"ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง"ตาทิพย์-สมองกลอัจฉริยะเพื่อความปลอดภัย

ฐานเศรษฐกิจ เผยแพร่ 17 พ.ย. 2562 เวลา 05.05 น.

ไม่เพียงเท่านั้น ฮอนด้ายังฉายภาพของวิสัยทัศน์ 2030 (2030 Vision) ที่ต้องการ “ตอบสนองผู้คนทั่วโลกด้วยการส่งมอบความสุขและเพิ่มศักยภาพในการใช้ชีวิต” ซึ่งภายใต้เป้าหมายที่วางไว้ ฮอนด้าได้คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อน รวมไปถึงเทคโนโลยีด้านพลังงาน และเทคโนโลยีโรโบติก

โดยมี 2 แนวคิดที่เป็นแกนหลักคอยขับเคลื่อนเป้าหมายของฮอนด้า ประกอบไปด้วย เทคโนโลยีปลอดมลพิษ (Carbon-free technologies) และ เทคโนโลยีปลอดอุบัติเหตุ (Collision-free technologies) ซึ่งแกนหลักข้อแรกอย่างเทคโนโลยีปลอดมลพิษนั้น ฮอนด้าได้ประกาศชัดเจนว่าภายในปี 2573 สัดส่วนยอดขายของรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 ใน 3 ของยอดขายฮอนด้าทั่วโลก

เพื่อไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ ทำให้ฮอนด้าเตรียมเปิดตัวรถที่เหมาะสม หรือถูกที่ ถูกเวลาในประเทศต่างๆ เพราะแต่ละแห่งต้องเข้าใจว่าโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ และความต้องการของลูกค้า แตกต่างกันออกไป แต่ทั้งนี้แผนงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ก็มีการวางไว้ อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า (BEV)โดยฮอนด้าตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกันได้ ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาและแลกเปลี่ยนอะไหล่รวมไปถึงชิ้นส่วนต่างๆ ระหว่างกันได้ และฮอนด้ามองว่าโครงสร้างของ BEV จะช่วยให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น

ขณะที่เทคโนโลยีไฮบริด ฮอนด้าได้เตรียมนำระบบไฮบริด i-MMD ซึ่งเป็นฟูล ไฮบริด มาต่อยอดและขยายการใช้งานมากขึ้น โดยเริ่มจากรถขนาดใหญ่ไปยังขนาดกลางและขนาดเล็ก รวมไปถึงระบบปลั๊ก-อินไฮบริด ที่ถือเป็นแกนหลักของเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าของฮอนด้าอีกด้วย

สำหรับในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ฮอนด้า ได้นำระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid i-MMD และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตรใส่ใว้ใน ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชันที่ 10 ที่เพิ่งเปิดตัวกับตลาดในประเทศไทย ซึ่งในอนาคตฮอนด้าได้วางแผนที่จะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่เป็นไฮบริดเข้าสู่ตลาดในภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง

แกนหลักข้อที่ 2 ที่ฮอนด้ายึดถือเป็นแนวทางคือ เทคโนโลยีปลอดอุบัติเหตุ โดยได้พัฒนา “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING) เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2557 และติดตั้งในรถยนต์หลายรุ่นของฮอนด้า ยกตัวอย่างในประเทศไทย มี 2 รุ่นคือ ฮอนด้า แอคคอร์ด และฮอนด้า ซีวิค

ส่วนการทำงานของฮอนด้า เซนส์ซิ่งจะมีเรดาร์ติดตั้งอยู่หน้ารถ และมีกล้องติดภายในรถบริเวณกระจกบังลมหน้าที่จะตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนถนน และเส้นถนนรวมถึงคนเดินถนน ส่วนมุมมองด้านข้างตัวรถจะมี Honda LaneWatch ที่ช่วยดูพื้นที่ในจุดอับสายตาและด้านหลังมีกล้องมุมกว้าง ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสภาพโดยรอบได้

เพื่อเป็นการตอกยํ้าให้เห็นถึงความสำคัญของแกนหลักทั้ง 2 ข้อที่ฮอนด้าวางไว้ รวมไปถึงให้มองเห็นภาพการทำงานของเทคโนโลยีดังกล่าว ทำให้การเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ ทางฮอนด้าได้พาสื่อมวลชนไปสัมผัสกับเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” ผ่านรถรุ่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ฮอนด้า ซีอาร์ -วี ไฮบริด, ฮอนด้า อินไซต์ ไฮบริด, ฮอนด้า ซีวิค ไฮบริด และฮอนด้า เอ็น-บ็อกซ์ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรถยนต์เคคาร์ของฮอนด้าที่ติดตั้งเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ส่วนประสบการณ์ที่เหล่าสื่อมวลชนได้สัมผัสกับฮอนด้า เซนส์ซิ่งในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย ระบบเตือนการชนคนและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System : CMBS) โดยระบบจะช่วยเตือนให้ผู้ขับลดความเร็วเมื่อมีรถคันข้างหน้า ซึ่งจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงผลและมีสัญญาณเสียงรวมไปถึงการสั่นสะเทือนของพวงมาลัย ซึ่งในกรณีที่ผู้ขับอยู่ในระยะเสี่ยงที่จะชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกให้อัตโนมัติเพื่อเลี่ยงการชนและลดความรุนแรง

ต่อมาที่ได้เรียนรู้คือระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low -Speed Follow :ACC with LSF) ระบบนี้จะช่วยควบคุมความเร็วของรถตามที่ผู้ขับได้ตั้งค่าไว้ และจะปรับความเร็วอัตโนมัติ โดยจะมีกล้องและเรดาร์คอยตรวจจับรถคันหน้า เพื่อรักษาระยะห่าง รวมไปถึงจะช่วยเบรกและหยุดตามรถคันหน้าอัตโนมัติ และเมื่อผู้ขับกดปุ่มที่พวงมาลัยหรือว่าเหยียบคันเร่ง ตัวระบบก็จะกลับมาทำงานอีกครั้ง

ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW)ตัวระบบนี้จะใช้ประโยชน์จากกล้องด้านหน้าเพื่อตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางจราจร หากพบว่ามีการเบี่ยงออกนอกเส้นระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอและพวงมาลัยจะสั่นเตือน แต่หากออกนอกเส้นมากขึ้น ระบบนี้จะช่วยหน่วงพวงมาลัยเพื่อให้รถกลับมาอยู่ในเลน และในกรณีที่ออกนอกเส้นจนเกิดอุบัติเหตุ ระบบเบรกจะทำงานเพื่อชะลอความเร็ว

ปิดท้ายเทคโนโลยี “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” ในครั้งนี้ด้วยระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System :LKAS )โดยกล้องหน้าจะตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ ซึ่งระบบจะช่วยเพิ่มแรงหน่วงของพวงมาลัยเพื่อช่วยผู้ขับให้ควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางปกติ

เรียกได้ว่าทั้งหมดทั้งมวลของเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” ที่ได้สัมผัสในครั้งนี้ ล้วนมีเป้าหมายที่จะช่วยป้องกันอุบัติเหตุ, ลดความเสี่ยงกับอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ขับและเพื่อนร่วมทางบนท้องถนนนั่นเอง 

 

หน้า 28 - 29 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 วันที่ 17 - 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ดูข่าวต้นฉบับ