เกษตรกรถามยกเลิกพาราควอต ซื้อสารใหม่จ่ายแพงขึ้น 2 เท่าใครจะช่วย

workpointTODAY อัพเดต 23 ต.ค. 2562 เวลา 08.34 น. • เผยแพร่ 23 ต.ค. 2562 เวลา 08.34 น. • Workpoint News
เกษตรกรถามยกเลิกพาราควอต ซื้อสารใหม่จ่ายแพงขึ้น 2 เท่าใครจะช่วย

จากกรณีที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติให้เลิกใช้ 3 สารเคมีทางการเกษตร คือ คลอร์ไพริฟอส,พาราควอต และ ไกลโฟเซต โดยให้ย้ายจากวัตถุอันตรายประเภท 3 คือ กฎหมายกำหนดให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือผู้มีไว้ในครอบครอง ต้องขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย และต้องได้รับอนุญาตให้ดำเนินการจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนจึงจะประกอบกิจการได้ เป็นประเภท 4 คือ วัตถุอันตรายที่ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ให้มีผลตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2562

วันที่ 23 ต.ค. เกษตรกรที่ จ.นครราชสีมา แสดงความกังวลต่อกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าเกษตรกรจะได้รับผลกระทบแน่โดยเฉพาะกลุ่มที่ปลูกพืชเศรษฐกิจที่มีพื้นที่จำนวนมาก ไม่สามารถใช้วิธีการถางหญ้าแบบเดิมๆ ได้ อีกทั้งยังไม่มีสารใดที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ามาทดแทน

นายสมคะเน บ่มกลาง อายุ 57 ปี เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและปลูกมันสำปะหลัง ใน อ.พิมาย จ.นครราชสีมา กล่าวว่า การยกเลิกสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ภาครัฐต้องถามความเห็นจากผู้ใช้คือเกษตรกรด้วยเพราะเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ส่วนสารเคมีที่คาดว่าจะนำมาใช้ทดแทนพาราควอตและไกลโฟเซต นั้น ก็เป็นวัตถุอันตรายประเภท 3 ที่มีราคาสูงกว่าถึง 6 เท่า ขณะเดียวกันประสิทธิภาพต้องใช้เพิ่มขึ้น 1.5-2 เท่า เท่ากับเกษตรกรมีต้นทุนเพิ่ม 12-14 เท่าตัว

หรือหากใช้แรงงานคนกำจัดวัชพืช ต้องจ้างคนมาตัดหญ้าในไร่มันสำปะหลังและนาข้าว มีค่าแรงสูงถึงวันละ 300 บาท โดย ไร่มันสำปะหลัง 1 ไร่ ต้องใช้คนประมาณ 6 คน ในการตัดหญ้า ดายหญ้ากำจัดวัชพืช เป็นเงินค่าจ้างกว่าวันละ 1,800-2,000 บาท ซึ่งแพงกว่ายาเคมีกำจัดวัชพืชที่มีราคาแกลอนละ 450 บาท สามารถฉีดพ่นกำจัดวัชพืชได้จำนวน 1 ไร่ ซึ่งรวมค่าแรงจ้างคนฉีดแล้วตกเป็นเงินไร่ละ 900 บาทเท่านั้น จึงไม่เห็นด้วยที่ทางรัฐบาลจะยกเลิกสารเคมีดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ