อะโวคาโด ของดี มีประโยชน์ แต่กินเยอะ กินทุกวันได้ไหม

LINE TODAY เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2562 เวลา 11.33 น.

น่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าอะโวคาโด (Avocado) เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ มีคุณค่าทางอาหารมากมายนัก ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้ว ในต่างประเทศนิยมกินอะโวคาโดกันมาก และบ้านเราเองอะโวคาโดก็เริ่มนิยมอย่างแพร่หลายก็เมื่อกระแสรักสุขภาพมาแรงไม่นานมานี้ แม้จะมีการปลูกอะโวคาโดในบ้านเรามานานแล้วก็ตาม

อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มาก นอกจากผลที่กินกันทั่วไปแล้ว เมล็ด ใบ และเปลือกก็มีวิตามินและแร่ธาตุสำคัญที่เป็นต่อร่างกายหลากหลาย ที่เป็นไฮไลท์ทำให้อะโวคาโดเป็นที่นิยมในหมู่คนรักสุขภาพมากที่สุดก็คือ อะโวคาโดมีปริมาณน้ำตาลค่อนข้างต่ำ มีไฟเบอร์สูง ช่วยให้อิ่มท้องได้นาน มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย มีโปรตีนสูง เรียกว่าเป็นผลไม้ที่นำไขมันดีเข้าสู่ร่างกาย กินแล้วไม่อ้วน

นอกจากนี้ อะโวคาโดยังช่วยลดไขมัน ลดความดันโลหิต ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน ความเสี่ยงโรคอ้วน ความเสี่ยงโรคหัวใจหลอดเลือด และโรคเรื้อรังต่าง ๆ ที่เกิดจากภาวะอ้วนลงพุง มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย

จะเห็นได้ว่าอะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มาก แต่คำถามก็คือ ส*ามารถกินอะโวคาโดทุกวันได้ไหม กินแค่ไหนถึงจะดีต่อสุขภาพ… *

สำหรับคำถามนี้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในสหราชอาณาจักร ได้เปิดเผยผลวิจัยล่าสุดว่าการกินอะโวคาโดมากเกินไป มีความเสี่ยงทำให้เป็นโรคหัวใจ เพราะคนที่มีไขมันดีสูงไม่ได้หมายความว่าจะช่วยป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นโรคหัวใจได้เสมอไป

*ประเด็นก็คืออย่ากินมากเกินไป ไขมันดีในร่างกายก็ไม่ช่วยอะไร *

ดังนั้นกินแค่ไหน ถึงจะเหมาะสมกับร่างกาย ให้ประโยชน์ได้มากกว่าโทษ คำตอบก็คือ กินแค่วันละครึ่งลูกก็พอ หรือแค่ 100 กรัมเท่านั้น เพราะถึงแม้อะโวคาโดจะมีประโยชน์ช่วยเพิ่มระดับไขมันดี ลดไขมันเลว ซึ่งเมื่อไขมันทั้งสองตัวอยู่ในระดับที่สมดุลถึงจะทำให้ระบบการทำงานของหลอดเลือดและหัวใจทำงานได้ดี

ที่สำคัญไขมันก็คือไขมัน ถ้ามีในร่างกายมากเกินไปยังไงก็ไม่ดี โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคไขมันในลือดสูง ยิ่งต้องระวังมากเป็นพิเศษ เอาเป็นว่าจะป่วยหรือไม่ป่วย กินแค่วันละครึ่งลูกก็พอ และไม่ควรกินติดต่อกันเป็นเวลานานเกิน 2 ปี

อย่าลืมว่าอะไรก็แล้วแต่ มากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ดี ต่อให้มีประโยชน์แค่ไหน กินมากไป จากของดีมีประโยชน์อาจให้โทษโดยไม่รู้ตัวก็ได้