เจาะตัวอย่าง สตาร์วอร์ส : เดอะ ไรส์ ออฟ สกายวอล์กเกอร์ บทสรุปไตรภาคมหากาพย์สงคราม

Khaosod อัพเดต 22 ต.ค. 2562 เวลา 16.45 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2562 เวลา 16.09 น.
ep9-ff-001745
  • เจาะตัวอย่าง สตาร์วอร์ส : เดอะ ไรส์ ออฟ สกายวอล์กเกอร์ บทสรุปไตรภาคมหากาพย์สงคราม

ในที่สุด ดิสนีย์ ก็ปล่อย เทรลเลอร์สุดท้ายของ Star Wars: The Rise of Skywalker บทสรุปของไตรภาค หรือ ภาพยนตร์ลำดับที่ 9 บนเส้นเรื่องหลักของมหากาพย์อวกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อย (วันที่ 21 ต.ค. ตรงกับวันเกิดของ แครี่ ฟิชเชอร์ เจ้าของบทเจ้าหญิงเลอา ผู้ล่วงลับ)

แฟนหนังคงได้ครางฮือกันไปบ้างแล้วกัน ตัวอย่างความยาว 2.20 นาที สั้นๆ แต่ก็มากพอที่จะทำแฟนเฟรนไชส์นี้ลงแดงไปตามๆ กันกว่าที่หนังจะเข้าฉาย 20 ธ.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์

The Millennium Falcon swoops in to lead a Resistance assault in “Star Wars: The Rise of Skywalker.”

มาดูกันว่าตัวอย่าง เดอะ ไรส์ ออฟ สกายวอล์กเกอร์ มีอะไรแง้มให้เห็นกันบ้าง

ความยาวภาพยนตร์เมื่อเทียบกับภาคก่อน ๆ

  • A New Hope อะ นิว โฮป 121 นาที
  • The Empire Strikes Back ดิ เอ็มไพร์ สไตรก์ แบ็ก 124 นาที
  • Return of the Jedi รีเทิร์น ออฟ เดอะ เจได – 131 นาที
  • The Phantom Menace เดอะ แฟนทอม เมเนซ – 136 นาที
  • Attack of the Clones แอตแทค ออฟ เดอะ โคลนส์ – 142 นาที
  • Revenge of the Sith รีเวนจ์ ออฟ เดอะ ซิธ – 140 นาที
  • The Force Awakens เดอะ ฟอร์ซ อเวกเคนส์ – 138 นาที
  • The Last Jedi เดอะ ลาสต์ เจได – 152 นาที

ภาคแยกเดี่ยว

  • Rogue One โรก วัน – 133 นาที
  • SoLo โซโล  – 135 นาที

ขณะที่ The Rise of Skywalker เดอะ ไรส์ ออฟ สกายวอล์กเกอร์ มีความยาวที่สุดคือ 155 นาที หรือ 2 ชั่วโมง 35 นาที เลยทีเดียวนะคุณ

เตรียมพบกับ สงครามอวกาศ จริงๆ จังๆ สักที

จากฉากการปะทะเดือด รองแม่ทัพหญิง โฮลโด พลีชีพขับยานเข้าโหมดไลต์สปีดพุ่งชนกองทัพเฟิร์ส ออร์เดอร์ในภาคก่อน (เดอะ ลาสต์ เจได) ภาคนี้ แฟนบอยสายยานอวกาศของสตาร์วอร์ส คงจะได้สะใจกับฉากการสู้รบกว่าเดิมหลายเท่า

การกลับมาของ ดาร์ธ ซีเดียส?

นาทีที่ 1.58 ของเทรลเลอร์ เห็นชัดว่า ดาร์ธซีเดียส หรือ จักรพรรดิพัลพาทีน กลับมาแน่นอนไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม แต่บัลลังก์ที่เห็นนั้นคือตัวเดียวกับ ภาค รีเทิร์น ออฟ เดอะ เจได ในปี 1981 ซึ่งแฟนๆ ไปขุดเอาภาพสเกตของ ราล์ฟ แมคควอรี ที่เคยวาดเอาไว้ออกมายืนยันด้วย แม้จะยังไม่เห็น เอียน แม็กเดียร์มิด นักแสดงบทนี้ในซีนใดๆ (เห็นข้างๆ มีผ้าคลุมบัง)

“ข้ารอมาแสนนาน และตอนนี้การที่พวกเจ้ามาอยู่ตรงนี้ คือความผิดพลาดของพวกเจ้าเอง”


Rey (Daisy Ridley) is confronted by a dark figure – who looks a little like Emperor Palpatine – in “Star Wars: The Rise of Skywalker.”

ยังไม่มีการยืนยันว่า ดาร์ธซีเดียส คือผู้ชักใย เดอะ เฟิร์ส ออร์เดอร์ อยู่เบื้องหลังมาตลอดหรือไม่ แต่ถ้าออกทรงนี้ดูเหมือน พัลพาทีน จะเฝ้ารอ เรย์ มาตลอด

อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ต่างประเทศยังไม่เชื่อนักว่า ดาร์ธซีเดียสจะกลับมา และวางทฤษฎีว่าอาจจะเป็นภาพนิมิตรด้านมืดของเรย์ก็เป็นได้

เรย์ ปะทะ ไคโล เรน เป็นครั้งสุดท้าย

เรย์ และ ไคโล เรน ดวลดาบกันมาตั้งแต่ภาคแรกของไตรภาคใหม่ ในตัวอย่างนี้ ฉากระหว่าง เรย์ และ เรน มีแอร์ไทม์ค่อนข้างนาน

ซีนหนึ่งที่ เรย์ เผยว่า “ทุกคนต่างพูดว่ารู้จักตัวตนฉัน แต่ไม่มีใครที่รู้จริงเลย” ต่อด้วยประโยคเดิมที่ ไคโล เรน เคยพูด นั่นคือ ” “แต่ฉันรู้” ขณะเดินฝ่าคลื่นออกมา พร้อมไลต์เซเบอร์สีแดงวาบของเขา

นี่คงจะเป็นฉากต่อสู้ระดับคลาสสิคเช่นเดียวกับ ลุก สกายวอล์กเกอร์ ปะทะ ดาร์ธ เวเดอร์ ในรีเทิร์น ออฟ เดอะ เจไดแน่ๆ ไม่เท่านั้น การอาละวาดของทั้งคู่ก็ทำลายแท่นบูชา หมวกของดาร์ธเวเดอร์ แหลกกระจุย

ภาคสุดท้ายของซีทรีพีโอ 

 หุ่นกระป๋อง C-3PO  ซึ่งมีหน้าที่เป็นหุ่นยนต์ล่าม สามารถแปลได้ถึง 6 ล้านภาษา อยู่กับภาพยนตร์ยุคแรกตั้งแต่ปี 1977 พูดประโยคหนึ่งในเทรลเลอร์นี้ เมื่อ โพ ดาเมรอน ถามว่า นายกำลังทำอะไรอยู่ หุ่นสีทอง ที่ใช้น้ำเสียงสะท้อนอารมณ์จาก เซอร์ แอนโธนี ดาเนียลส์ ตอบว่า“จ้องมองเป็นครั้งสุดท้าย ครับท่าน ไปที่เหล่าเพื่อนของผม”

C-3PO (Anthony Daniels) has at least one emotional moment in the saga finale “Star Wars: The Rise of Skywalker.”

แน่นอนว่าน่าจะเป็นการกล่าวคำอำลาต่อสตาร์ วอร์ ของเจ้าหุ่นพูดไม่หยุดตัวนี้แล้ว เพราะสังเกตได้ว่า สตาร์ วอร์ กำลังจะก้าวเข้าสู่ไตรภาคใหม่ และมีการตัดจบตัวละครยุคก่อนทั้ง ฮาน โซโล และ ลุค สกายวอล์กเกอร์ (แต่เสียงยังอยู่) ออกไปบ้างแล้ว และดูเหมือนว่า  C-3PO จะไม่ได้ไปตัวเดียว เพราะมือเอื้อมไปจับอาร์ทูดีทู R2-D2 ด้วย

The gang's all here in the Millennium Falcon: Chewbacca (Joonas Suotamo, far left), Poe Dameron (Oscar Isaac), Rey (Daisy Ridley) and Finn (John Boyega).

ขณะที่ เดอะ แก๊งผู้ต่อต้าน รวมพลในยาน มิลเลนเนี่ยม ฟอลคอน พร้อมหน้า ทั้ง ชูวเบกกา (โจนาส ซูอาตาโม), โพ ดาเมรอน (ออสการ์ ไอแซค), เรย์ (เดซี ริดลีย์), ฟินน์ (จอห์น โบเยกา) 

“เดอะ ฟอร์ซ” ภาคนี้จะเข้มข้นที่สุด

สิ่งลึกลับที่เชื่อมจักรวาลสตาร์วอร์สได้ตลอดหลายสิบปีท่ี่ผ่านมา มีทั้งในแง่ดี และด้านมืด และครั้งนี้จะมีบทบาทสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะกับช็อตสุดท้ายของ เทรลเลอร์นี้ ภาพเจาะไปที่ดวงตาของ เรย์ พร้อมกับเสียงเอื้อนเอ่ยว่า “พลังจงสถิติกับเจ้า” ซึ่งเป็นเสียงของลุค สกายวอล์กเกอร์  และที่เด็ดกว่าคือคำต่อมา “ตลอดไป” ซึ่งเป็นเสียงของเลอา
คาดว่าน่าจะเป็นการปิดฉากไตรภาคนี้อย่างสมบูรณ์

ก่อนที่ ดิสนีย์ จะพา สตาร์วอร์ ไปสู่ ไตรภาคใหม่ ที่รวมดรีมทีมอย่าง เควิน ไฟกี บิ๊กเนมที่สร้างจักรวาล มาร์เวล และ เดวิด เบนิออฟ – ดีบี ไวส์ มานั่งแท่น โปรดิวเซอร์ จากเกม ออฟ โธรนส์ มาร่วมงานกันในอนาคตอันใกล้นี้

ดูข่าวต้นฉบับ