อ่านเกม “ปูติน” พลิกขั้วอำนาจการเมืองรัสเซีย

ฐานเศรษฐกิจ เผยแพร่ 19 ม.ค. เวลา 02.37 น.

กลางสัปดาห์นี้ชาวหมีขาวต่าง “เซอร์ไพรซ์” กันถ้วนหน้า เมื่อนายดมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีประกาศโบกมือลาตำแหน่งพ่วงตามด้วยรัฐมนตรีทั้งคณะ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินกางแผน “ปฏิรูปรัฐธรรมนูญ” ประกาศออกสื่อ
ทั่วโลกต่างตั้งข้อสงสัยกันมานานว่า อนาคตการเมืองรัสเซียหลังนายปูตินก้าวลงจากเก้าอี้ประธานาธิบดีสมัยที่ 4 จะไปในทิศทางใด เพราะรัฐธรรมนูญระบุชัดไม่ให้ผู้ใดดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศเกิน 2 สมัยติดต่อกัน และการสิ้นสุดวาระในปี 2567 ผู้นำยอดนิยมสุดแข็งแกร่งก็ย่างเข้าสู่วัยเลยเลข 7 เข้าไปแล้ว ใครจะมาเป็นทายาทคนต่อไป เขาจะเล่นเกมเหนือรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือจะวางมือ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้คงเป็นคำใบ้ชิ้นโตที่สุดที่อดีตเจ้าหน้าที่หน่วย KGB จะบอกใบ้เราถึงแผนเกมการเมืองของเขา

“การปฏิรูปรัฐธรรมนูญ” ที่นายปูตินเสนอในครั้งนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่เข้ามาพลิกดุลย์อำนาจทางการเมืองทั้ง 3 ขาของประเทศมหาอำนาจ ไม่เพียงสารพัดข้อกฎหมายจะได้รับการแก้ไข แต่จะปรับลดอำนาจของประธานาธิบดีในอนาคต ถ่ายโอนมาอยู่ในมือนายกรัฐมนตรีและรัฐสภา
จากเดิมที่ผู้นำประเทศมีอำนาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีด้วยตนเอง ส่วนสภาล่างดูมามีหน้าที่เพียงให้ความเห็นชอบ จากนั้นนายกรัฐมนตรีจึงเลือกสรรรัฐมนตรีคู่ใจต่อไป ตามข้อเสนอใหม่ของนายปูติน นายกฯ จะต้องมาจากสภาล่าง และปิดสิทธิ์ถอดถอนแคนดิเดทนายกฯ ที่สภาล่างเสนอของประธานาธิบดีในอนาคต
 

น่าจะเป็นสัญญาณชัดจากผู้นำผู้อยู่ในสนามการเมืองมาอย่างยาวนานว่า เขาอาจไม่เลือกลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไปแล้ว มีความเป็นไปได้สูงว่าเขายังจะลงเลือกตั้งชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี สมัยหน้า ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น เขาจะมั่นใจได้ว่า เขาได้กุมอำนาจมากพอเหนือใครก็ตามที่ขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ประธานาธิบดีต่อจากเขา
การลาออกของนายเมดเวเดฟคงเป็นหนึ่งในแผนของนายปูตินเช่นกัน แม้เจ้าตัวประกาศขอพ้นจากตำแหน่งเปิดทางสู่การปฏิรูปของประธานาธิบดี โดนเด้งไปทำหน้าที่ใหม่ในตำแหน่ง “รองประธานสภาความมั่นคง” โดยทันที ดูผิวเผินเหมือนเป็นบทลงโทษจากนายปูติน ทว่าดูไปมาอาจเรียกว่าเป็นการ “โปรโมท” ตบรางวัลเสียมากกว่า
ความสัมพันธ์ระหว่างเมดเวเดฟและปูตินไม่ใช่เพียงภาพสร้างทางการเมือง แต่แน่นแฟ้นกันมายาวนาน 3 ทศวรรษตั้งแต่สมัยที่ทั้งคู่ช่วยงานอดีตประธานาธิบดีคนแรกของรัสเซียยุคใหม่ นายบอริส เยลต์ซิน ไว้ใจถึงขั้นส่งให้เมดเวเดฟขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีแทนเขาในช่วงปี 2551-2555 ขณะที่ติดล็อกวาระผู้นำประเทศ 2 สมัยซ้อน สลับมาทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีไปพลางๆ
แม้สนิทสนมกันมากเพียงใด แต่กำแพงความนิยมในตัวเมเดเวฟกับปูตินในสายตาชาวรัสเซียก็ยังคงห่างกันอยู่หลายชั้น บวกกับช่วงนี้ที่เมดเวเดฟดูสร้างผลงานไม่ค่อยสวยงามนักในการรับมือกับพิษเศรษฐกิจ การดึงออกมาแล้วดันให้นักการเมืองโลว์โปรไฟล์ที่ไม่ค่อยอยู่ในสปอตไลท์อย่างนายมิคาอิล มิชุสติน อดีตหัวหน้าองค์กรจัดเก็บภาษี ผู้มีชื่อเรื่องการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาจัดเก็บภาษีประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นมารับหน้าเป็นนายกฯ ในสภาวะเช่นนี้ จึงอาจเรียกได้ว่าเป็น “รางวัล” ให้แก่อดีตนายกคู่ใจ เพราะตำแหน่งใหม่ที่ให้ไป แม้จะทำงานร่วมกับหน่วยงานมั่นคงต่างๆ ของประเทศ แต่ก็ขึ้นตรงต่อประธานาธิบดี (หรือนายปูติน) แต่เพียงผู้เดียว
 

นายปูตินเริ่มต้นตำแหน่งงานในสนามการเมืองในฐานะนายกรัฐมนตรีของประธานาธิบดีเยลต์ซินเมื่อปี 2542 ก่อนจะชนะการเลือกตั้งก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศสมัยแรกอย่างเต็มรูปแบบในปีถัดมา และอยู่บนจุดสูงสุดทางการเมืองของประเทศตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ด้วยภาพลักษณ์ที่ตรงไปมา สุขุมมั่นคง และผลงานการเติบโตทางเศรษฐกิจระหว่างยุคสมัยของเขา แม้คะแนนนิยมจะตกลงไปบ้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่จนถึงตอนนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าเขากลายเป็นผู้นำที่ได้รับความนิยมสูงสุดและมีอิทธิพลมากที่สุดในประวัติศาสติรัสเซียยุคใหม่ที่ยังไม่สามารถหาใครมาแทนที่ได้

การเริ่มต้นปฏิรูปการเมืองของเขาในครั้งนี้อาจเป็นเพียงเกมการบริหารอำนาจของผู้นำแดนหมีขาว  ประกาศว่าตัวเขายังคงสำคัญกับระบบการเมืองรัสเซีย และเขาในฐานะผู้นำประเทศสามารถใช้อำนาจที่มีสร้างกฎกติกาการเมืองใหม่ที่ใสสะอาดให้ทุกคนต้องเดินตามได้อย่างไร

 

หลังกล้องไซบีเรีย

เรื่อง: ยลรดี ธุววงศ์  ภาพ: Kremlin.ru

 

** พบกับ คอลัมน์ “หลังกล้องไซบีเรีย” ทุกวันอาทิตย์ ทุกช่องทางออนไลน์ของ “ฐานเศรษฐกิจ" **

Bio นักเขียน : “ยลรดี ธุววงศ์” อดีตนักข่าวที่ผ่านสนามข่าวทั้งในและต่างประเทศ จากสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ และ Spring News ปัจจุบันเป็นนิสิตปริญญาโทอยู่ในส่วนที่หนาวเย็นที่สุดของประเทศรัสเซีย

 

ดูข่าวต้นฉบับ