อายุยังน้อย เอาไงกับผิวดี? 7 'ขั้นตอนดูแลผิว (Skincare Routine)' เพื่อสาวๆ ช่วงอายุ 20's ♡

SistaCafe อัพเดต 21 ต.ค. 2562 เวลา 09.27 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2562 เวลา 02.43 น. • Mollacake

สวัสดีค่าาา สาวๆSistaCafeวัยยี่สิบอัพทั้งหลายย!
เคยรู้สึกมั้ยคะว่า พออายุเริ่มนำหน้าด้วยเลขสอง สภาพผิวหน้าเริ่มเปลี่ยนละ ไม่ยืดหยุ่น นุ่มนิ่มเหมือนวัยรุ่น มีแผลเป็น มีรอยสิวอะไรก็จางช้าลงเรื่อยๆ เมื่อก่อนล้างหน้าแล้วนอนเลย ตื่นมาหน้าก็ใสแบบเดิม เดี๋ยวนี้น่ะเหรอออ… ลืมโบกสกินแคร์แค่วันเดียว หน้าก็แห้งผาก รูขุมขนเบิกบานแล้วจ้าแม่! ไหนจะความสับสน มึนงงว่า ควรเปลี่ยนสกินแคร์มั้ย? ตัวไหนควรเปลี่ยนสูตร? เพราะบางตัว ใช้ตอนวัยรุ่นดี แต่ตอนนี้อาจไม่สะเทือนผิวเราแล้วก็ได้ แต่จะใช้ anti-aging ไปเลยก็เปลืองเงิน #เอาใจยากจังน้อ……. -_-
เพราะวัย 20's ( 20-29 ) เป็นช่วงกึ่งกลางของวัยรุ่นกับวัยร่วงโรย ทำให้เราเลือกสกินแคร์ค่อนข้างลำบาก หน้าเหมือนจะยังดีอยู่ แต่ก็เริ่มมีริ้วรอย เริ่มแห้งง่าย ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า วัยนี้ไม่ใช่วัยที่จะเล่นๆ กับผิวแล้ว ยังไงก็ต้องดูแล ถ้าไม่อยากแก่ก่อนวัย! แต่ต้องใช้ตัวไหน ใช้กี่สเต็ป ยังไม่ต้องใช้ตัวไหนยังไงบ้าง ลองมาดูไกด์ไลน์ในบทความนี้กันเลยจ้าา รับรองผิวหน้าสวยใส ตึงกระชับได้ไม่แพ้วัยรุ่นแน่นอน >< Let's Go!

1. หันมาใช้คลีนเซอร์ 'เนื้อน้ำนม/เนื้อครีม' เลิกเอาสบู่ก้อนถูหน้า!

ใครที่สมัยวัยรุ่นติดนิสัยไม่ซื้อโฟม ไม่สนคลีนซิ่งใดๆ อ้างว่าเปลืองเงิน ใช้แค่สบู่ฟอกตัวเนี่ย เอามาฟอกๆ หน้าก็ได้เหมือนกัน ต้อง Stop ได้แล้วเด้อ ถ้าไม่อยากหน้าแหก! อายุสิบกว่าๆ ก็ยังได้อยู่หรอก แต่อายุยี่สิบอัพ ผิวหน้าจะเริ่มแห้งง่าย ( แม้เป็นคนผิวมันก็ตาม ) ริ้วรอยขึ้นง่าย ยิ่งเอาสบู่ที่มีความเป็นด่างสูงไปถู ก็ยิ่งพัง! จับหน้าทีหยาบกร้านยิ่งกว่าหินแกรนิต ไม่โอเครรร
สาวๆ ควรหาซื้อ ' คลีนเซอร์เนื้อน้ำนม / เนื้อครีม ' มาใช้ล้างหน้าแทน เน้นเนื้อนิ่มๆ จะได้ลดการเสียดสีกับผิวหน้า โดยแนะนำให้ซื้อเจล 1 ขวด ครีม 1 ขวด ล้างด้วยเจลก่อนหนึ่งรอบ ตามด้วยครีมอีกรอบ ให้หน้าสะอาดเกลี้ยงที่สุด หรือที่เรียกว่า ' Double Cleansing ' หรือถ้ายังขี้เกียจอยู่ ให้ซื้อเมคอัพรีมูฟเวอร์แบบ 2in1 ( รีมูฟเวอร์ + โฟมล้างหน้า ) ตัวเดียวจบ! เพื่อล้างเมคอัพ กันแดด สิ่งสกปรกได้ในครั้งเดียวค่ะ
ปล.
- ถ้าแต่งหน้าจัด ควรใช้ eye and lip remover เช็ดตากับปากก่อนล้างหน้า เพื่อป้องกันสิ่งตกค้างนะคะ
- ใช้มาส์กพอกหน้าแบบชาร์โคล พอก 1-2 ครั้ง/ สัปดาห์เพื่อดูดซับสิ่งสกปรก และชำระล้างรูขุมขนที่อุดตันได้ดี

2. ใช้โทนเนอร์สูตรเน้น 'ความชุ่มชื้นของผิวหน้า' มากขึ้น!

สมัยก่อนถ้าอยากดูแลผิวหน้าหน่อย ล้างหน้าเสร็จ เราก็จะทาครีมบำรุงทันที แต่เมื่ออายุมากขึ้น ขั้นตอนก็จะเพิ่มขึ้นอีกหน่อย ด้วยการใช้ ' โทนเนอร์ ' คั่นกลางระหว่างคลีนเซอร์กับครีมบำรุง โดยใช้หลังล้างหน้าเสร็จ เหยาะใส่สำลีแล้วเช็ดให้ทั่วผิวหน้า หรือถ้าใครใช้อยู่แล้ว จะใช้สูตรวัยรุ่นไม่ได้ละเด้อ เอาไม่อยู่ ต้องเป็นสูตรที่ให้ความชุ่มชื้นมากขึ้น มีส่วนผสมบำรุงมากขึ้น เพื่อชะลอไม่ให้หน้าแก่ก่อนวัย ฟื้นฟูผิวคล้ำเสีย สดชื่น และผลัดเซลล์ผิวหน้าได้ดียิ่งขึ้นด้วยน้า
คุณสมบัติพื้นฐานที่ต้องมีของโทนเนอร์เหล่านี้คือ มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ไร้สารเคมี ไม่มีสารกันเสีย แอลกอฮอล์และพาราเบน ( ยิ่งอายุเยอะ ผิวก็ยิ่งอ่อนแอ ทนต่อสารเคมีน้อยลงเรื่อยๆ ถ้าฝืนใช้ผิวจะบางลงเรื่อยๆ หนักหน่อยก็สิวเห่อ ผื่นขึ้น ) ควรมี Hyaluronic Acid, BHA/AHA สำหรับคนเป็นสิว, Salicylic Acid, Probiotic เป็นส่วนผสม ใช้ทุกวันหลังล้างหน้า ก็ช่วยปรับสภาพค่า pH บนใบหน้าให้สมดุล ทำให้สิวไม่ขึ้น ผิวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะค่ะ

 

3. เลี่ยงการ 'สครับหน้า' แล้วหันไป 'พอกหน้า' แทน

ผิวหน้า ไม่ใช่ผิวกาย ยิ่งอายุมากก็ยิ่งอ่อนแอลง ใครติดนิสัยเอาสครับเม็ดใหญ่ๆ ขัดตัวมาขัดหน้า หรือเอาสครับหน้ามาขัดหน้าบ่อยๆ วันเว้นวันล่ะก็ หน้าไม่ใสจ้า หน้าเละแน่บอกเลย! ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าพอเราอายุ 20 ขึ้นไป การสครับหน้าแรงๆ ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว แต่การผลัดเซลล์ผิวยังต้องทำอยู่ แค่ต้องใช้วิธีให้ผลัดออกไปอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือ ' ใช้มาส์กพอกหน้า ' นั่นเองค่ะซิส 
ถ้าชอบแบบสูตรธรรมชาติหน่อย ก็ใช้ ' โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ' ซึ่งเป็นแหล่งของโพรไบโอติกส์และกรดแลคติก ทำให้เซลล์ผิวเก่าหลุดออกอย่างอ่อนโยน ไม่แสบผิว หรือจะเป็นวัตถุดิบธรรมชาติอื่นๆ ที่สาวไทยนิยมอย่างไข่ขาว มะนาว น้ำผึ้ง ขมิ้น ดินสอพอง ก็ได้เช่นกัน หรือไม่มีเวลาจริงๆ ก็ซื้อเอาตามร้านทั่วไปก็ได้ แต่พอกเถอะ ถือว่าเราขอ! รับรองทำแล้วหน้าใสปิ๊งชัวร์ค่า __

 

*4. ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่ทำจาก ' เรตินอยด์ ' *

ใช่ค่ะ แม้จะอายุเลยยี่สิบไปแล้ว ' สิว ' ก็ยังมาเซย์ไฮได้เสมอ! แม้จะไม่ใช่ฮอร์โมนวัยรุ่นแล้ว บางคนก็ยังมีสิวกวนใจไปจนถึงอายุสามสิบจากสารพัดสาเหตุ เช่น ล้างหน้าไม่สะอาด เมคอัพอุดตัน นอนน้อย ระบบขับถ่ายไม่ดี กินยาคุมต่อเนื่อง etc. ซึ่งผลิตภัณฑ์รักษาสิวก็ต้องปรับไปตามอายุเช่นกัน 
สาวๆ ควรเริ่มใช้ ' เรตินอยด์ ' หรือวิตามินเอรูปแบบหนึ่งในการรักษาสิว โดยอาจเริ่มจากใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ( ครีม / เซรั่ม ) ที่มีส่วนผสมของเรตินอยด์ก่อน เพื่อปรับให้ผิวสมดุลเสียก่อน มันจะทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น เร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ สร้างคอลลาเจน ช่วยกำจัดสิว ให้ผิวเนียนเรียบ จุดด่างดำจากสิวจางลง และต่อต้านริ้วรอยด้วยจ้า!! 
ทั้งนี้ทั้งนั้น เรตินอยด์เพียวๆ ถือเป็นสารที่มีฤทธิ์แรง ใช้บ่อยอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคือง ไวต่อแดดได้ จึงไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผสมเรตินอยด์เกิน 1% ( แพ้ง่ายมากๆ 0.5% ก็เกินพอ ) และทาครีมกันแดดก่อนเจอแดดทุกครั้ง เพื่อป้องกันการแสบผิว มีฝ้ากระขึ้นนะจ๊ะ

5. ใช้ 'ยาแต้มสิวเฉพาะจุด' ที่หัวสิวช่วงมีประจำเดือน

ช่วงก่อนมีประจำเดือน สาวๆ อายุ 20's ก็ยังต้องเจอสภาพหัวสิวผุดทั่วใบหน้าอยู่ดี หนีไม่พ้น โดยเฉพาะช่วงหน้าผากและคาง จุดยอดฮิตเลยจ้า รักษาหายทีก็ทิ้งรอยอีก - - แต่ไม่ต้องกังวลไป แค่เธอใช้เจลแต้มสิวเฉพาะจุดที่มีส่วนผสมของ benzoyl peroxide (BP) ก็ช่วยยับยั้งไม่ให้สิวลุกลาม และแห้งไวมากขึ้นด้วยค่ะซิส
เพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ควรใช้คลีนซิ่งและโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของ Salicylic Acid ด้วย เพื่อฆ่าเชื้อสิวให้หน้าใสแบบครบเซ็ต จุดด่างดำจางลงอย่างเห็นได้ชัด รูขุมขนไม่อุดตัน ไม่เกิดสิวอักเสบบวมแดง โดยให้เริ่มแต้มสิวตั้งแต่ช่วงหัวสิวนูนขึ้นใหม่ๆ เลย จะหายเร็วกว่าสิวเม็ดใหญ่ ยิ่งแต้มเร็ว ก็ยิ่งหายเร็วขึ้นน้า แต่ต้องระวังอย่าแต้มหนักมือเกินไป เพราะยามันแรง เดี๋ยวผิวลอกนะจ๊ะ

 

6. ต้องทา 'ครีมกันแดด' ทุกวัน ไม่มีข้อยกเว้น!

เชื่อว่าเด็กๆ วัยรุ่น ถ้าไม่ใช่คนรักสวยรักงามมาตั้งแต่แรก ไม่ค่อยทาครีมกันแดดกันหรอก ( เราก็หนึ่งในนั้น - -'' ) ยิ่งวัยเรียน มีชั่วโมงพละเจอแดดแรง ทาครีมแล้วหน้าเยิ้มหน้าเมือกก็ไม่ค่อยอยากจะทากัน แต่เชื่อเถอะว่าทาสะสมแต้มบุญไว้ มันจะเห็นผลชัดมากเมื่อเธออายุมากขึ้น อันที่จริงแค่ทากันแดดตั้งแต่เด็ก ก็ช่วยให้หน้าเด็กก่อนวัยแบบไม่ต้องพึ่งโบท็อกซ์ด้วยซ้ำ 
นั่นเพราะครีมกันแดดจะช่วยป้องกันรังสียูวี ไม่ให้กระทบผิวหน้า ถ้าเธอไม่ทากันแดดเลย หน้าโดนแดดเต็มๆ รังสียูวีจะทำลายคอลลาเจนบนชั้นผิว นอกจากริ้วรอย ฝ้า กระจะมาแล้ว ผิวยังคล้ำเสีย ฟื้นฟูยากอีกด้วย ดังนั้นจงทากันแดดทุกวัน ไม่มีข้อยกเว้นอีกต่อไปแล้ว! โดยทา 20 นาทีก่อนออกแดด และทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง 
**ควรเลือกครีมกันแดดแบบ Physical Sunscreen ที่สะท้อนแสงออกจากผิวหนัง เพราะอุดตันน้อย เหมาะกับผิวแพ้ง่าย กันน้ำกันเหงื่อ ไม่หลุดง่าย และเลือกที่มีค่า SPF30 ขึ้นไป ( ถ้าออกแดดทั้งวัน SPF50 ดีสุด ) และ PA ยิ่ง + เยอะยิ่งดี เพื่อให้ผิวได้รับแสงแดดน้อยที่สุดนะคะ

 

7. ต้องเริ่มทา 'อายครีม' ได้แล้วนะ!

สาวๆ ส่วนใหญ่มักคิดว่า ' อายครีม ' ไม่ใช่สิ่งจำเป็น ต้องอายุ 30-40++ ค่อยเริ่มทาก็ยังทัน บอกเลยว่าไม่ทันจ้า! แม้จะยังไม่ต้องใช้สูตรต้านริ้วรอย หรือใช้ยี่ห้อแพงๆ กระปุกละหมื่น แต่ผู้หญิงอายุยี่สิบขึ้นไป ต้องทาอายครีมทุกวันได้แล้ว! ยิ่งช่วงใต้ตา พออายุมากขึ้นจะแห้งง่าย ริ้วรอยขึ้น ตีนกาถามหา จึงควรป้องกันด้วยการทาครีมไว้ก่อนนั่นเองค่ะ
ใช้อายครีมทั่วไปที่ราคาไม่แพง เน้นความชุ่มชื้นของผิวรอบดวงตาไว้ก่อน ยังไม่ต้องเน้นริ้วรอย หรือถ้ามีกำลังทรัพย์พอ จะซื้อโรลกลิ้งรอบดวงตา มากลิ้งๆ หลังทาอายครีมก็ดี จะช่วยผลักเนื้อครีมให้เข้าผิวได้ลึกกว่าใช้นิ้วเพียงอย่างเดียว และลดอาการตาบวมหลังตื่นนอนด้วยค่ะ

 

8. แม้จะยังไม่มีริ้วรอย ก็ควรใช้ 'ไนท์ครีมก่อนนอน' ทุกคืน!

อย่างที่บอกไว้แรกๆ เลยว่า จะมาล้างหน้าเสร็จนอนเลย ทำไม่ได้แล้วเด้อ หน้าแก่ก่อนวัยมาแน่นอน ต้องทาครีมก่อนนอนทุกครั้ง! ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า อายุยี่สิบกว่า ไม่จำเป็นต้องใช้ครีมเน้นบำรุงะไรเป็นพิเศษ แค่ใช้เดย์ครีมที่มีค่า SPF กันแดด ในช่วงกลางวัน และไนท์ครีมเน้นความชุ่มชื้นก่อนนอนก็เพียงพอแล้วค่ะ
จะเป็นสาวผิวแบบไหน ควรหลีกเลี่ยงสูตรที่มีสารเคมี ยิ่งอายุเยอะยิ่งแพ้ง่าย กันไว้ก่อน! เลือกไนท์ครีมที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ พอกหนาๆ ทั่วผิวหน้าก่อนนอนทุกคืน รับรองผิวใสเด้งฉ่ำวาว ไม่แพ้เด็กมหาลัยแน่นอน อิอิ

-------------------------
***ถ้าให้สรุปสั้นๆ เราว่าช่วงอายุยี่สิบกว่าๆ เป็นช่วงที่ผิว ' เริ่ม ' เปลี่ยนแปลง แต่ยังไม่มากนัก เรายังพอสตาฟไว้ให้มีสภาพคล้ายช่วงวัยรุ่นได้ แต่ในทางกลับกัน ถ้าปล่อยปละละเลยไปเลย ครีมก็ไม่ทา กันแดดก็ไม่ใช้ ก็อาจหน้าเหี่ยวก่อนวัยได้เช่นกัน จึงควรบำรุงผิวแต่พอดี ไม่เยอะไปไม่น้อยไป เน้นความชุ่มชื้นและเลือกใช้ส่วนผสมที่เหมาะกับวัยก็พอนะคะ _


วันนี้ขอตัวลาไปบำรุงผิวหน้าบ้างแล้ว นี่ก็ยี่สิบเกือบจะปลายแล้ว ต้องใส่ใจผิวหน่อย เดี๋ยวหน้าเหี่ยว ;; แล้วเจอกันคราวหน้านะค้า บ๊ายบาย

ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ SistaCafe Facebook
SistaCafe เว็บไซต์รวบรวมบทความสำหรับผู้หญิง https://sistacafe.com
♥ ดาวน์โหลด App SistaCafe ฟรีได้แล้ววันนี้! ♥
iOS : AppStore
Android : PlayStore

ดูข่าวต้นฉบับ