อนามัยโลกเผย ‘ไข้หวัดหมู’ ในจีน ไม่ใช่พันธุ์ใหม่-เฝ้าระวังตั้งแต่ปี 2011

Xinhua Thai เผยแพร่ 02 ก.ค. เวลา 07.22 น.
อนามัยโลกเผย ‘ไข้หวัดหมู’ ในจีน ไม่ใช่พันธุ์ใหม่-เฝ้าระวังตั้งแต่ปี 2011
(แฟ้มภาพซินหัว : ดร.ไมเคิล ไรอัน กรรมการบริหารโครงการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขขององค์การอนามัยโลก แถลงข่าวในนครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2020)

เจนีวา, 2 ก.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (1 ก.ค.) ดร. ไมเคิล ไรอัน กรรมการบริหารโครงการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขขององค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าไข้หวัดหมู (Swine Flu) ที่เป็นข่าวในจีนเมื่อไม่นานนี้ ไม่ใช่ไวรัสสายพันธุ์ใหม่และอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังโรคอย่างใกล้ชิดแล้ว

"ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำให้ประชาชนมั่นใจว่านี่ไม่ใช่ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ แต่เป็นไวรัสที่อยู่ภายใต้การเฝ้าระวังมาโดยตลอด โดยไวรัสสายพันธุ์นี้ถูกค้นพบจากการเฝ้าระวังโรคตลอดหลายปีที่ผ่านมา" ไรอันกล่าว พร้อมเสริมว่าไวรัสไข้หวัดหมูเอชวันเอ็นวัน (H1N1) สายพันธุ์อีเอ (Eurasian avian-like - EA) นั้นอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังโรคของทางการจีน และเครือข่ายเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วโลก รวมถึงศูนย์ประสานงานขององค์การฯ

"ไวรัสสายพันธุ์นี้อยู่ภายใต้การเฝ้าระวังโรคมาตั้งแต่ปี 2011 โดยรายงานที่เผยแพร่ล่าสุดเป็นข้อมูลการเฝ้าระวังโรคในช่วงเวลานั้น และชี้ให้เห็นวิวัฒนาการของไวรัสสายพันธุ์นี้ในประชากรสุกร ตลอดจนการสัมผัสเชื้อไวรัสระหว่างการทำงานของคนงานในช่วงเวลานั้นอย่างชัดเจน" ไรอันอธิบาย

งานวิจัยที่เผยแพร่ผ่านวารสารของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ (PNAS) ระบุว่าทีมนักวิจัยของจีนได้ตรวจสอบไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่พบในสุกรตั้งแต่ปี 2011-2018 และค้นพบไวรัสเอชวันเอ็นวัน สายพันธ์ุจี4-อีเอ (G4 EA) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ลูกผสมระหว่างไข้หวัดใหญ่ในสุกร นก และมนุษย์

"เราจำเป็นต้องเฝ้าระวังและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังต้องดำเนินการเฝ้าระวังไวรัสายพันธุ์จี4 อย่างสุดความสามารถ โดยเราคาดว่าจะต้องดำเนินการเฝ้าระวังต่อไปในอีกหลายเดือนและหลายปีข้างหน้า" ไรอันเน้น

"การเฝ้าระวังโรคเป็นงานสำคัญมาก ซึ่งเกิดขึ้นภายใต้การทำงานร่วมกับศูนย์ประสานงานองค์การฯ ในสังกัดศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติจีน (CCDC) และศูนย์ประสานงานอื่นๆ ทั่วโลก รวมถึงศูนย์ประสานงานองค์การฯ ด้านไข้หวัดใหญ่ในสังกัดศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ (CDC) ในเมืองแอตแลนตา ทั้งยังแสดงให้เห็นความสำคัญของระบบรับมือและเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วโลก" ไรอันกล่าวปิดท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ