อย่ากดดัน! 'พุฒิ-จุ๋ย' พักงาน เตรียมเร่งปั๊มทายาท

เดลินิวส์ อัพเดต 19 ต.ค. 2562 เวลา 05.59 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2562 เวลา 05.22 น. • Dailynews
อย่ากดดัน! 'พุฒิ-จุ๋ย' พักงาน เตรียมเร่งปั๊มทายาท
“พุฒิ-จุ๋ย” พักงานหนัก เตรียมเร่งปั๊มทายาท แง้มมีปรึกษาหมอกินยาปรับฮอร์โมน แต่ยังพึ่งวิธีธรรมชาติกันอยู่ ลั่นอย่ากดดัน

แต่งงานกันไปพักใหญ่แล้ว สำหรับคู่รักดาราอย่างนักแสดงหนุ่มพุฒ-พุฒิชัย เกษตรสิน กับภรรยาสาวจุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา งานนี้แฟนๆ ก็ต่างพากันลุ้นเรื่องทายาทของทั้งคู่มาตลอด แต่ก็ยังไม่มีแววที่จะมีเบบี๋มาให้ได้ชื่นชมกันสักที ล่าสุดได้เจอหนุ่มพุฒิกับสาวจุ๋ย ก็เลยอยากให้มาอัพเดตเรื่องทายาทหน่อยว่าเป็นยังไงกันบ้าง

จุ๋ย เผยว่า “จริงๆ ก็พยายามอยู่ อย่าเพิ่งกดดัน เพราะก่อนหน้านี้ก็คือเครียด เวลาได้รับละครเราก็เต็มที่กับทุกบทบาทและตั้งใจ พอเราอยากที่จะมีชีวิตแบบนี้ แต่ว่างานยังไม่เสร็จ ก็เลยมีความเครียดสะสมเป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งมีผลต่อระบบของผู้หญิง ทำให้มีฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย ตอนนี้คือกลับมาปรับฮอร์โมน มีกินยาด้วย เรื่องตัดผมไม่เกี่ยวกับเรื่องถือเคล็ด อาจจะเกี่ยวว่าผมเสีย ถ่ายละครแล้วตอนนั้นเราต้องม้วนทุกวัน ต้องฉีดสเปร์ ผมก็ไหม้ จุ๋ยเลยตัดแล้วเดี๋ยวจะไว้ให้ใหม่ ส่วนเรื่องเครียด พวกเราเครียด เราไม่รู้ตัวกันหรอก ว่าเครียดอยู่ บางทีมันเป็นการเครียดสะสม เป็นการเครียดจากบางเรื่องในใจลุกๆ ซึ่งจุ๋ยก็หาไม่เจอหรอกนะ จุ๋ยก็หัวเราะทุกวัน ถ่ายเยอะทีวีกับพี่พุฒ กับพี่เป้ หัวเราะกันทุกวัน แต่อาจจะเป็นการเครียดลึกๆ ที่เรารู้สึกว่าต้องจริงจังกับงาน ซึ่งเราเองเราไม่รู้หรอกว่าจะแก้มันยังไง แต่ก็พยายามผ่อนคลายมากที่สุด หาเวลาเที่ยว ดูซีรีย์บ้าง และไม่รับละครแล้วช่วงนี้ ก็มีกินฮอร์โมน ปรับให้ออกมา จะมีคุณหมอสุขภาพทางเลือกใหม่ คืออาจจะต้องใช้เวลาปรับ 5-6 เดือน แต่จุ๋ย ก็ยังพึ่งวิธีธรรมชาติกันอยู่ค่ะ ถ้ามาก็มา ไม่นับวันตกไข่แล้ว ปล่อยธรรมชาติ บางทีมันเกร็งนะ เอาเป็นแบบเรารีแร็กซ์ดีกว่า ถ้ามีมา 3 เดือนผ่านไป จะรีบมาบอกทุกคนเลย”

ด้านพุฒิ เผยว่า “ผมก็มีปรับด้วย ช่วงนี้เราเป็นสายเอ็นฯ เอ็นเตอร์เทนคุณภรรยาให้เขาไม่เครียด ตามใจทุกอย่าง อยากไปไหน อยากทำอะไร ได้เต็มที่เลย จริงๆ ผมก็ลดการทำงานแหละ ผมออกกำลังกายหนัก ก็เบาขึ้น แล้วก็ทำงานเสร็จกลับมา เสร็จงานวิ่งสัปดาห์หน้าก็จะเบาขึ้น ไม่ได้หักโหมเหมือนแต่ก่อน ทำงานกลับมาก็พยายามนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์”

ดูข่าวต้นฉบับ