อธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างไรให้ได้ผล

LINE TODAY เผยแพร่ 29 พ.ย. 2561 เวลา 11.37 น.

การอธิษฐานขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่เรื่องผิด แม้แต่เมื่อครั้งที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงเป็นพระโพธิสัตว์ ทุกครั้งที่พระองค์ทรงกระทำความดี ก็จะทรงอธิษฐานจิตเพื่อให้ไปสู่เป้าหมายในการเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าเราจะอธิษฐานจิตเพื่อให้สมดังหวังตามที่ต้องการ

อธิษฐาน คือ การจดจ่อแน่วแน่ของจิต ซึ่งเมื่อจิตจดจ่อตั้งมั่นอยู่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งนานวันเข้า จิตก็จะสามารถน้อมนำสิ่งนั้นมาได้ แต่ใช่ว่าทุกคนจะอธิษฐานแล้วสมปรารถนา เพราะการอธิษฐานจะสัมฤทธิ์ผลหรือไม่ขึ้นอยู่กับบุญที่ทำทั้งในอดีตและปัจจุบันด้วย 

ปกติการอธิษฐานจิตมักจะเกิดขึ้นหลังจากที่สวดมนต์หรือการทำความดี โดยเฉพาะการอธิษฐานหลังสวดมนต์ที่หลายคนมักทำเป็นประจำ เพราะการสวดมนต์เป็นการยึดเหนี่ยวจิตใจที่ทำให้เกิดสมาธิ และปัญญา ที่สำคัญยังเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง เป็นบุญที่เกิดจากการทำจิตให้มีสมาธิ มีความสงบ พร้อมส่งเสริมจิตให้ตั้งมั่นในธรรมทั้งในปัจจุบัน และอนาคต ซึ่งส่งผลโดยตรงทำให้ได้รับอานิสงส์จากการสวดมนต์อีกด้วย 

ผลพวงของการสวดมนต์ก็คือการที่เทวดาร่วมอนุโมทนาบุญ รวมถึงเจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้ เท่ากับว่าเราได้เพิ่มกำลังบุญให้ตัวเอง ทำให้บุญกุศลส่งผลมากขึ้น สุดท้ายทำอะไรก็ประสบผลสำเร็จสมดังหวัง อธิฐานอะไรก็สมปรารถนา แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่สวดมนต์จะขอพรอะไรสำเร็จไปเสียหมด ของแบบนี้ต้องแล้วแต่บุญทำกรรมแต่งในอดีตและปัจจุบันร่วมด้วย ถ้ามีกรรมดีน้อย กำลังบุญที่ทำก็ส่งผลได้น้อย แต่ถ้าสะสมกรรมดีมาเยอะรวมกับบุญที่ทำในปัจจุบัน ก็ยิ่งส่งผลให้สิ่งที่อธิษฐานสำเร็จดังหวังได้โดยง่าย

ดังนั้นผลบุญจะส่งผลแบบไหน สมดังปรารถนาหรือไม่จึงขึ้นอยู่กับการจัดสรรของกรรมดีกรรมชั่วแต่ละคน บางคนอธิษฐานให้ถูกรางวัลที่ 1 มาหลายสิบปี แต่ไม่ถูกซักที ทำให้เกิดความสงสัยในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งที่ความจริงแล้วเราอาจมีชีวิตที่ดีโดยไม่รู้ตัว แม้จะไม่รวย ไม่ถูกรางวัลที่ 1 แต่ก็ไม่เดือดร้อน ซึ่งก็ถือว่าคำอธิษฐานสมปรารถนาแล้ว ดังนั้นอย่าโลภในผลบุญที่เกินกำลังบุญของตัวเอง ดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องตามหลักเหตุและผล ไม่พึ่งพาโชคชะตา สุดท้ายแล้วคำอธิษฐานจะสัมฤทธิ์ผลหรือไม่อาจจะไม่สำคัญแล้วก็ได้ 

เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าจะอธิษฐานอย่างไรให้ได้ผล คำตอบก็คือต้องตั้งจิตให้แน่วแน่และหมั่นทำความดีให้เพิ่มขึ้นด้วย ในเมื่อเราไม่รู้ว่ากรรมที่ติดตัวมาแต่อดีตมีมากน้อยแค่ไหน สิ่งที่ทำได้เพียงอย่างเดียวก็คือทำกรรมดีในปัจจุบันให้มากเข้าไว้ ที่เหลือก็ให้เวรกรรมได้ทำหน้าที่ของมัน

การแก้กรรมที่ถูกต้องในความหมายของพระพุทธองค์
ก็คือความตั้งใจมั่นว่าจะไม่ทำสิ่งนั้นอีกต่อไป