อาหารญี่ปุ่นสุดอันตรายที่ทำให้คนเสียชีวิตมากที่สุดคืออะไร ? - เพจ Eak SummerSnow

TALK TODAY เผยแพร่ 27 ก.ย 2562 เวลา 17.05 น. • Eak SummerSnow

ถ้าพูดถึงอาหารญี่ปุ่นสุดอันตรายจะนึกถึงอะไรครับ !

ปลาปักเป้า ที่มีพิษรุนแรงกินเข้าไปแล้วตายได้ ?

ปลาดิบ ที่อาจมีพยาธิอยู่ ?

หรืออาจจะเป็นอึ่งอ่าง คางคก งูพิษ ก็อตซิลล่า…นั่นมันไม่ใช่อาหารญี่ปุ่นแล้วว้อยยยยยย !

ไม่ว่าจะเป็นปลาปักเป้า ปลาดิบหรือก็อตซิลล่า ก็อยากจะบอกว่าผิดทั้งหมดครับ !

อาหารญี่ปุ่นที่อันตรายที่สุดเป็นของกินที่น่ารักกว่านั้นมาก เพราะมันคือขนมหวานที่ทุกบ้านต้องรู้จัก นั่นก็คือ “ขนมโมจิ” นั่นเอง

 อ๊ะ ๆ ขนมโมจิที่ว่านี่ไม่ใช่ขนมโมจิแบบในบ้านเรานะ ขนมโมจิสารพัดแม่ที่วางขายในบ้านเรานั้น มันจะออกแนวคล้าย ๆ ขนมเปี๊ยะมากกว่า 

อันนี้ไปเรียกโมจิคนญี่ปุ่นจะงงว่ามันโมจิตรงไหน เพราะขนมโมจิของญี่ปุ่นเขาคือขนมที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว มาตำ ๆ เป็นแป้งเหนียว ๆ ที่ยาว ๆ ยืด ๆ และเป็นพื้นฐานของขนมญี่ปุ่นอีกหลายอย่าง เช่น ดังโงะ หรือขนมของฝากทั่วไปที่เวลาเราไปเที่ยวแล้วชอบซื้อกลับมากัน ขนมที่มันเหนียว ๆ ยืด ๆ มีไส้เป็นถั่ว ๆ นั่นคือมีพื้นฐานมาจากโมจิทั้งหมดครับ

 เจ้าขนมโมจินี่เป็นขนมที่คนญี่ปุ่นนิยมทานกันมาก โดยเฉพาะในช่วงวันสิ้นปีและวันปีใหม่ เขาจะเอามาใส่เป็นซุปเรียกว่า โอโซนิ ทานกัน ด้วยความที่มันยืด ๆ ยาว ๆ คนญี่ปุ่นเขาก็เลยกินเอาเคล็ดว่ามันจะทำให้ชีวิตของเรานั้นยืดยาวเหมือนกับโมจินั่นเอง

 แต่สิ่งที่มันย้อนแย้งก็คือ ไอ้เจ้าขนมที่คนนิยมกินกันเอาเคล็ดว่าจะทำให้อายุยืนนี้ กลับเป็นสิ่งที่เป็นสาเหตุให้คนญี่ปุ่นนั้นเสียชีวิตจากมันมากที่สุด !

 ด้วยความที่ขนมโมจิมันเหนียวหนืดมาก ทำให้กลืนได้ลำบาก ยิ่งโมจิที่รับประทานกันในวันสิ้นปีนั้น มักจะเป็นโมจิที่มีชิ้นใหญ่และมีความเหนียวเป็นพิเศษ และยิ่งอยู่ในซุปร้อน ๆ มันก็จะเพิ่มความเหนียวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุที่อาจจะเคี้ยวไม่ละเอียด หรือซดซุปเพลินแล้วมันไหลลงคอไปติดอยู่ในหลอดลม หลอดอาหาร จนหายใจไม่ออกและเสียชีวิตในที่สุด 

ในช่วงปีใหม่ของทุกปีก็จะมีรายงานการเสียชีวิตของผู้สูงอายุจำนวนราว ๆ 5-10 คน และผู้ที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกหลายร้อยคนเพราะขนมโมจิติดคอ ซึ่งถ้ารวมจำนวนผู้คนที่เสียชีวิตจากขนมโมจิติดคอนั้นก็น่าจะเกิน 100 คนเลยทีเดียว

 แต่แม้จะมีผู้เสียชีวิตกับมันทุกปี การกินขนมโมจิในช่วงวันสิ้นปีก็ยังคงเป็นวัฒนธรรมของญี่ปุ่นที่เขายังคงปฏิบัติสืบต่อกันมาครับ สิ่งที่ทำได้ก็คือการพยายามให้ความรู้ กับประชาชนถึงวิธีการทานอย่างปลอดภัย เช่นให้ตัดออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้ลูกหลานคอยดูแลผู้สูงอายุขณะทานโมจิ และเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเวลาที่เกิดมีอาหารติดคอด้วย

 แต่แม้จะรณรงค์กันอย่างไร แต่จำนวนผู้เสียชีวิตจากขนมโมจิก็ยังคงมีอยู่ในทุก ๆ ปี แม้ว่าจะเป็นจำนวนที่น้อยนิด ถ้าเทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมด หรือเทียบไม่ได้กับจำนวนผู้เสียชีวิตที่เกิดจากอุบัติเหตุในช่วงสิ้นปี หรืออุบัติเหตุที่เกิดจากการเมาแล้วขับในบ้านเรา

แต่มันก็ยังเป็นเรื่องน่าเศร้าที่อาหารแห่งความเชื่อว่าจะทำให้อายุยืนนั้นกลับเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของผู้คนในทุก ๆ ปีเช่นกัน

ติดตามบทความใหม่ ๆ จากเพจ Eak SummerSnow ได้ทุกวันเสาร์บน LINE TODAY