อ๋อม-อรรคพันธ์ เป็น “อินทรีแดง” THE RED MASK ซูเปอร์ฮีโรเมืองไทย รอลงจอมาปราบเหล่าร้าย เร็ว ๆ นี้

Beartai.com อัพเดต 24 ก.ย 2562 เวลา 05.48 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2562 เวลา 16.07 น.
อ๋อม-อรรคพันธ์ เป็น “อินทรีแดง” THE RED MASK ซูเปอร์ฮีโรเมืองไทย รอลงจอมาปราบเหล่าร้าย เร็ว ๆ นี้

ถึงคราวฮีโรต้องออกมาปราบเหล่าร้ายแล้วสินะ

หลายคนอาจจะไม่เคยรู้จัก อินทรีแดง แต่สำหรับคนที่มีชีวิตเติบโตจนสามารถชมภาพยนตร์ไทยมาได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2013 น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก อินทรีแดง เอาจริง ๆ คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยก็จะต้องเคยเห็นอินทรีแดงออกมาผาดโผนปราบองค์กรผิดกฎหมายมาบ้างแล้ว ในจอภาพยนตร์เมื่อปี2553

อินทรีแดงเป็นบทประพันธ์ของ เศก ดุสิต เขาได้เริ่มเขียนอาชญนิยายชุดอินทรีแดงขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2489 วางตลาดเป็นนิยายปกอ่อน6เล่มจบ มีพระเอกชื่อ โรม ฤทธิไกร เป็นตัวดำเนินเรื่องแต่หลังฉากของเขาก็คือ อินทรีแดง โดยแบ่งเป็นตอน ๆ แต่ละตอนก็มีชื่อที่น่าเกรงขามด้วยกันทั้งนั้น อินทรีแดง, เล็บมังกร, กุหลาบดำ, ชาติทมิฬ, มัจจุราชคำรณ และ มังกรกระเจิง โดยมีขบวนการวายร้ายประจำเรื่องคือ ขบวนการมังกรขาว ที่ก่อวินาศกรรมจนทำให้เมืองทั้งเมืองโกลาหล หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาใช้ชื่อตอนเดียวกันว่า มังกรขาวออกมา 7 เล่มจบ และเขียนตอนอื่น ๆ ออกมาสู่สายตาแฟน ๆ อีกมากมายเช่น พรายมหากาฬ10 เล่มจบ, จ้าวนักเลง12 เล่มจบ, ภูตมรณะ, ปีศาจดำ, ทับสมิงคลา, อวสานอินทรีแดง, อินทรีคืนรัง, มนุษย์ซาตานและตุ๊กตาเริงระบำ…..(ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับตุ๊กตาเริงระบำของ โสภี พรรณราย นะคะ)

อินทรีแดง ตอน จ้าวนักเลง

อินทรีแดง ตอน จ้าวนักเลง

เรียกได้ว่านิยายบู๊ล้างผลาญ ปราบคนพาลอภิบาลคนดี เป็นที่นิยมมาก ๆ ในสมัยนั้น ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าขนาดที่ คุณลุงเริงชัย ประภาษานนท์ เจ้าของนามปากกา เศก ดุสิต แกเคยทิ้งช่วงไปเขียนเรื่องอื่นแล้ว ยังต้องวกกลับมาเขียนอินทรีแดงอีกครั้งเพราะทนเสียงเรียกร้องของแฟนนิยายไม่ไหว

เศก ดุสิต (เริงชัย ประภาษานนท์)

เศก ดุสิต (เริงชัย ประภาษานนท์)

ความโด่งดังของอาชญนิยายชุดนี้ทำให้ ทัศนัยภาพยนตร์ คว้าอินทรีแดงมาลงฟิล์ม16.มม เป็นครั้งแรกในปี2502 โดยเลือกตอน จ้าวนักเลง มานำเสนอ นำแสดงโดยมิตร ชัยบัญชา ในการเลือกพระเอกของเรื่องในครั้งนี้เมื่อ เศก ดุสิต เจ้าของบทประพันธ์พบหน้าลุงมิตรเป็นครั้งแรกถึงกับเอ่ยปากว่า

“คุณคืออินทรีแดงของผม”

โอ้โห…เหมือนแกพบรักอ่ะค่ะ ตัวละครที่แกจินตนาการเอาไว้ ออกมายืนอยู่ตรงหน้าให้เห็นกันตัวเป็น ๆ ความเหมาะสมและลงตัวสุด ๆ กับบทอินทรีแดงของลุงมิตรทำให้แกเหมาเข่ง เป็นอินทรีย์แดงคนเดียวถึง6 ตอน ต่อให้เปลี่ยนผู้อำนวยการสร้างมากี่ครั้งก็ตาม แต่อินทรีแดงก็ยังเป็นลุงมิตรคนเดิม เหมาคนเดียวไม่แบ่งใครมาถึง 6 ปี

ครั้งแรกที่ลงจอภาพยนตร์ คือ ปี พ.ศ. 2502 ในชื่อเรื่อง“จ้าวนักเลง” โดยทัศนัยภาพยนตร์

“จ้าวนักเลง” ฉายครั้งแรก 7 มีนาคม 2502 ที่เฉลิมกรุง-เฉลิมบุรี

ครั้งที่2 ในปี พ.ศ. 2505 ในชื่อเรื่อง“ทับสมิงคลา” โดย วชรินทร์ภาพยนตร์

ทับสมิงคลา 2505

ทับสมิงคลา 2505

ครั้งที่3 ในปี พ.ศ. 2506 ในชื่อเรื่อง“อวสานอินทรีแดง” โดย ดุสิตภาพยนตร์

อวสานอินทรีแดง 2506

อวสานอินทรีแดง 2506

ครั้งที่4 ในปี พ.ศ. 2509 ในชื่อเรื่อง“ปีศาจดำ” โดย ดุสิตภาพยนตร์

ปีศาจดำ 2509

ปีศาจดำ 2509

ครั้งที่5 ในปี พ.ศ. 2511  ในชื่อเรื่อง“จ้าวอินทรี” โดย รามาภาพยนตร์

จ้าวอินทรี 2511

จ้าวอินทรี 2511

ครั้งที่6 ในปี พ.ศ. 2513 ในชื่อเรื่อง“อินทรีย์ทอง โดย สมนึกภาพยนตร์ ซึ่งในตอนที่6 นี่เอง มิตร ชัยบัญชา เป็นผู้อำนวยการสร้างและแสดงเอง กำกับเอง

อินทรีทอง 2513 (ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายของ มิตร ชัยบัญชา)

อินทรีทอง 2513 (ภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายของ มิตร ชัยบัญชา)

ในตอนนี้เป็นเรื่องราวของอินทรีแดงที่ต้องออกสืบหาอินทรีแดงตัวปลอม การถ่ายทำสำเร็จไปด้วยดีจนมาถึงฉากสุดท้ายที่หาดดงตาลพัทยาใต้ ในวันที่8 ตุลาคม2513 เป็นฉากที่อินทรีแดงต้องขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อหนีตำรวจจากรังของเหล่าร้าย แต่ด้วยความไม่พร้อมของสแตนอิน มิตร ชัยบัญชา ตัดสินใจแสดงฉากนี้ด้วยตัวเองจนเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคขึ้น ตกลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ด้วยความสูง300ฟุต เสียชีวิตทันที !!! เป็นข่าวโด่งดังชนิดที่ช็อควงการภาพยนตร์ สร้างความอาลัยรักให้กับแฟนภาพยนตร์และพี่น้องร่วมวงการเป็นอย่างมาก ในข่าวใช้คำว่า ร่างแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี  ปิดม่านชีวิตพระเอกนักบู๊ ขวัญใจมหาชนที่ฝากผลงานการแสดงภาพยนตร์ไว้กว่า266 เรื่องเพียงเท่านั้น ข่าวบอกว่า 266 เรื่องนี่เท่าที่แฟนภาพยนตร์นับได้เท่านั้นนะคะ ในความเป็นจริงแล้ว มิตร ชัยบัญชา แสดงภาพยนตร์มามากกว่านั้น นี่ถ้าแกยังมีชีวิตอยู่ถึงทุกวันนี้แกก็คงจะได้เป็นศิลปินแห่งชาติไปแล้วละค่ะ ไม่พลาดแน่ ๆ

ภาพข่าว : มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิตวันที่ 8 ตุลาคม 2513

ภาพข่าว : มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิตวันที่ 8 ตุลาคม 2513

ผู้รับบทอิทรีแดงคนต่อไปในปี พ.ศ. 2520 จึงตกมาอยู่กับ สิงหา สุริยง ในชื่อเรื่อง“บินเดี่ยว” ของวินโปรดักชันฟิล์ม

“บินเดี่ยว” สิงหา สุริยง

 

และเปลี่ยนมาเป็น กรุง ศรีวิไล ในปี พ.ศ. 2523 ในชื่อเรื่อง“พรายมหากาฬ” อำนวยการสร้างโดย พาราไดซ์ฟิล์ม มันต้องดังกันเบอร์ไหนถึงได้สร้างเป็นตอน ๆ ได้มากมายขนาดนี้ ใครต่อใครก็อยากเอาอินทรีแดงมาสร้างแล้วสร้างอีก พอลองนึกภาพดูว่าเศก ดุสิต จะยิ้มปริ่มกับความสำเร็จของตัวเองมากมายขนาดไหน ก็อดปลื้มและมีความสุขไปกับแกไม่ได้จริง ๆ ค่ะ

“พรายมหากาฬ” กรุง ศรีวิไล

จนมาในปี2531 อินทรีแดงก็มาในร่างของผู้หญิงเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชื่อเรื่อง“อินทรีผยอง” ของ วีที เอนเตอร์เทนเมนท์ ผู้รับบทนำในอินทรีผยอง สวมบทบาทเป็นลูกสาวของอินทรีแดงคือ พี่เปิ้ล-จารุณี สุขสวัสดิ์ เป็นอินทรีสาว ใส่หน้ากากอินทรีแดง เคลื่อนไหวรวดเร็ว ม้วนตัวไปมาชนิดที่นินจาฮาโตริยังสู้ไม่ได้ ความทรงจำในวัยเด็กของดิฉันบอกไว้ว่า พี่เปิ้ลเท่มากถึงมากที่สุด

“อินทรีผยอง” จารุณี สุขสวัสดิ์

เวลาผ่านไปอีกเกือบ10 ปี จนเหล่าร้ายชักจะเหิมเกริมที่ไม่มีฮีโร่มาขัดแข้งขัดขา อินทรีแดงเลยต้องกลับมาอีกครั้ง ในปี2540 กับชื่อเรื่อง อินทรีแดง รับบทโดย เจมส์–เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์โดย เรดดราม่า เอนเตอร์เทนเมนต์ เวอร์ชันนี้เป็นละครเย็น ออกอากาศทางช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ

“อินทรีแดง” เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์

13 ปีต่อมาหลังจากที่ปล่อยเหล่าร้ายให้ย่ามใจมานาน สาส์นลับก็ส่งถึงอินทรีแดงให้มาปรากฎตัวอีกครั้งในจอภาพยนตร์ โดยไฟว์สตาร์ โปรดักชัน ได้ส่ง อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม มารับบทอินทรีแดง 2553 ที่ผาดโผน เคร่งขรึม มาปราบองค์กรมาตุลี กำกับโดย วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง

“อินทรีแดง” อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม

 

เวลาล่วงเลยมาจนถึงปัจจุบัน อินทรีแดงได้ถูกเทียบเชิญให้มาลงจอโทรทัศน์เป็นครั้งที่ 2 โดยบริษัท9 บีเวอร์ฟิล์ม จำกัด ของ โอลิเวอร์ บีเวอร์ และให้ อ๋อม–อรรคพันธ์ นะมาตร์ รับบทเป็นอินทรีแดง คนล่าสุด ว้าวววววววว

“อินทรีแดง” 2019 อ๋อม-อรรคพันธ์

อินทรีแดงเวอร์ชันนี้ จะมาในบทของเศรษฐีขี้เมา โรม ฤทธิไกร(อ๋อม–อรรคพันธ์) นักธุริจหนุ่มที่มีพี่ชายเป็นตำรวจ คือ สารวัตรรัชกร(สุรวุท ไหมกัน) ที่สามารถทำลายแผนของคนร้าย ช่วยชีวิตคนบริสุทธิ์ได้ แต่สารวัตรรัชกรเสียชีวิตในหน้าที่ ทำให้โรมเสียใจมาก เมื่อไม่ได้สวมหน้ากากอินทรีแดง โรมคือนักธุรกิจผู้สืบทอดกิจการพันล้านจากพ่อแม่และทำตัวเป็นเศรษฐีเจ้าสำราญ หลักลอย ใช้ชีวิตสนุกสนานเป็นพ่อพวงมาลัย ตบตาชาวบ้านไปวัน ๆ เพื่อสานต่ออุดมการณ์ของพี่ชายที่ตายไป คือการกวาดล้าง “องค์กรไป่หลง” ที่อยู่เบื้องหลังการก่อวินาศกรรมทำลายผู้คน ในหน้ากากอินทรีแดง โดยมี กุหลาบดำ (เมลดา สุศรี)สาวสวยลึกลับที่เข้ามาช่วยเหลือและช่วยกันสืบพบร่องรอยของเหล่าร้าย โดยให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างมนตรี (ชนะพล สัตยา) และ คงคา (อาภา ภาวิไล) มากไปกว่านั้นพวกเขาต้องพบเจอกับ ครีม (รัญดภา มันตะลัมพะ) ภูตมรณะเบอร์1 และ กริช (อติรุจ สิงหอำพล) ภูตมรณะเบอร์2 ของไป่หลง จนทำให้เขาต้องร่วมมือกันเพื่อปราบปรามลงให้ได้

อินทรีแดงเวอร์ชันนี้ จะบู๊แอ็กชันกันเดือดเลือดพล่านขนาดไหน

จะทรงพลังสมกับความเป็นอมตะแห่งอาชญนิยาย ที่สร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วหลายตอนจนโด่งดังในอดีตรึเปล่า

รอติดตามชมพร้อมกันได้ทางช่อง 7hd เร็ว ๆ นี้ค่ะ

 

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

อ๋อม-อรรคพันธ์ เป็น “อินทรีแดง” THE RED MASK ซูเปอร์ฮีโรเมืองไทย รอลงจอมาปราบเหล่าร้าย เร็ว ๆ นี้
ดูข่าวต้นฉบับ