อุตสาหกรรมรถยนต์ปี 2020 ?

ประชาชาติธุรกิจ อัพเดต 14 ธ.ค. 2562 เวลา 15.14 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2562 เวลา 14.12 น.
68717651_484179642404827_837799234408284160_n

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย อมร พวงงาม

วันก่อนสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย จัดเสวนาทางวิชาการ ใช้หัวข้อน่าสนใจ “2020 ทิศทางยานยนต์ไทย คิด..ทำ..ปรับตัว ?!?!” ฟังดูอาจงง ๆ จริง ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน คือผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งหมด ต้องคิด ทำ และปรับตัวอย่างไร

มีวิทยากรชั้นครูหลายคน อาทิ “อดิศักดิ์ โรหิตะศุน” ผอ.สถาบันยานยนต์ “ครรชิต ไชยสุโพธิ์” ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตฯ และเพื่อให้ครบทุกมุมมอง ยังมี “ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ” ที่ปรึกษาและนักกลยุทธ์การตลาดชื่อดังมาชี้เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคในการเลือกซื้อรถยนต์

รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หลายคนมองว่า ตลาดรถยนต์ปี 2562 สะดุดเยอะมาก และกลุ่มรถยนต์ที่กระทบหนักคือรถยนต์นั่ง เซ็กเมนต์นี้เองที่เป็นตัวฉุดให้ตลาดทั้งหมดหดตัว

ส่วนปัจจัยลบที่ดึงตลาดให้ต่ำลงมีตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจ ปัญหาหนี้เสียซึ่งทำให้สถาบันการเงินต้องเข้มงวดกับการปล่อยสินเชื่อ ยังมีน้ำท่วม การเมือง ค่าเงินบาทแข็งตัว และสงครามการค้า ฯลฯ แต่ทั้งหมดเชื่อว่า ปีหน้าดีแน่แม้จะไม่มาก ระบุข้อมูลจากเวิลด์แบงก์ คาดการณ์เศรษฐกิจโลกดีขึ้นแน่นอน

ดังนั้น เศรษฐกิจไทยก็จะดีตามไปด้วยเช่นกัน อุตฯรถยนต์บ้านเราน่าเป็นห่วงที่สุด คือ ตลาดส่งออก ซึ่งได้รับผลกระทบจากบาทแข็ง ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศปลายทาง และผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐทำให้ออร์เดอร์บ้านเราหดหายไปเยอะ เช่น ออสเตรเลีย ขณะเดียวกัน ยังได้รับผลกระทบจากเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามที่เริ่มหามาตรการกีดกัน ทางการค้าเพื่อลดการนำเข้ารถยนต์จากบ้านเรา

นอกจากนี้ อินโดนีเซียหรือฟิลิปปินส์ต้องการผลักดันอุตสาหกรรมในประเทศของตัวเอง ก็เป็นอีกจุดที่ทำให้ตลาดส่งออกกระทบ นอกจากอุตฯรถยนต์จะกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจแล้ว ผลกระทบจากการทำเทคโนโลยีดิสรัปชั่น ก็เป็นอีกปัจจัยที่คนในอุตฯรถยนต์ต้องปรับตัว การมาของรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ระบบเชื่อมต่อและคาร์แชริ่ง ซึ่งทำให้คนไม่อยากเป็นเจ้าของรถ

ตรงนี้นอกจากผู้ประกอบการต้องปรับตัวรับมือการเปลี่ยนแปลงแล้ว ยังต้องคิดหาวิธีผลิตสินค้าเพื่อตอบให้ตรงโจทย์ความต้องการลูกค้า

อีกประเด็นหนึ่งที่ผู้ประกอบการต้อง เตรียมความพร้อมให้มาก คือ ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การประกาศใช้มาตรฐานไอเสีย ยูโร 5 และยูโร 6 ของรัฐบาลไทยและ “ปัญหารถเก่า” ทำอย่างไรจะดึงดูดให้เจ้าของรถเปลี่ยนรถคันใหม่

ซึ่งการแก้ปัญหานี้จะตอบโจทย์ได้ 2 อย่าง คือ ปลุกตลาดให้ฟื้น และลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ประเด็นที่หลายคนมองคล้าย ๆ กัน คือโครงสร้างราคารถยนต์บ้านเรา ค่อนข้างสูง ทำให้ผู้บริโภคใช้รถนานไป ทนใช้แม้จะมีสภาพทรุดโทรม

ดังนั้น จึงเห็นว่าควรจะมีมาตรการจูงใจในการเปลี่ยนรถ ในรูปแบบการลดภาระค่าใช้จ่าย อาทิ มาตรการด้านภาษีแนวคิดนี้หลายประเทศนำมาใช้ในรูปแบบที่อาจจะแตกต่างกันไป

ประธานาธิบดี “บารัก โอบามา” เคยใช้มาตรการ “แคช ฟอร์ คลังเกอร์ส” เมื่อปี 2552 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐตกต่ำ อุตสาหกรรมรถยนต์ย่ำแย่ รัฐช่วยจ่ายสำหรับผู้ที่นำรถเก่าไปแลกซื้อรถใหม่ ซึ่งกระตุ้นตลาดได้เป็นอย่างดี

ส่วนพฤติกรรมการซื้อรถเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน ในงานสัมมนาเที่ยวนี้มองกันว่า ระยะหลังผู้บริโภคตัดสินใจซื้อด้วยอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าเหตุผล

ดังนั้น เทรนด์การเลือกซื้อรถของผู้บริโภคยุคใหม่จึงถูกกำหนดด้วยดีไซน์ ความสวยงาม หรูหรา มีเอกลักษณ์ ซื้อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ตัวเอง

ต่างจากในอดีตที่เลือกความปลอดภัย บริการหลังการขายเป็นหลัก และซื้อเพราะเชื่อคนในครอบครัว และไม่อยากให้มองข้ามช่องทางโซเชียลมีเดีย ระยะหลังมีการใช้ หาข้อมูลมากขึ้นซื้อรถเดี๋ยวนี้อาจไม่ได้จบที่โชว์รูมเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ