อดีตสารวัตรทำคดี "บอส อยู่วิทยา" แฉยับหลักฐานชัดดันหลุดคดี บิ๊กแจ๊สจี้ผู้มีอำนาจแจง (คลิป)

Amarin TV เผยแพร่ 24 ก.ค. เวลา 11.23 น.
อดีตสารวัตรทำคดี
นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทผู้ก่อตั้งเครื่องดื่มชูกำลัง หลุดจากข้อกล่าวหาทั้งหมด ในคดีขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2555 ถูกไม่ฟ้องในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

วันที่ 24 ก.ค. 63 จากกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงยืนยันว่านายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทผู้ก่อตั้งเครื่องดื่มชูกำลัง หลุดจากข้อกล่าวหาทั้งหมด ในคดีขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2555 หลังจากพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก

ขณะที่ซีเอ็นเอ็นและรอยเตอร์ ยังรายงานด้วยว่า คดีนี้ได้ก่อให้เกิดกระแสความไม่พอใจต่อกระบวนการยุติธรรมของไทยในหมู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง และทำให้สังคมไทยตั้งคำถามว่า เพราะเหตุใดกฏหมายถึงทำอะไรไม่ได้ หากผู้กระทำผิดเป็นคนร่ำรวย

พ.ต.ท.ธนาวุฒิ สงวนสุข รองผู้กำกับการสอบสวน ปฏิบัติราชการแทนผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ ได้ลงนามเอกสาร เนื้อหาระบุว่า "แจ้งคำสั่งเด็ดขาด ไม่ฟ้องคดี ตามคดีอาญา ระหว่าง พ.ต.ท.วีรดล ทับทิมดี ผู้กล่าวหา นายวรายุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาที่ 1 และด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 เพื่อพิจารณาแล้วนั้น

บัดนี้อัยการสูงสุด ได้พิจารณาแล้วมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีต่อนายวรยุทธ อยู่วิทยา ในทุกข้อกล่าวหา ตามหนังสือที่อ้างถึงและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่แย้งคำสั่งของพนักงานอัยการ คดีนี้จึงเป็นอันสิ้นสุดตามกระบวนการทางกฎหมาย และพนักงานสอบสวนได้ทำการขออนุมัติศาลเพิกถอนหมายจับในคดีนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว"

ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า หนังสือดังกล่าวได้ส่งถึงนายวรยุทธแล้ว ซึ่งนายวรยุทธจะหลุดข้อหาทั้งหมด รวมทั้งฐานขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ที่จะสิ้นสุดอายุความวันที่ 3 กันยายน 2570 ด้วย ส่วนข้อหาอื่น เช่น ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และขับรถโดยขณะมึนเมา นายบอสขอเลื่อนนัดศาลมากกว่า 5 ครั้ง อ้างว่าอยู่ต่างประเทศ ซึ่งข้อหานี้ได้หมดอายุความไปตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย. 2560 อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวยืนยันว่า ขณะนี้ศาลยังไม่มีคำสั่งเพิกถอนหมายจับ นายวรยุทธ อยู่วิทยา แต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล แถลงกรณีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องทายาทบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังในทุกข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุขับรถชนดาบตำรวจวิเชียร โดยในฐานะอดีตนักวิทยาศาสตร์ (สบ.1) กลุ่มงานตรวจทางเคมี ฟิสิกส์ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เป็นผู้พิสูจน์หลักฐานคดีนี้ด้วยตัวเอง ทั้งจดบันทึก ถ่ายรูป เก็บร่องรอยหลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับคดีนี ยืนยันได้ว่า นายบอส อยู่วิทยา เป็นคนขับรถชนจริงใน 3 ประเด็น คือ

1. จากสภาพรถของดาบตำรวจที่เสียชีวิต กับรถเฟอร์รารีของผู้ต้องหาเป็นการชนท้าย ไม่ใช่การปาดหน้า

2. บุคคลที่ชนในบันทึกเอกสาร ระบุว่า "เหตุการณ์เกิดขึ้นเช้ามืด ซึ่งรถที่ชนไปอยู่ในบ้านผู้ต้องหา แต่ส่งคนที่บ้านมามอบตัวแทน จนพนักงานสอบสวนได้ถาม ปรากฏว่าไม่ใช่ กระทั่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาลขณะนั้นได้นำกำลังล้อมบ้าน นายบอสยอมออกมามอบตัว และพิสูจน์ได้ว่าเป็นคนขับรถจริง จากหลักฐานรอยรัดเข็มขัดที่เป็นรอยจ้ำแดง"

3. ความเร็วในการขับรถเกินกำหนด มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่เอาผิดได้ ซึ่งกองพิสูจน์หลักฐานขณะนั้นออกรายงานได้ภายใน 1 เดือน แต่เมื่อเข้าสู่ชั้นพนักงานสอบสวนกลับใช้เวลาหลายปี จึงรู้สึกไม่พอใจมากเมื่ออัยการสั่งไม่ฟ้องในคดีนี้

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ผู้ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานอัยการสูงสุด ต้องเปิดเผยรายละเอียดของคดีว่าเป็นเพราะพยานหลักฐานส่วนไหนไม่แน่นหนา จึงสั่งไม่ฟ้อง เพราะกรณีนี้ผู้คนในสังคมส่วนใหญ่ต่างรู้สึกว่ามีความผิดปกติ

ทั้งนี้ ช่วงที่เกิดเหตุการณ์ มีสารวัตรปราบปรามของ สน.ทองหล่อ นายหนึ่ง แนะนำผู้ปกครองของนายวรยุทธ ให้นำตัวคนขับรถในบ้านของนายวรยุทธ มารับผิดแทน ตอนนั้นรับไม่ได้ จึงให้ตำรวจนายนั้นออกจากราชการ และพาหน่วยอรินทราชเข้าค้นบ้านของนายวรยุทธ จนได้พยานหลักฐานและได้ตัวผู้กระทำผิดจริง จะเห็นได้ว่าตั้งแต่เกิดเหตุครั้งแรก มีตำรวจบางคนพยายามช่วยเหลือนายวรยุทธ ส่วนตัวรู้สึกว่าเป็นคดีที่กินเวลายาวนานเกินไป

อย่างไรก็ตาม คดีขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และคดีอื่นที่เกิดขึ้นล้วนแต่เป็นคดีที่ไม่มีความซับซ้อน น่าจะจบได้ง่าย แต่ที่ผ่านมา ไม่ทราบว่ามีกระบวนใดที่ทำให้ล่าช้า จนทำให้หลายคดีหมดอายุความ และสุดท้ายอัยการสั่งไม่ฟ้องในคดีที่ยังเหลืออายุความ ดังนั้นถ้าจะทำให้ประชาชนเชื่อว่าคดีเป็นปกติสุจริต ต้องการเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดในคดี

 

ดูข่าวต้นฉบับ