เกณฑ์สำคัญที่จะเกิดในเมืองรัตนโกสินทร์ปี 2563

ไทยโพสต์ อัพเดต 07 ธ.ค. 2562 เวลา 17.01 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2562 เวลา 17.01 น. • ไทยโพสต์

 

           รูปดวงเมืองรัตนโกสินทร์และดาวจรที่ทำมุมกับดวงเมือง

มฤตยูจร (0) เดินอยู่ในราศีเมษตลอดทั้งปี-มีเดินผิดปกติ

พระเสาร์จร (7) เดินอยู่ในราศีธนูตั้งแต่ต้นปี 2563-ย้ายเข้ามังกร 1 มีนาคม 2563 (มีเดินผิดปกติ-ข้ามราศี)

พระพฤหัสบดีจร (5) เดินอยู่ในราศีธนูตั้งแต่ต้นปี 2563-ย้ายเข้าราศีมังกร 13 พฤศจิกายน 2563

(ก่อนหน้านั้น มีเดินผิดปกติเข้าราศีมังกรแล้วเดินถอยหลังกลับเข้าราศีธนูระหว่าง 17 มีนาคม-17 กรกฎาคม 2563)

พระราหูจร (8) เดินอยู่ในราศีมิถุนตั้งแต่ต้นปี-ย้ายเข้าราศีพฤษภ 10 กันยายน 2563

 

ทักษาเดิม เกิดวันอาทิตย์-ทักษาจร ตั้งแต่ต้นปี-21เมษายน 2563 ตกภูมิอังคาร

ทักษาจร 21 เมษายน 2563-สิ้นปี 2563 ตกภูมิพุธ

สรุป เมือง-การเมือง-บุคคลสำคัญยังอยู่ในเกณฑ์ปฏิวัติใหญ่และล็อกถล่มต่อไป-ถูกโฉลกกับการขยายเมืองหลวง-รัฐบาลรับภาระหนักมากเถลือกไถลไปราวใกล้สิ้นปีก็จะออกอาการ-ขณะฝ่ายค้านก็มีเคราะห์-เลือกตั้งท้องถิ่นอั้นไม่ไหวตั้งแต่ต้นปี-อุบัติเหตุฟืนไฟควันระเบิดในเมืองแรงจัด-ลุ้นเทวดาจะให้โชคเมืองหรือไม่-ปลายปีระวังราหูค้นทรัพย์-บวกจันทร์ล่าราหูคือประชาชนสร้างหนี้อาจก่อปัญหา

                โดยตลอดปี 2563 เรื่องสำคัญทั้งดี-ร้ายที่จะเกิดในเมืองรัตนโกสินทร์ คาดจะเป็นไปดังนี้

1.ตลอดทั้งปี 2563 เมืองยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของการปฏิวัติ-เปลี่ยนแปลงใหญ่ทั้งเมือง-สภาพแวดล้อม ด้านต่างๆ ต่อไป บางครั้งเกิดแบบกะทันหัน เกินคาดคิด ล็อกถล่ม ซึ่งเป็นการเกิดต่อเนื่องมาจากประมาณมีนาคม 2559

                คาดว่า ประมาณกลางปี 2565 หากเรายืนอยู่ข้างกำแพงพระนคร เราจะถามตัวเองว่าเมืองมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร เพราะ จะคล้ายๆ กับเงาะถอดรูป หรือลอกคราบใหม่ประเทศไทยไปสู่สิ่งที่ล้ำสมัย ที่จะมีทั้งด้านดีและร้าย (เกิดจากมฤตยูจร 0 เจ้าของการปฏิวัติใหญ่ ภัยอาเพศ ล็อกถล่มเกินคาดคิดเดินอยู่ในราศีเมษทับลัคนาเมือง)

                โดยปี 2563 นั้น มีเกณฑ์ทางโหรน่าสนใจคือ สถานะของเมืองรัตนโกสินทร์จะถูกทบทวน-ปรับแผน-แก้ไขอย่างคึกคัก ตั้งแต่ประมาณต้นกันยายน 2563 เป็นต้นไป-สิ้นปี 2563

                ประเด็นนี้ชี้ไปที่หลังจากปฏิวัติใหญ่ในแผ่นดิน คือเปลี่ยนรัชกาล-ผลัดแผ่นดินเมื่อ 13 ตุลาคม 2559 มาแล้ว แต่มฤตยูจรก็ยังทับลัคนาเมืองต่อไป จึงให้จับตาการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในแผ่นดินระดับเดียวกันกับคราวผลัดแผ่นดินที่มีลาง-มีอาการนำมาแล้วสองทาง

                ก.ย้ายหรือขยายเมืองหลวง นำเสนอโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้สภาพัฒน์ศึกษาเมื่อ (เกิดขณะมฤตยูจรถอยหลังในราศีเมษ)

                ข.แนวความคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 1 อันจะกระทบต่อราชอาณาจักร ที่นำเสนอโดย ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ ในงานเสวนาเรื่องการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ปัตตานี (เกิดขณะมฤตยูจรถอยหลังในราศีเมษ)

                จึงคาดได้ว่าถ้าจะเปลี่ยนแปลง-ปฏิวัติใหญ่ในระดับใกล้เคียงกับวันที่ 13 ตุลาคม 2559 และถูกโฉลกกับดวงชะตาเดิมของเมืองที่ออกแบบมาใน แบบวุ่นวาย-ไม่เลิก แต่เข้มแข็งไม่ล้ม-หลังวิกฤติจะมีโอกาสตามมานั้น แผนการเริ่มศึกษา-วางแผนขยายเมืองหลวงออกไปดูจะถูกเข้ากับสถานการณ์มากกว่าการย้ายเมืองหลวง ที่เป็นการท้าทายอาถรรพ์ดวงเมืองมากเกินไป และมีโอกาสที่จะไม่สำเร็จ

2.การเมืองท้องถิ่น เริ่มปรากฏการณ์เลือกตั้งที่ปี่กลองจะเริ่มคึกคักมาตั้งแต่ปลายปี 2562 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2563 เป็นการเริ่มต้นปีใหม่สำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ถูกแช่แข็งมานาน

                ส่วนสนามสำคัญคือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนั้น คาดว่าการเลือกตั้งจะมีขึ้นกลางเดือนมีนาคม 2563 เป็นต้นไป

                ซึ่งการเลือกนี้ หากทำประมาณมีนาคม 2563-13กรกฎาคม 2563 ในทางโหรจะได้ผู้ว่าฯ กทม.ที่ปลอดจากการได้คนเก่า

                แต่ไม่ว่าจะอย่างไร การเลือกตั้งท้องถิ่นหลายแห่งก็ไม่วายจะสร้างความแปลกประหลาด แถมอาจมีล็อกถล่มหลายสนาม(มฤตยูจรยังทับลัคนาเมืองอยู่ตลอดทั้งปี)

3.การเมืองระดับประเทศ-เดินหน้าไปถึงปลายปีเริ่มเห็นแววยุบสภาหรือเปลี่ยนแปลงใหญ่-ตลอดทั้งปีวงการเมืองพร้อมจะมีเรื่องไม่คาดฝัน-ล็อกถล่มเกิดให้แปลกใจได้ตลอดเวลา

                3.1 ตลอดทั้งปีการเมือง-นักการเมือง-พรรคการเมือง-องค์ประกอบต่างๆ ทางการเมืองจะยังถูกเขย่า-ปฏิวัติ-เปลี่ยนแปลงใหญ่ต่อไป ชนิดใครไม่เปลี่ยนจะถูกเปลี่ยนหรือไล่ล่า ถ้าฝืนกระแสการเปลี่ยนแปลงก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างเจ็บปวด แล้วการเปลี่ยนแปลงแต่ละคราวยังพร้อมจะล็อกถล่มสร้างความแปลกใจได้ทุกเมื่อ (มฤตยูจรที่ราศีเมษทับพระอาทิตย์ ๑ ดวงเดิมของเมืองที่หมายถึงการเมือง)

                โดย ตัวการของการเปลี่ยนแปลงใหญ่นี้เกิดจากจิตใจของประชาชนที่พลิกผันและเปลี่ยนแปลงแบบทันสมัย-ล้ำสมัย-หรือหากจะรุ่นเก่าก็ย้อนยุคแบบแปลกประหลาด (มฤตยูจรทับพระอาทิตย์ดวงเดิม ๑ ตัวแทนจิตใจคนไทยในดวงเมือง) โดยอาการคือ

                3.2 ตั้งแต่ต้นปี 2563-1 มีนาคม 2563 เกิดการตรึงกำลังกันเต็มที่ในทางการเมือง (เป็นมาตั้งแต่ 30 ตุลาคม 2662 แล้ว) ทั้งสองฝ่ายต่างปรับกลยุทธ์สู้รุก-ไล่กันชนิดไม่มีใครยอมใครเช่นที่เกิดในกรรมาธิการ ป.ป.ช.ของสภาผู้แทนราษฎร-สารเคมีสามชนิด-สภาล่มเพราะขัดแย้งเรื่องตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการใช้อำนาจ คสช. ฯลฯ

                3.3 ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2563-สิ้นปี ฝ่ายรัฐบาลรับภาระหนักมาก (พระเสาร์จรตัวแทนรัฐบาลเดินอยู่ในราศีมังกร-ภพที่สิบหมายถึงการแบกภาระบ้านเมืองหนักหน่วง) ขณะที่ฝ่ายค้านก็มีเคราะห์ (พระเสาร์จรที่ราศีมังกรเล็งใส่พระจันทร์ดวงเดิมดวงเมืองที่เป็นตัวแทนฝ่ายค้านที่สถิตอยู่ในราศีกรกฎ)

                3.4 สำหรับปี 2563 นี้ การปรับ ครม.คาดว่าจะมีขึ้นประมาณวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 ก่อนหน้า หรือหลังเจ็ดวัน(ปรากฏการณ์พระเสาร์จรเดินถอยหลังในราศีมังกร)

                3.5 ครั้นตั้งแต่ 16 กันยายน 2563 เป็นต้นไป ต้องระวังปรากฎการณ์ที่โดดเด่นขึ้นมาในดวงชะตาคือ อาจจะมีต่างประเทศเข้ามาแทรกแซง หรือแอบซ่อนชักใยกิจการภายในของประเทศ (พระอังคารจรดาวประจำชีพเมืองพักรหรือเดินถอยหลังจากเมษกลับเข้ามีน..อังคารพักรมีศึกต่างเมืองมา)

                3.5 แม้ตั้งแต่ 9 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป สถานการณ์ความขัดแย้งดูจะลดลงชั่วคราว (พระอังคารกาลกิณีจรเดินถอยหลังอยู่ในภพวินาสน์) แต่ ตั้งแต่ 12 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป แรงกดดันทางการเมืองจะกลับเพิ่มมากขึ้น (พระอังคารจรเริ่มเดินหน้าในราศีมีนช่วยพระราหูจรที่พฤษภบีบดวงชะตาเมือง-การเมือง)

                3.6 และแล้วตั้งแต่ประมาณกลางพฤศจิกายน 2563 เป็นต้นไป จะมีอาการส่อให้เห็นแวว-อาการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ หากไม่ใช่อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในรัฐบาลแบบแปลกประหลาด หรือไม่ก็อาจจะมีกิจกรรมใหญ่ในเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นประเด็นโดดเด่นขึ้นมา (ปรากฏการณ์พฤหัสบดีจรร่วมธาตุกับพระราหูจร)

                3.7 เมื่อสถานการณ์สุกงอม (ดาวอื่นมาผสมโรง) คาดว่าอาการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในรัฐบาลจะเกิดช่วงใดก็ได้ตั้งแต่ปลายธันวาคม 2563 เป็นต้นไป ข้ามไปถึงปลายกุมภาพันธ์ปี 2564 หรือถ้าไม่ใช่ก็อาจจะมีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

4.เรื่องตำรวจ-ทหารตั้งแต่เมษายน 2563 เป็นต้นไป เป็นระยะเหมาะที่จะทำอะไรดีให้กับวงการตำรวจ (พระราหูตัวแทนตำรวจเป็นศรีหรือสิริมงคลจร)

                ส่วนทหารจะมีเรื่องไม่ค่อยเป็นมงคลเกิดขึ้นบ่อย (พระอังคารตัวแทนทหารเป็นกาลกิณีจร) ถ้าจะให้ถูกโฉลกตั้งแต่เมษายน 2563 เป็นต้นไป ทหารไม่ควรทำตัวโดดเด่นหรือล่อเป้า หรือใช้วิธีการตีกรรเชียงอยู่แบบไร้แสงหรือไร้พลัง หรือปิดทองหลังพระ

5.เกณฑ์โชคของเมือง

                ปีใหม่นี้โชคของเมืองเกิดขึ้นเป็นระยะๆ

                5.1 เกณฑ์โชคใหญ่ในเมือง-เกิดปรากฏการณ์โชคเทวฤทธิ์ หรือเทวดาให้โชคระหว่าง 1 มีนาคม 2563-ประมาณกลางเดือนกรกฎาคม 2563

                ปรากฏการณ์ผู้เขียนจับตามานานว่า ก่อนหน้านี้เมืองน่าจะพบทรัพย์ในดินสินในน้ำมหึมา หรือทรัพย์สมบัติที่บรรพบุรุษฝังไว้แต่ก่อนหน้านี้ ปรากฏมีเพียงสมเสร็จปรากฏในป่าเมืองไทย-สัตว์ทะเลเช่นวาฬ หรือฉลามหูดำปรากฏโฉม (พฤหัสบดีศรีจรภพมรณะดวงเมือง)

       แต่รอบนี้คาดว่าจะมีข่าวหรือปรากฏการณ์ใหญ่ให้สมใจ-เพราะมุมของดาวจรที่ทำกับดวงเดิมดวงเมืองเล่นนี้ในอดีตเมื่อปี 2516 เคยพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยแหล่งเอราวัณมาแล้ว แต่ไม่ว่าจะได้อะไร อาจจะมีประเด็นกระทบกับเขตแดน-อธิปไตยของประเทศด้วย (พระเสาร์จรเล็งพระจันทร์ดวงเดิม ๒ ตัวแทนเขตแดนของประเทศ)

                5.2 การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจะเป็นไปอย่างหนักหน่วง เพื่อที่จะได้ใช้อีกหลายปีตลอดระยะเวลายี่สิบปี (ของยุคที่ 13 หรือยุค 4.0 ของกรุงรัตนโกสินทร์ที่เริ่มปรากฏขึ้นปลายขอบฟ้ามาตั้งแต่ประมาณต้นมีนาคม 2562) โดยจะเป็นทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมทั้งบนดิน อากาศ น้ำ เช่นจะได้เริ่มการเกิดของสนามบินแห่งใหม่ กิจการราง ฯลฯ

                5.3 ส่วนด้านรถไฟนั้นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่มีอยู่มากมายทั่วประเทศ จะถูกนำมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่

                5.4 เป็นปีทองของการจัดระเบียบเรื่องที่ดิน-ต้นไม้ของภาครัฐ ส่วนภาคประชาชนจะได้เห็นการเริ่มสร้างสวนป่าส่วนบุคคล และปลูกต้นไม้ยืนต้นตามที่รัฐบาลนำร่องแก้กฎหมายป่าไม้ไว้แล้ว ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แผ่นดินโดยอัตโนมัติ

                5.5 การลงทุนเพื่อสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมเกี่ยวกับผู้สูงอายุ (พระเสาร์จร 7 ถึงพระพุทธดวงเดิม ๔)

6.เกณฑ์เคราะห์ใหญ่ในเมืองจะเริ่มตั้งแต่ 1 มีนาคม 2563-ปลายปี (ยาวไปถึง 1 มีนาคม 2566) เกิดกับประชาชนและหญิงงาม

                6.1 อาจจะมีบางช่วงที่เมืองมีเคราะห์จากคนมุสลิม หรือแขก ผสมโรงกับชาติตะวันตกแบบไม่รู้อีโหน่อีเหน่(เกณฑ์พระเสาร์จร 7 เดินอยู่ในราศีมังกรภพที่สิบดวงเมือง-ตามโฉลก….ให้เกรงไฟ ศัตรูใหญ่จะทำณรงค์…เกณฑ์นี้ในอดีตเคยเกิดสงครามอ่าวที่รบกันขนาดใหญ่มาแล้ว ไทยเลยเดือดร้อนเรื่องน้ำมัน-ก๊าซ)

                อย่างไรก็ตาม เคราะห์นี้อาจจะยังไม่ปรากฏในปี 2563เพราะโอกาสที่จะเกิดยาวสองปีครึ่ง คือระหว่าง 1 มีนาคม 2563-1 มีนาคม 2566

                6.2 เคราะห์จะเกิดกับประชาชนโดยตรง (พระเสาร์จร 7 เล็งพระจันทร์ ๒ ดวงเดิม) เช่น รัฐบาลอาจจะหาทางเพิ่มภาษี ฯลฯ

     6.3 คนอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นเป้าหมายของเคราะห์คือ หญิงสาวประเภทดาราหรือนางงาม หรือนักร้องหรือศิลปินคนเด่นดัง หรือสุภาพสตรีระดับนางพระยา-ข้าราชการหญิงตำแหน่งสูงๆ (พระเสาร์จร 7 ถึงพระศุกร์ ๖ ดวงเดิม)

                คำแนะนำ สำหรับวิธีการแก้เคล็ด-เสริมดวงชะตาเมืองและตนเองของคนสองกลุ่มนี้ คือทำสวนป่าส่วนตัว หรือหากทำไม่ได้ต้องหาทางปลูกต้นไม้ใหญ่เสริมความยั่งยืนของชีวิต และเพื่อความเริ่มเย็นของแผ่นดิน

7.เกณฑ์ฟืนไฟ-อุบัติเหตุใหญ่เกี่ยวกับอากาศ หรือทางอากาศ-ก๊าซ-การทะเลาะเบาะแว้งในเมืองแบบทะเลาะกันบนท้องถนน-ไม่มีใครยอมใคร จะแรงและถี่มาก เริ่ม 1มีนาคม 2563-สิ้นปี

                ปกติแล้ว ไฟไหม้-ควัน-อุบัติเหตุ ก็เกิดขึ้นตลอด แต่ปี 2563 ควรจะเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป เพราะเกณฑ์ร้ายทางโหรโดดเด่นมากกว่าปกติถึงสองเกณฑ์ (พระเสาร์จร 7 เป็นสิบมีโฉลกบอก…ให้เกรงไฟ..ร่วมกับเกณฑ์ พระอังคารดาวประจำชีพของเมืองและตัวแทนอุบัติเหตุ ผ่าตัด เลือด การทะเลาะเบาะแว้ง อาวุธ ฯลฯ เป็นกาลกิณีจร ตั้งแต่วันคล้ายวันเกิดดวงเมือง 21 เมษายน 2563-สิ้นปี) จึงต้องระวังไฟไหม้-ควัน-อุบัติเหตุ-ระเบิดทั้งทางบกหรือดิน-น้ำ-อากาศ

                เน้นเป็นพิเศษไปที่

    7.1 ช่วง 22 มีนาคม-1 พฤษภาคม 2563 (อังคารกาลกิณีจรที่ราศีมังกรถึงพระอาทิตย์ดวงเดิม ๑ ที่สถิตราศีเมษตามโฉลก…อังคารคาดอาทิตย์ เกิด ภัยไฟพิษ ต้องด้วยศัตรูหมู่ทมิฬ จะต้องเขี้ยวงา เนื้อหนังพังภินท์ ต้องพิษมหิทธิ์หิน….)

     และเนื่องจากสงกรานต์อยู่ในระยะนี้ ควรเตรียมการรับมือเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภากาชาดอาจต้องใช้เลือดมากเป็นพิเศษ (พระอังคารเป็นตัวแทนเลือด)

      7.2 ช่วง 1 พฤษภาคม-16 มิถุนายน 2563 ระวังฟืน-ไฟ-ก๊าซ-ลม หรือแม้แต่พายุ และอาจมีภัยประหลาดๆ เช่น ไฟในน้ำ ไฟใกล้น้ำ (เกณฑ์พระอังคารจร 3 ถึงพระอังคารดวงเดิม ๓ตามโฉลก-ภุมโมภุมมะ ทันกันนั้นจะเกิดการกลีกลำภัย อันตรายราวี ห่อนมีสุขใจ เรือนโรงร้านไฟ และไฟจะฟอนอาตมา…)

                7.3 ระหว่าง 28 ธันวาคม 2563-24 กุมภาพันธ์ 2564 (พระอังคารจร 3 ทับลัคนาดวงเมืองและพระอาทิตย์ดวงเดิม ๑ อีกรอบ)

 8.ด้านเศรษฐกิจอย่าประมาท-คะนองเรื่องก่อหนี้สิน-เก็งกำไร เพราะปลายปี 2563 มีเกณฑ์ชะตาเมืองแตกเพราะราหูค้นทรัพย์รออยู่

                โดยลีลาของอาการจะปรากฏเป็นดังนี้

                8.1 ตั้งแต่วันเกิดดวงเมือง 21 เมษายน 2563 เป็นต้นไปเป็นเวลา 1 ปี (ถึง 21 เมษายน 2564) พระราหูเจ้าของความลุ่มหลงมัวเมา-ความอยากได้ (ลาภะ-ดวงเมือง)-ความเสี่ยง-คิดแต่ทางได้ไม่คิดทางเสีย ฯลฯ เป็นศรีจรตามระบบทักษา จึงคาดว่าประชาชนจะเริ่มเก็ง-เสี่ยงกำไรมากผิดปกติ เพราะมองสถานการณ์ในแง่ดีเกินไป

                8.2 ครั้นตั้งแต่ 10 กันยายน 2563 เป็นต้นไป จะเกิดปรากฏการณ์เสี่ยงหรือสร้างหนี้ขนาดใหญ่ของประชาชนและรัฐบาล (ปรากฏการณ์ จันทร์ล่าราหู คือพระราหูจรเข้าไปเดินในราศีพฤษภโยคหลังพระจันทร์ดวงเดิมเป็นคู่คะนองหนี้-ประชาชนก่อหนี้ส่วนบุคคลและรัฐบาลก่อหนี้ของแผ่นดินซ้อนด้วย)

                8.3 ตั้งแต่ 10 กันยายน 2563 เป็นต้นไป จะเกิดปรากฏการณ์ราหูค้นทรัพย์แผ่นดินเกิดขึ้นซ้อนเข้ามาอีก (พระราหูจร 8 เข้าไปเดินในราศีพฤษภภพที่สองดวงเมือง-ทำให้ดวงชะตาเมืองแตกเรื่องเงิน-เรียกราหูค้นทรัพย์)

                8.4 แต่เป็นเพราะช่วงแรกคนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่ตระหนักเพราะเหมือนมีม่านบังตา (พระราหูเจ้าของความลุ่มหลงมัวเมายังเป็นศรีจรอยู่-คล้ายๆ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว) แต่อาการนี้จะไปปรากฏให้ปวดหัวและต้องแก้ไขกันหนักตั้งแต่ 21 เมษายน 2564 เป็นต้นไป (เมื่อพระราหูหยุดเป็นศรีจร)-ยาวไป 29มีนาคม 2565 (พระราหูจรย้ายราศีเข้าไปเดินในเมษ)

                สรุปคือ ไม่ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะดีร้ายแค่ไหน ปี 2563 นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเริ่มต้นไตรมาสที่สองของปี เป็นต้นไป โปรดระวังการเก็งกำไรเกินขอบเขต-อย่าเป็นสิงห์คะนองหนี้ เพราะความอยากได้-คิดถึงแต่ทางได้ไม่คิดทางเสีย เพราะอาการราหูค้นทรัพย์ทั้งเมืองและประชาชนจะเกิดอย่างแฝงเร้น แล้วอาจจะเริ่มเกิดปัญหาหนักตั้งแต่หลังวันเกิดดวงเมืองปี 2564 เป็นต้นไป

9.เกณฑ์สำคัญอื่นๆ ที่จะเกิดในปี 2563

                9.1 ตลอดทั้งปี 2563 ยังจะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่เกี่ยวกับตัวบุคคล-สถานะ-งานภาระหน้าที่ของคนสำคัญ ผู้มียศศักดิ์ ผู้นำในองค์กรสำคัญต่างๆ ทั้งหญิง-ชายต่อไปบางครั้งเกิดแบบกะทันหัน เกินคาดคิด ล็อกถล่ม แถมเกิดได้หลายรอบอีกต่างหาก (มฤตยูจร (0) เจ้าของการปฏิวัติใหญ่ ภัยอาเพศ ล็อกถล่มเกินคาดคิดเดินอยู่ในราศีเมษทับพระอาทิตย์ดวงเดิมดวงเมือง (๑) ที่สถิตราศีเมษซึ่งเป็นตัวแทนคนสำคัญ ในเมืองสามารถสร้างความแปลกใจเกินคาดคิดเกี่ยวกับบุคคลสำคัญทั้งชาย-หญิงได้ทั้งปีต่อไป)

9.2 ตลอดทั้งปีจิตใจของคนในเมืองยังถูกเขย่าเปลี่ยนแปลงใหญ่ต่อไป

                ประเด็นนี้ต้องระมัดระวังและจัดการให้เหมาะสมในการต่อสู้กันทางความคิด-จิตใจ-ความเชื่อ-ศรัทธาระหว่างคนในเมืองที่สะสมพลังความขัดแย้งกลายเป็นปะทะกันในโลกความเป็นจริงที่อาจเกิดแบบไม่คาดฝันไม่คาดคิด (เกิดจากมฤตยูจร 0 เจ้าของการปฏิวัติใหญ่ ภัยอาเพศ ล็อกถล่มเกินคาดคิดเดินอยู่ในราศีเมษทับพระอาทิตย์ดวงเดิมดวงเมือง ๑ ที่สถิตราศีเมษซึ่งเป็นตัวแทนจิตใจหรือตนุเศษของเมือง)

9.3 ตั้งแต่ต้นปี-ครบรอบวันเกิดดวงเมืองที่ 21 เมษายน 2563 ยังมีปรากฏการณ์ตามตำราให้จับตาต่อไปคือ อาการจะเกิดกับคนสำคัญของเมืองคือ ..ติโรคังเคืองเข็ญ เป็นทั้งนอกในไซร้ ลุลาภได้ลูกเมีย ทรัพย์สูญเสียเงินทอง ศัตรูจองจัณฑ์โทษ ชายโสดสูงสองสี หญิงกาลีพิการ ทรัพย์สินท่านอย่าให้กู้ เป็นศัตรูสู่ภายหลัง…

                อธิบายคือคนสำคัญบางคนอาจป่วย บางคนแต่งงาน ระวังศัตรูของเมืองประเภทชาย-โสด-สูง-ผิวสองดี หรือหญิงกาลี-พิการ และเมืองต้องระวังการปล่อยเงินในลักษณะให้กู้หรือสินเชื่อเพราะคนได้ไปอาจจะกลับมาเป็นศัตรูภายหลัง (ยังอยู่ในระยะเมืองอายุย่าง 237 ปี ทางทักษาจรตกภูมิอังคาร มีคำทำนายดังกล่าวข้างต้น)

9.4 ครั้นตั้งแต่ 21 เมษายน 2563 เป็นต้นไป-สิ้นปี เมืองอายุเต็ม 237 ย่าง 238 ปี (ตกภูมิพุธ) มีคำทำนายตามตำราทักษาพยากรณ์ว่า..อย่ากินเนื้อกินนก จะร้อนอกเจ็บนาภี แม้มีความเราชนะ ลาภสรรพะสการกล เกิดมงคลวุฒี..

                อธิบายว่า ตั้งแต่วันเกิดดวงเมืองที่ 21 เมษายน 2562 เป็นต้นไป-สิ้นปี คนไทยควรระวังอาหารการกิน เพราะจะเกิดเจ็บท้องเจ็บอกได้ แต่ถ้ามีคดีความ หรือตกเป็นจำเลย หรือถูกกล่าวหา(เช่นกรณีจีเอสพี) เรามักจะชนะแถมได้ลาภ และเกิดมงคล

9.5 ผลิตภัณฑ์-ผลิตผลต่างๆ ของชาติ-น้ำ

                ข้าวเกณฑ์ร้ายมากกว่าดี รัฐบาลควรวางแผนช่วยเหลือชาวนาไว้ล่วงหน้า

                ผลไม้ส่วนใหญ่ที่แพงมากและเป็นปีทองมาของทุเรียน-มังคุด ฯลฯ ตั้งแต่เมษายน 2562 ครั้นตั้งแต่ต้นปี-ประมาณเมษายน 2563 เป็นต้นไปคงเป็นระดับกลางๆ

                ตั้งแต่เมษายน 2563 เป็นต้นไป-สิ้นปีแนวโน้ม เรื่องที่จะออกมาดีมากกว่าร้าย เช่น บันเทิง-เหล้า-สลาก (หวย)-การเก็งกำไร-การบิน-ปุ๋ยหมัก-อาหารหมักดอง-รายการโทรทัศน์แบบประโลมโลก-เกมออกไลน์-ของปลอม เช่น ทองปลอมหรือผมปลอม ฯลฯ (พระราหูเป็นศรีหรือสิริมงคลจรตามระบบทักษา)

                ตั้งแต่ประมาณเมษายน 2563 เป็นต้นไป เรื่องที่จะออกมาร้ายมากกว่าดีคือ กีฬา เคมี เหล็ก กาแฟ ยาสูบ (พระอังคารเป็นกาลกิณีจรตามหลักทักษา)

                ส่วนน้ำช่วงฤดูฝนพอได้แบบกลางๆ จากร่องฝน พายุปีนี้มีเกณฑ์เข้าแบบแปลกๆ ไม่น่าจะต่ำกว่าสองลูก น้ำท่วมถ้าจะมีก็เป็นพื้นที่ๆ ไปตามการตกของฝน แต่เกณฑ์น้ำท่วมใหญ่จะยังไม่เกิด

                ตลอดทั้งปีมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวแปลกประหลาด. 

ดูข่าวต้นฉบับ