อ้างเป็นดร. เข้าพักรร.หรู ก่อนหนีค้างค่าที่พักเกือบ 50,000 บาท

PPTV HD 36 อัพเดต 21 ต.ค. 2562 เวลา 12.08 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2562 เวลา 12.03 น.
อ้างเป็นดร. เข้าพักรร.หรู ก่อนหนีค้างค่าที่พักเกือบ 50,000 บาท
สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ หลังชายหนุ่มอ้างตัวเป็นด็อกเตอร์ เข้าพักโรงแรมหรูรวม 21 คืน แถมพาเพื่อนเข้ามากินดื่มอย่างหรูหรา ก่อนแอบขนของออกจากที่พักโดยไม่จ่ายค่าห้องจำนวนเกือบ 5 หมื่นบาท // ทางโรงแรมต้องโพสต์ตามหาตัว พร้อมแจ้งเตือนโรงแรมอื่นให้ระมัดระวัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง >> เจ้าของโรงแรม เผยไม่เก็บค่ามัดจำวิวาห์หรูชายอ้างรวยหมื่นล้าน เพราะดูภูมิฐาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง >> ปิดตำนาน “โรงแรมดุสิตธานี” พนักงานยิ้มส่งแขกวันสุดท้าย

เฟซบุ๊ก "Muffins Gal"  ซึ่งเป็นพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งริมแม่น้ำปิง ในตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมืองเชียงใหม่  โพสต์ตามหา นายชยรพ สังข์ช่วย ลูกค้าที่เข้าพักโรงแรม รวม 21 คืน ก่อนจะหลบหนีไปไม่ยอมจ่ายค่าห้องพักรวมทั้งค่าอาหารเครื่องดื่ม เป็นเงิน 48,225 บาท จนทำให้โรงแรมเดือดร้อน

เจ้าของโพสต์เล่าว่า ก่อนหน้านี้ นายชยรพ เคยเข้าพักที่โรงแรมมาแล้ว 2-3 ครั้ง โดยจองผ่านเว็บไซต์ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร กระทั่งวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา นายชยรพ ก็เข้าพักอีกครั้ง  โดยอ้างตัวเป็นด็อกเตอร์  ซึ่งครั้งนี้ไม่ได้จองผ่านเว็บไซต์ แต่เข้ามาติดต่อเข้าพักด้วยตัวเอง  และการเข้าพักครั้งนี้ก็ไม่ได้แจ้งว่าจะพักกี่คืน ช่วงที่พักอยู่ชายคนนี้ก็สั่งอาหารเครื่องดื่มเกือบทุกวัน แถมยังมีเพื่อนแวะเวียนมาดื่มกินและเปิดห้องพักให้เพื่อนอีกด้วย

หลายวันผ่านไป แม้ทางโรงแรมจะเห็นว่าเข้าพักหลายคืนแล้ว และค่าใช้จ่ายก็เริ่มสูง แต่ก็ไม่กล้าทวงถามเพราะกลัวว่าจะทำให้ลูกค้าไม่พอใจ ส่วนนายชยรพ ก็อ้างว่าจะเคลียร์ค่าใช้จ่ายครั้งเดียวตอนเช็กเอ้าท์ พร้อมทั้งอ้างว่าให้ลงบิลในชื่อของกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย

จนเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม นายชยรพ ได้มาขอดูบิลค่าใช้จ่าย และอ้างว่าจะออกไปส่งเพื่อนก่อน จะกลับมาเช็กเอ้าท์วันที่ 13 ตุลาคม  แต่ปรากฏว่าหายตัวไป ทิ้งค่าใช้จ่ายกว่าครึ่งแสนไว้ ทางโรงแรมได้พยายามติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ให้ไว้ก็ไม่สามารถติดต่อได้ รวมทั้งพยายามหาข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่สามารถติดต่อใครได้เลย ทราบเพียงว่ามีภูมิลำเนาตามบัตรประชาชนเป็นชาวอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เท่านั้น จึงเข้าแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง เพื่อให้ตำรวจช่วยตามตัวมารับผิดชอบ พร้อมกับได้โพสต์ลงในโลกโซเชียลเพื่อติดตามอีกทางหนึ่ง

ดูข่าวต้นฉบับ