เงาปีศาจ : "นิชิโนะ" กับ "ช้างศึก" ยุคใหม่ "ฟอลส์ ไนน์" ถูกทางหรือไม่ คำถามที่ยังคงรอการพิสูจน์

มติชนสุดสัปดาห์ อัพเดต 16 ก.ย 2562 เวลา 08.12 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2562 เวลา 08.11 น.
F5B14641-BF6C-485E-8AC8-333E6BCF760C

“อากิระ นิชิโนะ” อดีตกุนซือทีมชาติไทย ประเดิมคุมสนามนัดแรกอย่างเป็นทางการให้กับทีมฟุตบอล” “ช้างศึก” ชุดใหญ่ ไปเรียบร้อยแล้ว ในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก 2022 โซนเอเชีย กลุ่มจี ที่เมนสเตเดี้ยม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

ผลเราคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า” “ช้างศึก” ยุคใหม่ เปิดบ้านเสมอกับ “ดาวทอง” “เวียดนาม” ไป 0-0 เป็นการเก็บแต้มแรกให้ทีมชาติไทยภายใต้การคุมทีมของ “อากิระ นิชิโนะ”

โอเคว่า 1 แต้มสำหรับเกมนัดเปิดสนามคัดเลือกฟุตบอลโลก ถือว่าไม่เสียหาย แต่มันก็ยังไม่ดีที่สุดเท่าที่ควรจะเป็น

ในมุมมองของแฟนบอล” “ช้างศึก” นั้น นัดแรกมันควรจะ 3 แต้ม แต่ได้มา 1 แต้มก็ไม่ได้ขี้เหร่ ขึ้นอยู่กับว่านัดที่สอง ที่จะบุกไปเยือนทีมอินโดนีเซีย ที่กรุงจาการ์ตานั้น ไทยจะบุกไปเก็บ 3 แต้มมาได้หรือไม่ หรืออย่างน้อยๆ ต้องเสมอ ห้ามแพ้เด็ดขาด

หากนัดที่สอง เราบุกไปชนะอินโดนีเซีย จะทำให้เรามี 4 แต้ม สถานการณ์ถือว่าดี แต่ถ้าเราบุกไปเสมออินโดนีเซีย ไทยเราจะมี 2 แต้ม สถานการณ์เริ่มตึงเครียด

แต่หากเราบุกไปแพ้อินโดนีเซีย เราจะกลับบ้านมือเปล่า ลงสนาม 2 นัด มี 1 แต้ม รับประกันว่า กระแสจะถูกถาโถมเข้าใส่ทีมชาติไทยอีกระลอกแน่ๆ

 

ย้อนมาดูเกมนัดแรกของไทย ที่เสมอเวียดนาม 0-0 เป็นเกมที่เราได้เห็นพัฒนาการของแข้งช้างศึกขึ้นมาอีกระดับจากศึกเอเชี่ยนคัพ และหลายๆ ปีที่ผ่านมา รูปแบบการเล่นของทีมชาติไทยในยุคนิชิโนะ มีสไตล์การเล่นที่ต่างจากอดีต

“นิชิโนะ” เลือกนักเตะมาเองกับมือ ทุกคนล้วนแต่เป็นระดับพระกาฬที่โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในศึก” “ไทยลีก” ให้กับสโมสรต่างๆ ผสมรวมทีมกับ 4 จตุรเทพที่ไปค้าแข้งอยู่ต่างแดน ประกอบด้วย“เมสซี่เจ” “ชนาธิป สรงกระสินธ์” (คอนซาโดเล่ ซัปโปโร่), “อุ้ม” “ธีราทร บุญมาทัน” (โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส), “นิว” “ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์” (โออิตะ ทรินิตะ) และ“ตอง” “กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์” (โอเอช ลูเวิ่น)

“นิชิโนะ” เองทราบดีว่า การมาของเขาต้องแบกความหวังของคนไทยไว้ค่อนข้างสูง แฟนบอลไทยเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เบื่อกับโค้ชสไตล์ยุโรป แฟนบอลไทยตื่นเต้นกับโค้ชชาวญี่ปุ่น ยิ่งมีดีกรีระดับ “นิชิโนะ” ที่เคยพาทีมชาติญี่ปุ่นลุยเวิลด์คัพฉบับแดนหมีขาวมาด้วยแล้ว ยิ่งได้รับการตอบรับและต้อนรับเป็นอย่างดีจากแฟนลูกหนังไทย

ช่วงเก็บตัวก่อนโม่แข้งกับเวียดนาม นิชิโนะอุบไต๋ทุกวิถีทางถึงแผนการเล่น แต่เมื่อดูจากรายชื่อที่นิชิโนะเรียกติดทีมมานั้น คงเดากันไม่ยาก นิชิโนะเลือก “อาร์ม” ศุภชัย ใจเด็ด กองหน้าอาชีพติดทีมมาคนเดียวแล้วใส่แดนกลางมาล้นทีม กองหลังมาล้นทีม ประตูมาล้นทีม…

 

นัดบู๊เวียดนาม นิชิโนะสร้างเซอร์ไพรส์เพราะจัด 11 คนแรกแบบไม่มีกองหน้าอาชีพ ดร็อป“ศุภชัย ใจเด็ด” ไว้ข้างสนาม แต่เกมของไทยก็ทำได้ดี แม้จะมีข้อผิดพลาดในแนวรับให้เห็นอยู่บ้าง แต่การครองบอล ความกระหายของนักฟุตบอลไทยมันส่งผลให้เกมของ”“ช้างศึก” ดูดีระดับหนึ่ง แต่ยังดีไม่พอ ดีไม่สุด ทำให้ไม่สามารถเก็บชัยชนะ

ภาษาฟุตบอลเขาเรียกยุทธวิถีการเล่นแบบไม่มีกองหน้าว่า “False 9 (ฟอลส์ ไนน์)” คือเล่นแบบไม่มีกองหน้า ใช้กองกลางเป็นตัวขับเคลื่อนเกมไปยันพังประตู

ครั้งแรกที่มีการใช้ฟอลส์ ไนน์ ต้องย้อนไปในทศวรรษ 1930“มัตเธียส ซินเดลาร์” กองหน้าทีมชาติออสเตรีย เป็นผู้เปิดประวัติศาสตร์เอาไว้ และถูกตั้งฉายา” “โมซาร์ตแห่งโลกลูกหนัง”

ซินเดลาร์เป็นนักเตะที่ไม่ได้ตัวใหญ่โตตามสไตล์กองหน้าตัวเป้ายุคนั้น แต่มีจุดเด่นตรงที่เลี้ยงบอลได้ดี และมีพรสวรรค์ในการสร้างสรรค์เกม จึงถูกดันลงไปเชื่อมเกมในแดนกลางมากกว่าจะยืนค้ำในแดนหน้า เขาลงเล่นในตำแหน่งนี้ในฟุตบอลโลก 2 สมัย ปี 1934 และ 1938 โดยในปี 1934 แผลงฤทธิ์ยิงคนเดียว 3 ประตู ช่วยให้ออสเตรียคว้าอันดับ 4 มาครองได้

คนต่อมาคือ“นันดอร์ ไฮเดกกูติ” ตำนานกองหน้าฮังการี ในยุคเดียวกับ “เฟเรนซ์ ปุสกัส, ซานดอร์ คอสซิส” สองตำนานดาวยิงของทีมฮังการี ในยุคนั้นไฮเดกกูติสวมเบอร์ 9 ลงสนาม ในทีมชาติฮังการีที่ถูกเรียกว่า”“โกลเด้นทีม” เพราะมีนักเตะชั้นยอดเต็มไปหมด ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะต้องถูกประกบด้วยเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ แต่ไฮเดกกูติกลับมีหน้าที่วิ่งพล่านในแดนของคู่แข่ง และเปิดช่องให้คอสซิสและปุสกัสเข้าไปกดประตูเป็นว่าเล่น

โกลเด้นทีมของฮังการีในทศวรรษ 50 คว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 1950 และเป็นรองแชมป์ฟุตบอลโลก 1952 ได้อย่างยิ่งใหญ่

หลังจากนั้นฟอลส์ ไนน์ก็ได้รับความนิยมอย่างมากในหลายๆ ทีมของยุโรป

ในยุค 1960-1980 มีนักเตะที่เป็นกองหน้าตัวหลอกชั้นยอดมากมาย ทั้ง “อัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน่” กองหน้ารีล มาดริด, “โยฮันน์ ครัฟฟ์” นักเตะเทวดาที่เรียกได้ว่าเป็นฟอลส์ ไนน์ ที่ดีที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์โลกลูกหนัง เป็นฟอลส์ ไนน์ที่อันตรายทั้งการสร้างสรรค์เกมและการยิงประตูให้ทั้งกับอายแอกซ์, บาร์เซโลน่า รวมทั้งเนเธอร์แลนด์

“ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ” อดีตกัปตันทีมโรม่า สานต่อตำแหน่งนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม“ลิโอเนล เมสซี่” ก็ยังคงเป็นฟอลส์ ไนน์ที่บาร์ซ่าขาดไม่ได้ หรือแม้แต่“คริสเตียโน่ โรนัลโด้” ในวันที่อยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เป็นฟอลส์ ไนน์มาระยะหนึ่ง ก่อนพัฒนาตัวเองมาเป็นยอดกองหน้าจอมถล่มประตูแบบทุกวันนี้

รวมทั้ง โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ ก็เป็นวาทยากรในสนามให้กับลิเวอร์พูลและประสบความสำเร็จอย่างมากในหลายฤดูกาลหลัง

 

ตัวของ “อากิระ นิชิโนะ” เคยใช้ฟอลส์ ไนน์กับทีมชาติญี่ปุ่น ในฟุตบอลโลก 2018 มาแล้ว และสร้างผลงานได้ดี ผ่านเข้ารอบสองแบบเกือบชนะเบลเยียมได้ด้วยซ้ำ เพราะมีทั้ง “ชินจิ คากาวะ, เคสึเกะ ฮอนดะ, เกงคิ ฮารากูชิ” ที่เป็นนักเตะฝีเท้าจัดจ้านกันทั้งนั้น

แต่อย่างลืมว่า”“ฟอลส์ ไนน์” ที่ประสบความสำเร็จนั้นล้วนแล้วแต่มาจากนักเตะฝีเท้าระดับโลกที่มีอยู่ในทีม มาตรฐานทีม คุณภาพผู้เล่นรายอื่นๆ ที่จะสร้างสรรค์เกม ต่อเกม เชื่อมเกม ทำชิ่ง เซนส์บอลของตัวจ่ายต้องดี

ถามกลับว่า เรามีคุณสมบัติเหล่านั้นแล้วหรือยัง…

 

ผมไม่ได้บอกว่า”“ฟอลส์ ไนน์” ไม่ดี หรือไม่เหมาะกับทีมชาติไทย ตัวของนิชิโนะเองซึ่งถือเป็นกุนซือชั้นยอดคนหนึ่งต้องรู้ดีอยู่แล้วว่า มาตรฐานนักฟุตบอลไทยจะทำได้ไหมกับระบบ”“ฟอลส์ ไนน์”

หากว่าเราเริ่มต้นลองแล้ว ทำแล้ว พิสูจน์แล้ว มันไม่ได้ผล ตัวของนิชิโนะเองก็คงโดนวิพากษ์วิจารณ์ว่า เลือกที่จะติดตั้งระบบการเล่นชั้นสูงเกินไปที่นักเตะไทยจะรับได้หรือไม่ นิชิโนะเองก็คงต้องปรับเปลี่ยน

แต่หากทำแล้วมันเกิดประโยชน์ ทีม”“ช้างศึก” ลงตัวกับระบบ”“ฟอลส์ ไนน์” เก็บชัยชนะได้ต่อเนื่อง “นิชิโนะ” เองต่างหากที่จะต้องได้รับเครดิตเต็มๆ กับทฤษฎีนี้

แต่แฟนบอลไทยอย่าลืมว่า”“นิชิโนะ” เพิ่งจะเริ่มต้น”“นับหนึ่ง” กับทีมฟุตบอลไทย”“นิชิโนะ” เพิ่งจะก้าวเข้ามารับงานคุมทีมชาติไทย” “นิชิโนะ” ยังต้องการเวลาพัฒนาทีมฟุตบอลไทย

เชื่อเถอะว่า หากปล่อยให้กุนซือมือฉมังอย่าง” “นิชิโนะ” ทำทีมชาติไทยแบบยาวๆ

อนาคตทีมฟุตบอลไทยจะก้าวข้ามอาเซียนไปสู่ระดับ” “ท็อป” ของทวีปเอเชียได้ไม่ยาก

แต่เรื่อง “ฟุตบอลโลก” 10-20 ปีอันใกล้นี้ ลืมมันไปเถอะ…คุณภาพนักเตะเราคลาสไม่ถึง…!!!

ดูข่าวต้นฉบับ