"อนุทิน" ขอคนไทย อย่าตกใจ ประกาศ "โควิด-19" โรคติดต่อร้ายแรง

ไทยรัฐออนไลน์ - Politics อัพเดต 26 ก.พ. เวลา 14.51 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 14.51 น.
ภาพไฮไลต์

"อนุทิน" แจง มาตรการเข้มรับมือโควิด-19 เผย ลงนามประกาศให้เป็นโรคติดต่อร้ายแรงแล้ว ยัน ยังอยู่ระยะ 2 ไม่ใช่ระยะ 3 ขอพี่น้องประชาชนอย่าตกใจ แต่ที่เราต้องเข้ม เพราะเลือกความปลอดภัยในชีวิตคนไทยก่อน 

วันที่ 26 ก.พ. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สธ. กล่าวยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุข ของเรามีความพร้อมรับมือไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 โดยเราทำทุกอย่างให้เร็วที่สุด โดยท่านนายกฯ ได้สั่งการให้ไปรับคนไทยกลับจากนครอู่ฮั่น ประเทศจีน ตอนนี้ผู้ป่วย 137 คน หายกลับบ้านทั้งหมดแล้ว 

ขณะสาเหตุที่ไม่ปิดกั้นนักท่องเที่ยวจีนนั้น รองนายกฯ กล่าวต่อว่า เราต้องคำนึงหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยเศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในเวลานั้นเรามั่นใจ เราสามารถคัดแยกผู้ป่วยได้ ตอนนั้นทางจีนก็สั่งไม่ให้คนของเขาที่นครอู่ฮั่นเดินทางมาประเทศไทย เพราะฉะนั้นการควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ สิ่งที่ได้เรายังสามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ดีทั้ง 2 ประเทศ ขนาดจีนยังขอบคุณไทย เรายังดูแลรักษาคนจีนที่มาป่วยในไทยเป็นอย่างดี ทำให้เชื่อมั่นว่าในอนาคตเมื่อสถานการณ์กลับมาสู่ปกติ ประเทศไทยกับประเทศจีนก็จะช่วยเหลือกันได้ดีอย่างแน่นอน

ส่วน หากโควิด-19 ของประเทศไทย เข้าสู่ระยะ 3 นายอนุทิน ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ของไทย ทั้งแพทย์ พยาบาล จนท.เทคนิคทุกท่าน ซึ่งที่ผ่านมาทำงานอย่างหนัก ไม่มีวันเสาร์-อาทิตย์ เราจะอยู่นำหน้าสถานการณ์เสมอ  เราจะไม่อยู่หลัง ไม่ตามล้าง ตามเช็ด เราเพิ่มสมรรถนะการคัดกรองผู้ป่วย ด้วยการเพิ่มติดตั้งเครื่องสแกนตรวจไวรัสโคโรนาที่สนามบินอย่างเพียงพอ หลังนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันขอพี่น้องคนไทยอย่าเสียดายค่าตั๋วที่จ่ายไปแล้ว 

รมว.สธ. กล่าวอีกว่า บ่ายวันนี้เอง ตนได้ลงนามในประกาศให้โรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย แต่ขอพี่น้องประชาชนอย่าตกใจ แต่เราต้องตัดไฟแต่ต้นลม ที่ทำไปทั้งหมดเพราะต้องให้ความมั่นใจประชาชนว่าเราทุกคนต้องปลอดภัย

"ด้วยประกาศฉบับนี้พี่น้องประชาชนอาจไม่สะดวกบ้าง เราขอเอาความปลอดภัยก่อน เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการทำงานด้วย" รมว.สธ.กล่าว.

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ