อะไรบ้างที่จะเปลี่ยนไป เมื่อต้องเจอแพลตฟอร์มใหม่อย่าง LINE ACCOUNT CONNECT

Brandbuffet อัพเดต 22 เม.ย. 2562 เวลา 17.03 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2562 เวลา 02.38 น. • Digital

เชื่อว่าทุกวันนี้ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับ LINE@ เครื่องมือสุดฮิตที่เคยได้รับการโปรโมตข้อดีสิทธิประโยชน์กันอยู่แล้ว โดยเฉพาะในยุคที่Facebook เปลี่ยนอัลกอริธึม ลดการเข้าถึงเพจต่าง ๆ ลงไปเป็นจำนวนมากนั้น LINE@ ก็กลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของผู้ค้าออนไลน์กันเลยทีเดียว

โดยเครื่องมือต่าง ๆ ของ LINE@ ที่หลายคนมองว่าดีกว่าการใช้บัญชี LINE เฉย ๆ ในการค้าขายออนไลน์ มีตั้งแต่การเพิ่มแอดมินได้หลายคน ทำให้การตอบคำถามลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ไปจนถึงการมีเครื่องมือด้านการตลาดใส่ลงมาให้ด้วย เช่น สามารถตั้ง Greeting Message ได้ สามารถเปลี่ยนลูกค้าที่แอดเฟรนด์เข้ามาใน LINE@ ให้กลายเป็น Follower ของร้านได้ สามารถตั้ง Auto-reply ได้ ทำ E-Coupon ส่งไปให้ลูกค้าได้ ทำ Rich Message ก็ได้ หรือจะทำสำรวจความคิดเห็นเพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงร้านก็ยังได้ ที่สำคัญ LINE@ ยังมีราคาไม่แรงมาก โดยมีตั้งแต่ให้ใช้งานฟรี จนถึงราคาหลักพันปลาย ๆ จึงตอบโจทย์พ่อค้าแม่ค้า SME กันสุด ๆ

อย่างไรก็ดี LINE@ กำลังจะจากไปในอนาคตอันใกล้นี้แล้ว และผู้ที่เข้ามาแทนที่ก็คือ LINE ACCOUNT CONNECT ซึ่งเป็นการรวมความสามารถของ LINE Official Account เข้ากับ LINE@ ก็ว่าได้ โดยข้อดีก็คือ นอกจากจะช่วยให้แบรนด์เผยแพร่คอนเทนต์ทั้งแบบข้อความ รูปภาพ วิดิโอ หรือไลฟ์สดผ่าน LINE LIVE ได้ และจะมีการแจ้งเตือนบน LINE เหมือนเวลาได้รับข้อความจากเพื่อนหรือครอบครัวด้วย

ส่วนความแตกต่างที่คนใช้ LINE@ ต้องเผชิญก็มีเช่นกัน นั่นคือ จากที่ในบางแพกเกจอาจจะเคย Broadcast ข้อความได้ไม่จำกัด มาคราวนี้ เริ่มมีการจำกัดแล้ว และมีการคิดเงินเพิ่มตามจำนวนข้อความที่เราเผยแพร่นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในแพกเกจด้วย ดังตารางต่อไปนี้

จะเห็นได้ว่า การใช้ LINE OFFICIAL ACCOUNT จึงมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินนอกเหนือจากแพกเกจตามมาได้ ส่วนจะต้องจ่ายเท่าไร สามารถเข้าไปใช้เครื่องมือของ LINE คำนวณได้ที่นี่

นอกจากความเปลี่ยนแปลงหลัก ๆ ที่ราคาแพกเกจแล้ว สิ่งที่เข้ามาช่วยเพิ่มความสามารถให้กับ LINE ACCOUNT CONNECT ยังมีอีก 3 ข้อนั่นคือ

1. Sponsored Sticker

ภายใน LINE ACCOUNT CONNECT มีสติ๊กเกอร์ให้ใช้งานแบบต่าง ๆ ดังนี้

ส่วนการออกแบบสติ๊กเกอร์สามารถทำได้ทั้งแบบภาพนิ่งทั่วไป หรือจะทำเป็นภาพเคลื่อนไหว (Animated) ใส่เสียง หรือทำเป็นสติ๊กเกอร์ป็อปอัพก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการของแบรนด์ว่าอยากให้สติ๊กเกอร์นั้น ๆ สื่อสารในระดับไหน

*2. LINE Official Account *

เป็นระบบสำหรับเอาไว้เชื่อมต่อกับระบบหลังบ้านของแบรนด์ เพื่อให้ทุกการจอง การสั่งซื้อ หรือข้อมูลอื่นๆ จากบริษัทไหลผ่านเข้ามาแล้วส่งข้อความแจ้งเตือนลูกค้าได้ผ่าน LINE โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ดังนี้ แจ้งเตือนสถานะการจัดส่ง แจ้งเตือนนัดหมาย แจ้งยืนยันคำสั่งซื้อ และแจ้งบอกสิทธิพิเศษ

3. Customer Connect

สุดท้ายคือ Customer Connect ซึ่งอาจเปรียบได้กับบริการหลังการขาย ที่ช่วยแบรนด์ดูแลลูกค้า ประกอบด้วย 2 ฟีเจอร์หลักได้แก่ LINE to Call และLINE Chat Back

โดย LINE to Call คือการอนุญาตให้ลูกค้าโทรติดต่อ Call Center ผ่าน LINE Official Account ได้ ส่วน LINE Chat Back ช่วยให้แบรนด์สามารถส่งข้อความกลับถึงลูกค้าผ่านหมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้กับ LINE ผ่าน LINE Official Account ได้นั่นเอง

ทั้งหมดนี้จึงกลายเป็นข้อดีที่แบรนด์จะได้ทราบล่วงหน้าว่าลูกค้ารายใดกำลังโทรเข้ามา อีกทั้งยังลดค่าใช้จ่าย และมีประวัติการแชทให้ทราบว่าที่ผ่านมาลูกค้ามีปัญหาเรื่องอะไรอยู่ ทำให้คอลล์เซ็นเตอร์มีโอกาสโต้ตอบได้อย่างตรงประเด็นมากขึ้น

หน้าที่ของผู้ใช้งานจึงอาจเป็นการสำรวจข้อดีข้อเสีย ว่าจะใช้แพลตฟอร์มนี้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงการเตรียมตัวสำหรับค่าใช้จ่ายที่จะตามมาบนแพลตฟอร์มใหม่ ซึ่งเราเชื่อว่าอีกไม่นานคงมีกรณีศึกษาเด็ด ๆ มาแชร์ให้ทราบกันอย่างแน่นอน

Source

Source

ดูข่าวต้นฉบับ