMEs ในยุค OMO

LINE ประเทศไทย เผยแพร่ 26 ก.ค. 2562 เวลา 06.45 น.

การสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ให้ผสมผสานธุรกิจระหว่าง Online และ Offline หรือ OMO กลายเป็น 1 ใน 3 เป้าหมายหลักของ LINE เพื่อช่วยให้ทั้งผู้ใช้งาน LINE และผู้ประกอบการสามารถนำ LINE ไปใช้งานเพื่อตอบสนองการใช้ชีวิต และใช้เป็นช่องทางในการทำธุรกิจได้

ที่ผ่านมา LINE ได้มีการนำเสนอ LINE for Business เพื่อเป็นเครื่องมือให้องค์กรธุรกิจ และผู้ประกอบการนำ LINE ไปใช้ในเป็นช่องทางในการสื่อสารกับผู้ใช้งาน ด้วยการนำโซลูชัน และเครื่องมือต่างๆ ของ LINE มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ

สกุลรัตน์ ตันยงศิริ หัวหน้ากลุ่มธุรกิจ SME LINE ประเทศไทย ให้ข้อมูลถึงสถานการณ์ SME ในประเทศไทยว่า จากจำนวนประชากรกว่า 66.4 ล้านคน กว่า 82% ของประชากรถูกจ้างงานอยู่ภายในธุรกิจ SMEs

โดยจำนวน SMEs ในประเทศไทยอยู่ที่ราว 3 ล้านผู้ประกอบการ สร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วน 43.9% ของ GDP ประเทศ คิดเป็นมูลค่าราว 1.85 ล้านล้านบาท ซึ่งจะดีกว่ามั้ย ถ้าผู้ประกอบการ SMEs จะสามารถเข้าถึงลูกค้ากว่า 44 ล้านคนบนแพลตฟอร์มของ LINE เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้

ด้วยเหตุนี้ LINE จึงได้คิดค้นหลากหลายโซลูชั่นเพื่อช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับ SMEs ไทยในการทำตลาดออนไลน์ โดยครอบคลุมในหลายๆ ด้านแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น

LINE Ads Platform ที่สามารถช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้าและบริการของ SMEs ได้เป็นอย่างดีผ่านโฆษณาบนแพลตฟอร์ม LINE โดยสามารถเลือกจับกลุ่มเป้าหมายได้ทั้งในเรื่องของ เพศ อายุ เชื้อชาติ และความสนใจ ที่กลายเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้ตรงมากขึ้น SMEs ที่สนใจในการลงโฆษณาผ่าน LINE Ads Platform สามารถติดต่อ Agency Partner ได้โดยดูรายละเอียดที่นี่: https://www.linebiz.com/th/partner/line-ads-platform/ 

ทั้งนี้ หลังจากที่ LINE ประกาศรวม LINE@ โฉมใหม่เป็น LINE Official Account ที่มาพร้อมฟีเจอร์อัพเดทมากมาย ส่วนที่เป็นไฮไลท์สุดคือการเปิด Open API ให้ผู้ประกอบการสามารถนำเอา API ไปพัฒนาต่อยอดได้อย่างอิสระ โดยหากไม่มีความเชี่ยวชาญ LINE ก็พร้อมเป็นที่ปรึกษา หาพันธมิตรให้ทำงานร่วมกันได้ และที่ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้ทำโซลูชั่นแบบครบวงจร พร้อมให้ใช้ได้ทันทีสำหรับ SMEs ได้อีกด้วย 

โซลูชั่นถัดมาคือ OA Plus E-Commerce ที่จะทำให้ประสบการณ์การจับจ่ายของลูกค้าเป็นไปอย่างลื่นไหล ไร้รอยต่อ ทั้งยังเป็นระบบที่เปิดกว้าง มีเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถบริหารจัดการคำสั่งซื้อ ระบบเพย์เมนท์ที่มีความปลอดภัย สามารถจัดการสต็อกสินค้าพร้อมเก็บสถิติราคา และที่จะทำให้การค้าขายเป็นไปอย่างลื่นไหลผู้ค้าสามารถสร้าง shipping label ได้ง่ายๆ ภายในคลิกเดียว

โดย OA Plus E-Commerce ยังมีฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจ คือมี Dashboard สำหรับแสดงตัวเลขที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ เช่น รายได้ ทรานแซคชั่น เก็บสถิติและบันทึกข้อมูลวิธีการจ่ายเงินที่ได้รับความนิยม สินค้าขายดี และวิธีการจัดส่งสินค้าที่ลูกค้ามักเลือกใช้บริการอีกด้วย

อีกหนึ่งโซลูชั่นที่เพิ่งเปิดตัวไปเช่นกัน คือ LINE MAN Plug-in หรือการนำเอาบริการ LINE MAN มาเชื่อมต่อ (Plug-in) เข้ากับ Official Account ของร้านค้า ร้านอาหาร ซึ่งโซลูชั่นนี้จะสามารถตอบโจทย์ผู้ประกอบการร้านอาหาร หรือร้านขายสินค้าได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถดึงบริการ และโซลูชั่นของ LINE MAN มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจได้ครบวงจร

โซลูชั่นที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ LINE JOBS ที่จะช่วย SMEs ในด้านการหาพนักงานหรือด้าน HR โดยสามารถช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ SMEs ทั้งในเรื่องเวลา และแรงงานในการหาคน

อีกส่วนหนึ่งที่ LINE ให้ความสำคัญคือ การให้การศึกษา แบ่งปันความรู้ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับ SMEs ไทย โดย LINE ได้มีการแนะนำ LINE for Business Handbook คู่มือการทำธุรกิจบน LINE และช่องทางในการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมของการใช้ LINE สำหรับการทำธุรกิจผ่านเว็บไซต์ https://studyroom.line.me/ 

รวมถึงแนะนำ LINE CERTIFIED COACH 2019 ที่จะมาช่วยพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศไทยให้สามารถเติบโตไปกับธุรกิจได้อย่างยั่งยืน จากบรรดาตัวแทนที่ทาง LINE คัดเลือกมาแนะนำให้

วุฒิชัย น้ำใจประเสริฐ Account Advertising Lead LINE ประเทศไทย กล่าวแนะนำถึง LINE Official Account สำหรับ SMEs ที่เพิ่งปรับเปลี่ยนจาก LINE@ มาใช้งานว่า LINE Official Account โฉมใหม่ จะมีฟีเจอร์ที่ลงรายละเอียดได้ลึกกว่าเดิม เพื่อช่วยสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า เพราะสามารถส่งรายละเอียดไปยังกลุ่มลูกค้าที่สนใจโดยเฉพาะได้มากขึ้น

เช่นเดียวกับ วิธีการสื่อสารผ่านช่องทาง LINE ไม่ว่าจะเป็นการส่ง Rich Message, Rich Video การนำ Rich Menu มาช่วยเพิ่มความสะดวกในการให้บริการลูกค้า ฟีเจอร์อย่าง Auto Reply เพื่อช่วยตอบข้อมูล รวมถึงการทำโปรโมชันแจกคูปองส่วนลด และบัตรสะสมแต้มต่างๆ

ประกอบกับการที่ LINE เปิด OpenAPI ขึ้นมาทำให้มีพันธมิตรทางธุรกิจเข้ามาเชื่อมต่อบนแพลตฟอร์มของ LINE มากขึ้น ดังนั้น ถ้าผู้ประกอบการใดสนใจโซลูชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ ร้านอาหาร ระบบอีคอมเมิร์ซ แชทบอท ก็สามารถเลือกนำมาใช้งานได้ตามที่ต้องการ