ออกจากงานมาแล้ว ต้องยื่นภาษียังไง ?

ทันข่าว channel อัพเดต 13 ส.ค. เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. เวลา 00.00 น. • ทันข่าว Channel

Highlight

  • ออกจากงานแล้ว จะยื่นภาษีอย่างไร?… จะใช้อะไรบ้าง?
  • วิธีเสียภาษีสำหรับเงินก้อนที่ได้รับเมื่อออกจากงาน
ผู้ที่ถูกเลิกจ้าง หรือหมดสัญญาจ้าง ออกจากงานไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม เราก็ยังต้องมีภาระภาษีที่ต้องบริหารจัดการกันอยู่
คำถามที่มักตามมาหลังจากเคลียร์เรื่องราวต่างๆ รอบตัว ก็คือ พอออกจากงานแล้ว จะยื่นภาษีอย่างไร?… จะใช้อะไรบ้าง?
เงินได้สำหรับยื่นภาษีที่ควรต้องเช็กดู
มนุษย์เงินเดือนที่ออกจากงานมา สิ้นสุดปีที่ลาออกมานั้นก็จะมีเงินได้สำหรับยื่นภาษี ดังนี้
  • เงินเดือนที่ได้ก่อนลาออกจากงาน ที่เราจะต้องได้หนังสือรับรองการหักภาษีหรือที่เรามักจะได้ยินเรียกกันแบบย่อๆ ว่า ทวิ 50
  • เงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่เราจะต้องได้รายงานการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาด้วย
  • เงินชดเชย เป็นเงินที่จะได้รับเมื่อออกจากงานตามกฎหมายแรงงานเนื่องจากถูกเลิกจ้าง (อัตราค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานจะคิดตามอายุงานที่ทำงานกับนายจ้างรายนี้และใช้อัตราเงินเดือนล่าสุดสำหรับการคำนวณค่าชดเชย) ซึ่งมีเงื่อนไขที่เกี่ยวกับการคำนวณภาษี ก็คือ
  • ค่าชดเชยเพราะถูกเลิกจ้าง ค่าชดเชยที่ได้รับ 300,000 บาทแรกจะได้รับการยกเว้นภาษี เช่น หากได้รับเงินชดเชยการเลิกจ้างมา 450,000 บาท ค่าชดเชย 300,000 บาทแรกจะได้รับการยกเว้นภาษี ส่วน 150,000 บาทที่เหลือจะต้องนำไปคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • ค่าชดเชยเพราะเกษียณอายุหรือหมดสัญญาจ้าง ค่าชดเชยดังกล่าวจะต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีทั้งก้อน ไม่ได้รับยกเว้น 300,000 บาทแรกเหมือนกกรณีที่ถูกเลิกจ้างหรือไล่ออก
ทีนี้เรามาดูเรื่องกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกันดีกว่า โดยเฉพาะใครทำงานในบริษัทมานาน เงินก้อนนี้เพิ่มพูน … แล้งเราว่าจะทำยังไงกับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกันได้บ้าง?
  • ลาออกจากบริษัทเดิม ไปที่บริษัทใหม่ เราสามารถโอนย้ายเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจากที่เดิมไปที่ใหม่ได้เลย กรณีนี้เราไม่ต้องเสียภาษี หรือค่าใช้จ่ายใดๆ!!
  • ลาออกจากบริษัทมาทำงานส่วนตัวหรือจะอยู่บ้านเฉยๆ เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่เรามีอยู่นั้น ยังสามารถฝากไว้ในกองทุนได้ ซึ่งจะเรียกว่า การคงเงินไว้ในกองทุน แบบนี้เราจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเล็กน้อย และมีเงื่อนไขสามารถฝากได้ไม่เกิน 2 ปี หลังจากนั้นต้องนำเงินออกจากกองทุน บางคนที่เลือกแบบนี้เพราะมองว่าปีต่อไปตัวเองไม่มีรายได้แล้ว จำนวนเงินที่จะนำมาคำนวณภาษีก็น้อยลง ภาษีที่ต้องเสียจึงลดลงตามไปด้วย
  • สำหรับคนที่ลาออกจากงาน และนำเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพออกมาด้วย จะต้องนำเงิน 3 ส่วนที่ได้จากกองทุนมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในสิ้นปีที่ลาออกด้วย คือ เงินผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการนำเงินสะสมไปลงทุน และอีกส่วนคือ เงินสมทบจากนายจ้างและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการนำเงินสมทบจากนายจ้างไปลงทุน
สิ่งสำคัญ‼️ คือการเก็บรักษาเอกสารต่างๆ ที่ได้จากฝ่ายทรัพยากรบุคคลให้ดี เพราะบางครั้งเมื่อออกจากงานมานานอาจจะตกหล่น หรือลืมไปบ้างว่าเก็บเอกสารไว้ที่ไหน
วิธีเสียภาษีสำหรับเงินก้อนที่ได้รับเมื่อออกจากงาน
ถ้ามีอายุงานครบ 5 ปี เรามีสิทธิที่จะเลือกนำเงินก้อนนี้ไปรวมหรือไม่รวมกับรายได้อื่นๆ เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตอนสิ้นปีได้
โดยหากเราเลือกที่จะแยกยื่น เราจำเป็นต้องยื่นโดยใช้ ‘ใบแนบ ภ.ง.ด. 90, 91 กรณีคำนวณเงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานเฉพาะที่เลือกเสียภาษีโดยไม่นำไปรวมคำนวณภาษีกับเงินได้อื่นๆ’ ซึ่งโดยทั่วไปหากสามารถแยกยื่นภาษีได้โดยไม่ต้องมารวมกับรายได้อื่นๆ จะทำให้ภาระภาษีต่ำลง ‼️ ดังนั้นเราควรเลือกใช้สิทธิแยกยื่นด้วยใบแนบ
อย่างไรก็ตามหากเราทำงานกับนายจ้างนี้ไม่ถึง 5 ปี  และมีอายุสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่ถึง 5 ปีเราจะไม่ได้รับสิทธิยื่นเสียภาษีเงินก้อนนี้ด้วยใบแนบ  แต่ต้องนำเงินก้อนทั้งหมดที่ได้รับไปรวมกับรายได้อื่นๆ เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา …
เพราะภาระในชีวิตอีกมากมาย การวางแผนภาษีให้รอบด้านเป็นเรื่องสำคัญ

เพื่อรักษาเงินก้อนสุดท้ายให้ได้มากที่สุดด้วยเช่นกัน

Credit ข้อมูล :

https://www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/salary-man/severance-payment.html
https://www.itax.in.th/media/ภาษีเมื่อออกจากงาน/

ดูข่าวต้นฉบับ