'เขาหวังจากฉันแค่เซ็กส์ แล้วเรื่องอื่นจะยังต้องการฉันอยู่ทำไม?’ - เพจ Beautiful Madness by Mafuang

TALK TODAY เผยแพร่ 15 ต.ค. 2562 เวลา 05.29 น. • เพจ Beautiful Madness by Mafuang

'เขาหวังจากฉันแค่เซ็กส์ ซึ่งผู้หญิงอื่นก็ทำให้ได้ แล้วเขาจะยังต้องการฉันอยู่ทำไม?’

เพื่อนสาวชาวตุรกีที่เรียนจิตวิทยาด้วยกัน เปิดบทสนทนามาแบบนี้

เรื่องก็มีอยู่ว่า

ชายคนนี้คือหนุ่มที่เธอเจอผ่านแอปออกเดทที่นี่

หน้าตาก็สเป็กเธอเลยล่ะ เข้มๆ 

เธอเล่าว่า เธอได้เจอผู้ชายคนนี้มาหลายเดือนแล้ว

‘ซึ่งเขาก็บอกชัดเจนตั้งแต่แรกเลยนะ

ว่าเขาต้องการแค่เซ็กส์

ฉันน่ะ รู้ตัวเองดีว่าลึกๆ ชอบเขามาก

ฉันถึงยอมอยู่ต่อ ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม

แต่ในเมื่อเขาไม่ได้อยากมีความสัมพันธ์อื่นกับฉัน

แล้วเขาจะรั้งฉันไว้ทำไม

ในเมื่อ เขาก็สามารถหาผู้หญิงที่ ต้องการแค่เซ็กส์

ได้อีกตั้งเยอะในโลกของการเดทที่นี่’

เธอบอกว่า 

มีครั้งหนึ่ง หลังจากเธอไปบ้านเขา

และมีเซ็กส์กันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เธอบอกเขาว่า ขอรอที่นี่แปปนึงนะ

เพื่อนกำลังจะมารับ

ทันใดนั้น เขาก็โกรธฉุนเฉียวมาก

‘บอกแล้วใช่มั้ยว่าแค่เซ็กส์!

ถ้าจะต้องมานั่งรอแบบนี้

ทำไมไม่บอกกันก่อน!’

ทั้งๆ ที่เธอขอนั่งรอในบ้านแค่ 5 นาทีเท่านั้น…

.

.

.

‘เราว่า มันคือความรู้สึกของการได้มาซึ่งอำนาจ

ที่เขารู้ว่ายังไงยูก็ยอมให้เขาได้ทุกอย่างอยู่แล้ว

เราว่า เขาแค่ต้องการรู้สึกเหนือ 

อีโก้มันค้ำคอน่ะ

เขาเลยต้องการมียูตลอดเวลา 

เพื่อเพิ่มความมั่นใจลึกๆ ให้เขา’

เราบอกเธอตรงๆ 

‘ยูว่า เพราะเขามีปมอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ปะ?

เขาเลยไม่กล้าเปิดใจให้ความสัมพันธ์แบบจริงจัง

เราอยากเป็นคน ๆ นั้น ที่เขาเปิดใจให้

เราอยากรู้ให้ได้ ว่าเขามีอะไรในใจ

เราอยากเป็นคนที่ทำให้เขารู้สึกดีขึ้น’

.

.

.

เนี่ยยยยย แหละค่ะ ทุกคนขา

คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนของการเอางานมาปนกับความสัมพันธ์

จะรักษาคนไข้ตอนกลางวัน 

แล้วจะมาคอยรักษาคนที่คบอยู่ตอนกลางคืนด้วย

มันไม่ไหวแล้วมั้ย?

เราเริ่มสังเกตตัวเองมาเรื่อย ๆ

ว่าหนึ่งในความรู้สึกที่มีค่ามากสำหรับเราในการเป็นนักบำบัดที่นี่

ที่ทำให้เราอยากตื่นมาทำงานได้เรื่อยๆ

คือการได้รู้ว่า ท่ามกลางผู้คนมากมายที่คนไข้ของเรารู้จัก

ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิท ครอบครัว หรือใครก็แล้วแต่

‘มันคือเรา’ ที่เขาเลือกจะบอกความลับและความทรมานใจที่ลึกที่สุดให้ฟัง

คนแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้จากอีกซีกโลกหนึ่งของอเมริกา

มันทำให้เรารู้สึกว่า เราช่างเป็นคนพิเศษจังเลย 

.

.

.

เราตามหาความรู้สึก ‘เป็นคนพิเศษ’ นี้จากหลาย ๆ แง่ของชีวิต

แน่นอน โดยเฉพาะในแง่ของ ความสัมพันธ์

หลายคนอาจตีความ ‘ความพิเศษ’ นี้ต่างกันออกไป

แต่สำหรับเรามันคือความรู้สึกที่ว่า

‘ยิ่งยาก ยิ่งอยากได้’

‘ถ้าทุกคนมีกันหมดได้ เราก็ไม่อยากมี’

ตั้งแต่เราเด็ก ๆ 

เราสังเกตตัวเอง ว่าเราจะต้องแอบชอบ

ใครสักคนที่ป๊อปปูลาร์ที่สุด

ที่คนกรี๊ดเยอะที่สุด

(‘ที่ยังโสดอยู่นะคะ’)

ต้องมีดราม่าบ้าง ต้องอดทน เสียน้ำตาบ้าง

แน่นอนว่าคนแบบนี้ ตัวเลือกเขาก็เพียบ

คนมารุมหาเขาก็มาก

เวลาแค่เพียงเศษเสี้ยว ที่ความสัมพันธ์ว้าวุ่นนี้มันโอเค

เราจะมีความสุขพุ่งปรี๊ดทะยานฟ้าเลยแหละ

(อนึ่ง เรื่องการเลี้ยงดูและชีวิตในวัยเด็กก็มีส่วนกับปมความคิดนี้

แต่เอาไว้เราจะมาพูดให้ฟังทีหลังแล้วกัน)

เราชอบสังเกตตัวเองว่า

หลายครั้ง ที่คนมาจีบเราแล้วปรนนิบัติเราเลิศทุกอย่าง

ไม่มีเลยสักนาที ที่เราจะคิดตะขิดตะขวงใจ หรือกังวลต่างๆ

เขาพร้อมอยู่ตรงนั้นเพื่อเราเสมอ 24 ชั่วโมง

แต่สักพัก เราจะเริ่มเบื่อ

.

.

.

ตอนเป็นเด็ก ๆ 

อยากมีความรักแบบนี้ ก็ทำได้ไง

มันยังเด็ก ความรับผิดชอบอื่น ๆ มันยังไม่เยอะเท่าตอนนี้

แต่ ณ เวลานี้

เราเพิ่งพร้อมจะตัดสินใจเดินออกจากความสัมพันธ์ที่คลุมเครือ 

(ครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้แล้วในชีวิต)

ที่เราโดนทิ้งขว้าง

ความสัมพันธ์ที่เราไม่ใช่สิ่งแรกที่เขานึกถึงนะ 

รักแรกของเขาคืองาน

และความยุ่งเหยิงทั้งหมดในชีวิตเขา 

ที่เราพยายามอยากเป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้เขาหายเครียดได้

บอกตัวเองว่า พอเถอะ

มันไม่ไหวแล้วจริงๆ เพราะเราไม่มีสมาธิดีๆ จะรักษาคนไข้ได้เลย

ความสัมพันธ์ มันไม่ใช่เรื่องของ ‘ความสนุก’ 

ความมั่น – ความภูมิใจที่ได้มา อะไรนั่นอีกต่อไปแล้ว

บางที ในช่วงเวลานี้

เราควรต้องอยู่กับใครสักคนที่เป็นเหมือน ‘บ้าน’

ที่ให้เราพร้อมกลับมาหาในวันที่เหนื่อยล้าทั้งแรงใจจากการทำงาน

เพื่อมาเจอความอบอุ่นและความผ่อนคลาย

จากคนที่ทำให้เรารู้สึก ‘เป็นที่พึ่งพิงได้’

.

.

.

‘การดูแลตัวเองให้ดี’ หรือ self-care ที่คนชอบพูดถึง

บางที มันอาจไม่ใช่การพยายามหาเวลาไปท่องเที่ยว

ดูหนัง ทำเล็บ เข้าสปา

แต่มันอาจเป็นการ ‘ดูแลหัวใจตัวเองให้ดี’

จากการเลือก ‘ความสัมพันธ์ที่ใช่’

ที่เราทั้งสอง คอยดูแลความรู้สึกซึ่งกันและกัน

ไม่ใช่คอยบั่นทอนกันและกัน

แล้วบอกกับตัวเองว่า ‘นี่แหละคือรสชาติของชีวิต’

บางที ทั้งชีวิตที่ผ่านมา

เราเอาแต่ลองรสเผ็ดจี๊ด จนบ่อยแล้ว

บางที ครั้งนี้ เราควรต้องเปลี่ยนมาลอง

รสหวานน้อยๆ ออกไปในแนวจืดหน่อยๆ

อาจจะไม่ได้อร่อยมาก

แต่แน่นอน อย่างน้อยมันก็ทำให้เรา ‘สุขภาพดี.’

ติดตามบทความจากเพจ Beautiful Madness by Mafuang ได้บน LINE TODAY ทุกวันอังคาร