อาชญากรรมทางความรัก - ดังตฤณ

TOP PICK TODAY เผยแพร่ 18 ม.ค. 2563 เวลา 17.00 น. • ดังตฤณ

ตามประสบการณ์ของหลายๆ คน 

การมีความรักแบบมนุษย์ 

คือการเปิดโอกาสให้คนแปลกหน้า 

เข้ามาทำร้ายจิตใจกันได้ทุกวัน 

โดยไม่ต้องมีความผิด

ไม่ต้องลงบันทึกประจำวัน

ไม่ต้องมีโทษทัณฑ์อันใดให้ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันเลย

.

ในนามของความรัก 

หลายครั้งคนเราไม่แค่ถือสิทธิ์ประทุษร้ายจิตใจ 

แต่เล่นแรง เอากันถึงบาดเจ็บ หรือถึงตาย 

ตั้งศาลเตี้ยพิพากษาในบ้าน

โดยไม่ต้องมีการเรียกสืบพยาน

ไม่เปิดโอกาสให้แก้ตัว

และไม่ต้องมีการเปิดข้อกฎหมาย

นำมาตราใดมาพิจารณาโทษให้เหมาะสม

ทุกอย่างเป็นไปตามใจสั่งอย่างเดียว

วันไหนใจหนัก ก็เล่นงานหนัก ๆ

วันไหนใจเบา ก็เล่นงานเบา ๆ

.

ตามสามัญสำนึก

คนแปลกหน้ามาสนิทสนม

เพราะหวังว่าจะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

ให้ได้เท่ากับ หรือยิ่งกว่าญาติ

แต่ข้อเท็จจริงในมนุษย์ส่วนใหญ่

คือ ยิ่งสนิทเท่าไร

ความเกรงใจยิ่งหายไปเท่านั้น

และเมื่อถึงขีดที่

ความเคารพในการเป็นมนุษย์หายไป

ก็อยากใช้สอย อยากตักตวง

อยากบังคับบัญชา อยากเป็นเจ้าของชีวิตกัน

อยากทำเรื่องบ้าๆใส่กันแบบไม่ต้องคิดสักนิดเลยก็ได้

.

แนวโน้มทางความสนิทฉันคนรัก

จึงออกแนวขุดอารมณ์ดิบออกมาโชว์ว่า

ที่ส่วนลึก ใครมองมนุษย์เป็นมนุษย์ได้แค่ไหน

หลายคนเปลี่ยนสถานะจากคนแปลกหน้า

กลายเป็นนักโทษและผู้คุมนักโทษ

จนวันหนึ่งต้องงงตัวเองว่า

ทำผิดบาปอะไรจึงมาถึงจุดนั้น

และต้องทำถูกทำบุญแค่ไหนถึงจะผ่านไปได้

.

มองใหม่

ความสนิทมีสิทธิ์เป็นรากของความชั่วร้าย 

ทำให้เราเผลอเป็นอาชญากรได้จริง ๆ

เมื่อรู้ เมื่อดูเข้ามาในตัวเอง

แล้วตั้งใจเห็นความสนิทเป็นบททดสอบอารมณ์ดิบ

ก็จะคิดใช้ความสนิทเป็นโอกาสทำบุญกับมนุษย์

ช่วยให้เขายิ้มออก

ไม่ใช่แกล้งให้เขาร้องไห้

ช่วยให้เขาสบายตัวสบายใจ

ไม่ใช่ล่ามโซ่ตรวนด้วยกติกานานาชนิดให้หนักตัวหนักใจ

.

การเป็นอาชญากรทางความรัก 

มีระวางโทษหนักที่เห็นได้ชัดทันตา 

คือ จำคุกตลอดชีวิต 

ติดอยู่กับความมืดดำของจิตใจตัวเองไปจนตาย 

แถมท้ายด้วยระวางโทษหนักที่ต้องรอพิสูจน์หลังสิ้นลม

คือ ถูกส่งไปเจอชีวิตรักที่เหมือนสมรภูมิรบไม่เลิก

จนกว่าจะมีชาติใดชาติหนึ่ง

ได้ตาสว่าง แยกแยะออกว่า

กรรมใดเป็นคุณ กรรมใดเป็นโทษ

เห็นความสนิทเป็นจุดเริ่มต้น

ของการฝึกเกรงใจคนใกล้กัน

แทนการเห็นความสนิท

เป็นช่องทางทำร้ายคนแปลกหน้าได้ตามใจชอบ!

.